ปชน. ยื่นร่างแก้รธน.รายมาตราให้รัฐสภา รื้ออำนาจองค์กรอิสระ เข้าชื่อถอดตุลาการศาลได้

ปชน. ยื่นร่างแก้รธน.รายมาตราให้รัฐสภา โหวตเลือกองค์กรอิสระ-ศาลรธน. พร้อมเปิดช่องให้ปชช.เข้าชื่อถอดถอนได้

7 กรกฎาคม 2568 - เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย สส.พรรคปชน. ร่วมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในประเด็นว่าด้วยองค์กรอิสระ ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา

โดยนายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะตรวจสอบรายชื่อและจำนวน สส.ที่ลงชื่อตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงมาตราที่แก้ไขทั้งหมด หากครบถ้วนและสมบูรณ์ตามขั้นตอนแล้ว จากนั้นจะต้องเชิญคณะกรรมการประสานงานในสภาฯ (วิป) ทั้ง 3 ฝ่าย คือ สว. รัฐบาล และฝ่ายค้าน มาหารือว่าจะพิจารณาตามที่ทุกฝ่ายมีความพร้อม

ขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคปชน. กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เรายื่นในวันนี้ มุ่งสู่การสร้างศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่ไม่เป็นอิสระจากประชาชนโดยแบ่งออกเป็น 3 ร่าง โดยร่างที่ 1 เป็นการเปลี่ยนระบบ ที่ครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก คือเป็นการแก้ไขว่าด้วยกระบวนการที่มาและกระบวนการสรรหาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ จากเดิมมีการสรรรหาและเสนอชื่อ ผ่านคณะกรรมการสรรหา ซึ่งเป็นช่องทางเดียว ส่วนที่แก้ไข คือให้มีการเสนอชื่อได้ ช่องทางจากที่ประชุมศาล ช่องทางจากสส.รัฐบาล ช่องทางสส.ฝ่ายค้าน และช่องทางของสว. ทั้งนี้ จะไม่มีการปรับแก้ไขในเรื่องคุณสมบัติ ยกเว้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีความเห็นว่ากรรมการทั้ง 9 คนควรมีความหลากหลาย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 เป็นการแก้ไขในประเด็นการคัดเลือกและเห็นชอบ จากเดิมที่ต้องใช้การลงมติของสว. โดยแก้ไขให้มาจากการพิจารณาร่วมกันของรัฐสภา และต้องได้เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา รวมถึงมีเงื่อนไขกำหนดว่าต้องได้รับเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของ สส.ฝ่ายรัฐบาล สส.ฝ่ายค้านด้วย และประเด็นที่ 3 แก้ไขเพิ่มเติมในกระบวนการถอดถอน ที่ให้สิทธิสส.และประชาชน เข้าชื่อ 2 หมื่นคน ยื่นเรื่องถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระได้ในกรณีที่เห็นว่าร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนร่างที่ 2 และร่างที่ 3 นั้น เป็นการปรับเฉพาะจุด ที่เราหวังว่าจะเป็นข้อเสนอขั้นต่ำที่ทุกพรรคการเมืองและ สว. จะรับได้ โดยร่างที่ 2 จะเป็นเฉพาะการเปลี่ยนการคัดเลือกและรับรอง จากเดิมที่ สว.มีอำนาจชี้ขาด และต้องได้รับความเห็นชอบจากกึ่งหนึ่งของ สว. แก้ไขมาเป็นการพิจารณาร่วมกันของทั้งสองสภา โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา สำหรับร่างที่ 3 จะเป็นเฉพาะการคืนสิทธิให้ สส.และประชาชน 2 หมื่นคนในการเข้าชื่อเพื่อริเริ่มกระบวนการพิจารณาถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

“การปรับกระบวนการสรรหาที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ คือการแก้ปัญหาที่องค์กรต่างๆ นั้นไม่ยึดโยงกับประชาชน ทั้งนี้ ข้อเสนอของพรรคประชาชนเชื่อว่าจะได้รับเสียงฉันทามติขั้นต้นจากสมาชิกรัฐสภา โดยทั้ง 3 ฉบับนั้นเป็นการทำให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระไม่เป็นอิสระจากประชาชน แต่เป็นอิสระจากการถูกครอบงำจากกลุ่มก้อนทางการเมือง ทั้งนี้ในประเด็นองค์กรอิสระที่ผ่านมาถือเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่เราควรต้องช่วยกันปลดชนวน ซึ่งการแก้ไขรายมาตราดังกล่าว เป็นการทำคู่ขนานกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยการบรรจุและผลักดันร่างดังกล่าวในรัฐสภาโดยเร็ว” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า การแก้ไขดังกล่าวมีบทบัญญัติเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่แน่ใจว่าเขียนเพื่อไม่ให้ถูกแทรกแซงหรือไม่ เพราะปัจจุบันคนที่ชี้ขาดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คือ สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งเป็นที่ถกเถียงและตั้งคำถามว่า ถูกครอบงำจากการเมือง ดังนั้นต้องตั้งหลักว่าในกติกาเพื่อป้องกันการแทรกแซงจริงหรือไม่ ดังนั้นเป้าหมายที่ต้องทำคือให้องค์กรอิสระถูกครอบงำจากฝากฝ่ายใด ยกเว้นประชาชน และเป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้คือการวางเป็นหลักประกัน คนที่ไปดำรงตำแหน่งต้องถูกบังคับใช้กับทุกฝ่าย

เมื่อถามว่า ในร่างแก้ไขมีบทเฉพาะกาลเพื่อคุ้มครองกรรมการองค์กรอิสระหรือศาลรัฐธรรมนูญที่ทำหน้าที่ขณะนี้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า มีบทเฉพาะกาลกำหนดไว้ และเมื่อผ่านการพิจารณาวาระหนึ่งแล้ว เชื่อว่าจะวางกรอบเวลาเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง ทั้งนี้ ในรายละเอียดทางพรรคจะจัดทำเอกสารเผยแพร่อีกครั้ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สะท้อนจิตใต้สำนึก! คำมั่น 'เท้ง' หลังรับสนองพระบรมราชโองการ

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมขอให้คำมั่นสัญญาต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน

'ดร.โจ' เปิดนโยบายดูแล 'สัตว์เลี้ยง' ที่ดีกว่าสำหรับคนกรุง วันอาทิตย์นี้

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ" ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สัตว์เลี้ยงก็ครอบครัวนะ พาน้องๆ มาถกนโยบายสัตว์เลี้ยงสำหรับคนกรุงเทพกับ โจ ชัยวัฒน์ อาทิตย์ที่ 17 พ.ค. นี้

ภท.รีเซตเกมแก้รธน. ปชน.ต้องจำบทเรียน

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เกมแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไป “นับหนึ่งใหม่” อย่างเป็นทางการ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

'ภราดร' เผยภูมิใจไทยเสนอร่างแก้ รธน. พรรคเดียว ไม่ใช้ร่างเดิมขัดแย้งปมตัดอำนาจ สว.

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่าไม่ให้ความสำคัญกับเสียงประชามติของประชาชน 21 ล้านเสียง ที่ต้องการให้เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ

'โรม' ขู่ฟ้อง ม.157 รมว.ยธ. หากละเว้นไม่เอาผิดญาติ 'ฮุนเซน' ถือหุ้นบริษัทเอี่ยวสแกมเมอร์

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และการฟอกเงินของเครือข่ายบริษัทฮุ่ยวัน โดยพล.ต.ท. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มาตอบคำถามแทนนายกรัฐมนตรี