
“กกต.” โต้ข่าวลือฟ้อง 229 ผู้เกี่ยวข้องฮั้วเลือก สว. ไม่จริง ยันสำนวนยังอยู่ในขั้นสืบสวน แจงขั้นตอน 4 ชั้น วอนสื่อ-โซเชียล ตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์
13 ก.ค. 2568 – เมื่อวันที่ 12 ก.ค.68 เวลา 20.40น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีสื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ รายงานข่าวว่า “คณะอนุกรรมการสืบสวน และไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 เตรียมเสนอสำนวนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ เพื่อฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 229 ราย ในวันที่ 14 ก.ค. 2568” นั้น
สำนักงานกกต.ขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยสำนวน ดังกล่าวขณะนี้ยังอยู่ใน “ขั้นตอนที่ 1” ชั้นคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ที่อยู่ระหว่าง รวบรวมพยานหลักฐาน และระยะเวลาที่ขยาย ซึ่งจะครบกำหนดการขอขยายระยะเวลาในวันที่ 17 ก.ค.2568 สำนวนดังกล่าวจึงยังไม่ได้เสนอที่ประชุมกกต.ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
การพิจารณาสำนวนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566 มีขั้นตอนการพิจารณาออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้
ชั้นที่ 1 เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ได้รับสำนวนแล้ว ให้ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวน และจัดทำความเห็น เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ให้จัดส่งสำนวนไปยังสำนักงานกกต.(ส่วนกลาง) โดยเร็ว
ชั้นที่ 2 สำนักงานกกต. ได้รับสำนวนแล้วให้พนักงานสืบสวน และไต่สวนผู้รับผิดชอบสำนวนดำเนินการวิเคราะห์สำนวนและจัดทำความเห็นเสนอผ่านผู้อำนวยการฝ่าย รองผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนัก และเลขาธิการกกต.(รองเลขาธิการ คณะกรรมการกกต.ที่ได้รับมอบหมาย)
ชั้นที่ 3 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยขี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด ปัญหาหรือข้อโต้แย้งได้พิจารณาแล้วจะทำความเห็น และสำนักงายกกต.เสนอสำนวน ให้คณะกรรมการกกต.พิจารณา
และชั้นที่ 4 คณะกรรมการกกต. เมื่อคณะกรรมการกกต.ได้รับสำนวน จากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งแล้ว ต้องพิจารณาขาดหรือสั่งการโดยเร็ว
ทั้งนี้ เมื่อคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว ต้องเสนอสำนักงานกกต. เพื่อดำเนินการต่อไป (ชั้นที่ 2)
อย่างไรก็ตามสำนักงานกกต.ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ก่อนเผยแพร่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพื่อป้องกันความสับสนของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต. แถลงภาพรวมเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ฉลุย
กกต. แถลงภาพรวมเปิดคูหาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ฉลุย เคลียร์ทุกเหตุฉุกเฉินกระทบหน่วย ย้ำกฎเหล็กและเชิญชวนประชาชนร่วมสังเกตการณ์จับตานับคะแนนให้โปร่งใส
ปธ.กกต.ส่งกำลังใจกปน.ปฏิบัติหน้าที่เลือกตั้งผู้ว่ากทม.
ปธ.กกต.ตรวจความพร้อมหน่วยเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ก่อนเข้าคูหาใช้สิทธิ ส่งกำลังใจกปน.ปฏิบัติหน้าที่
ดีอี เตือนข่าวปลอม “Paotang by Kungthai ส่งอีเมลแจ้งรับสิทธิวงเงินเพิ่ม ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ระวังมิจฉาชีพหลอกสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
ดีอี เตือนข่าวปลอม 'ปปง. เปิดบัญชีไลน์ใหม่ ชื่อ ปราบปรามการฟอกเงิน' ระวังมิจฉาชีพหลอกสูญเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ดีอี เตือนข่าวปลอม “AFNC เปิดให้ปชช.ที่โดนหลอกทางออนไลน์ ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านบัญชีติ๊กต็อก police11441” ระวังสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม
สถานทูตจีน เตือนวีดีโอข่าวปลอม บ่อนทำลายมิตรภาพไทย-จีน
สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์สำคัญ โดยระบุว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้สังเกตว่ามีการโพสต์วีดีโอ

