กมธ.ต่างประเทศ สภาฯ เดินสายพบ “ทูตอังกฤษ - ทูตสหภาพยุโรป“ แจงข้อเท็จจริงเหตุการณ์ไทย-กัมพูชา "สรัสนันท์" แจงเหตุเกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะนโยบายปราบคอลเซ็นเตอร์ของรัฐบาล หลังถูกถามปมเหตุนอกจากปัญหาชายแดนหรือไม่ หวังใช้กลไกเวทีระหว่างประเทศ ชี้แจงโลกเรื่อยๆ ย้ำ ไทยปฏิบัติตามกม.ระหว่างประเทศมาตลอดโดย น.ส.สรัสนันท์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้พบปะทูตอังกฤษ ซึ่งเป็นพันธมิตรยาวนานของเรา รวมถึงวงสหภาพยุโรป 18 ประเทศ จากการพบปะพูดคุยหลายประเทศแสดงความเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน อยากให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยกันอย่างสันติ แม้ว่าหลังจากมีข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ยังมีอุปสรรคบ้าง เขาก็มั่นใจว่าทั้งสองประเทศมีความตั้งใจจริงอยากให้ความสงบสุขกลับคืนมา นอกจากนี้ เขามีความสนใจในประเด็นว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เพราะปัญหาบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มีประเด็นมาตั้งนานแล้ว แต่เหตุใดจึงมาถึงจุดที่อยู่ๆก็ระเบิดขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาจึงถามว่ามาจากปัจจัยอื่นๆด้วยหรือไม่
น.ส.สรัสนันท์ กล่าวว่า อีกหนึ่งประเด็นที่คณะทูตสหภาพยุโรปตั้งคำถาม คือวันที่มาเลเซียเป็นตัวกลางไกลเกลี่ย ทำไมถึงมีจีน และสหรัฐอเมริกา เข้ามามีส่วนร่วมทั้งที่ไม่ได้อยู่ในกรอบของอาเซียน ซึ่งตนได้ให้ความเห็นในเชิงแสดงความกังวล ว่าที่จริงแล้วเป็นเรื่องข้อพิพาทดินแดนเป็นเรื่องที่สองประเทศต้องคุยกันเอง แต่ถ้าหาทางไกล่เกลี่ยระหว่างสองประเทศไม่ได้ ก็ควรพึ่งกลไลภายในภูมิภาคกคืออาเซียน แต่การที่มีมหาอำนาจทั้งสองประเทศเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ด้วยนั้น จะยิ่งทำให้มีความซับซ้อน กลายเป็นสงครามตัวแทน และอาจทำให้ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องเสียสละมากกว่ากัมพูชา เพราะว่าเรามีผลได้ผลเสียทางเศรษฐกิจกับทั้งสองประเทศนี้มากกว่ากัมพูชา ที่สำคัญเราอยู่ในบทบาทที่เคารพกติกามารยาทของโลก ทำให้เรามีพันธสัญญา และกฎหมายต่างๆ ที่เราต้องเคารพ มากกว่ากัมพูชา
น.ส.สรัสนันท์ กล่าวอีกว่า หลังจากได้พูดคุยกัน ทั้งทูตอังกฤษ และคณะทูตสหภาพยุโรป มีความเชื่อมั่นในประเทศไทยอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแถลงข่าวของฝ่ายกองทัพ เพราะทุกอย่างมาจากหลักฐาน และข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ท่าทีของเขาไม่ได้ไม่เชื่อเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ฟังทางกัมพูชาเลย เพราะเขาก็ต้องวางตัวเป็นกลาง และรับฟังทั้งสองฝ่าย เพื่อประกอบการพิจารณา
“ที่ผ่านมาคณะกมธ.การต่างประเทศ เดินสายชี้แจงถึงที่มาที่ไปของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนมากเป็นการสะท้อนความเห็นของสภาผู้แทนราษฎร แนวทางต่อไปที่กมธ.สามารถเข้าไปมีส่วนร่วม คือจะใช้เวทีระหว่างประเทศที่จะมีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้ยังมีการประชุมสหภาพรัฐสภาโลก ก็จะใช้ช่องทางองค์การสภาระหว่างประเทศ ในการชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆจากฝั่งประเทศไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิกประเทศทราบว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร และที่ผ่านมาประเทศไทยปฏิบัติตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศเสมอมา“ ประธานกมธ.การต่างประเทศ ระบุ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
UNCLOS ประนอมภาคบังคับ จากติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย สู่แนวรบ ไทย-กัมพูชา
จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังจากที่รัฐบาลไทยแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กติกา UNCLOS ขณะเดียวกันหลังจากมีข่าวว่า จีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D
หมอวรงค์ แนะ 'สีหศักดิ์' คิดให้ดีก่อนเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก #คิดให้รอบคอบถ้าเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา
กองทัพไทย ยืนยันความพร้อมมากกว่าครั้งที่ผ่านมา หากปะทะกัมพูชารอบสาม
กองทัพไทย ยืนยัน ยังคงติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง เพื่อเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับประชาชนและประเทศ มั่นใจ หากจำเป็นต้องเกิดการปะทะ รอบนี้ไทยพร้อมทุกด้านกว่าที่ผ่านมา แต่ย้ำว่า การใช้กำลังทหารจะเป็นหนทางสุดท้ายเนื่องจากก่อให้เกิดความสูญเสียตามมามหาศาล
‘ตาควาย-เนิน350’สุดคึกคัก
รัฐบาลยันเดินหน้า UNCLOS กำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ไม่ใช่เจรจาพัฒนาพื้นที่-แบ่งประโยชน์ร่วมกับเขมร "พล.อ.รังษี" มั่นใจไม่ซ้ำรอยเขาพระวิหาร ชี้ต่างจากศาลโลก "ปราสาทตาควาย-เนิน 350" คึกคัก! แห่เที่ยว 2 วัน ทะลุ 3 พันคน สัมผัสประวัติศาสตร์ชายแดน-หนุนเศรษฐกิจชุมชน
โฆษกรบ. ยันเดินหน้า UNCLOS ยันเพื่อกำหนดเขตแดน ไม่ใช่เจรจาพัฒนาพื้นที่
โฆษกรบ. ยัน เดินหน้า UNCLOS เพื่อกำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ไม่ใช่การเจรจาพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน ประชาชนมั่นใจได้

