สส.รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ร่วมเสนอ 7 ญัตติด่วน ถกรับมือภาษีทรัมป์

สส.พรรคประชาชน-เพื่อไทย-รวมไทยสร้างชาติ-กล้าธรรม-ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ ร่วมเสนอญัตติด่วนขอให้สภาพิจารณาผลกระทบจากภาษีทรัมป์ และกำหนดมาตรการรองรับเพื่อเสนอรัฐบาลต่อไป

31 กรกฎาคม 2568 - เวลา 15.08 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม สมาชิกได้มีการลุกขึ้นเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในทำนองเดียวกัน จำนวน 7 ญัตติ ดังนี้ 1.ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการออกมาตรการและดำเนินนโยบายเพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข้อตกลงในการเจรจาอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา เพื่อส่งคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้เสนอ

2.ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางรับมือผลกระทบจากนโยบาย Reciprocal Tariffs เพื่อส่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งนายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ

3.ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา เพื่อกำหนดมาตรการรองรับ และเสนอรัฐบาลดำเนินการในการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศชาติ ซึ่งนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นผู้เสนอ

4.ญัตติด่วน เรื่อง ผลกระทบต่อประเทศไทยจากนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกาและสงครามการค้าโลก เพื่อให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ซึ่งนายสะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีพรรคกล้าธรรม เป็นผู้เสนอ

5.ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาตรการทางภาษีตอบโต้ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทย เพื่อส่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลาพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้เสนอ

6.ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาความคืบหน้าการเจรจาภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกาในอัตราร้อยละ 36 และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเจรจา เพื่อส่งคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ซึ่งนายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอ

และ 7.ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าเกษตรเพื่อการต่อรองกรณีภาษีทรัมป์ และมาตรการป้องกันผลกระทบต่อเกษตรกรไทย เพื่อส่งข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณากำหนดมาตรการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมต่อไป ซึ่งนายอัคร ทองใจสด สส.เพชรบูรณ์พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้เสนอ

ทั้งนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าร่วมรับฟังการประชุมด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นิกร' ชงรัฐบาลรีเซต จัดทำ รธน.ใหม่ ชี้ร่างของฝ่ายค้านเอากลับมามีปัญหาแน่

"นิกร" แนะเซตซีโร่ แก้รัฐธรรมนูญ เสนอภูมิใจไทยจัดทำร่างฉบับใหม่ ส่วนร่างที่ค้างสภาฯเป็นของฝ่ายค้าน หากเอากลับมาจะมีปัญหาแน่นอน แจงรัฐบาลไม่รีบเพราะมีปัญหาเร่งด่วน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาแก้ รธน.

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

ชิงบทนำฝ่ายค้าน! 'พรรคส้ม' ส่อไม่จับมือ ปชป. ยื่นศาล รธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เล็งใช้เวทีสภาอภิปรายรัฐบาล

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นให้ ป.ป.ช.ทบทวนมติยกคำร้องกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคมใช้นอมินี ถือหุ้นแทน ว่า จริงๆ เราก็มีการหารือกันข้างหลังผ่านกลไกวิปฝ่ายค้านมาโดยตลอดอยู่แล้ว

นายกฯ มอบ 'ภราดร' ประสานงานฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลนี้ไม่หนีกระทู้สดแน่นอน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานที่ต้องพึ่งพาจากการนำเข้ามาใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ได้มีประชาชนให้ความสนใจเรื่องการเปลี่ยนมาเป็นโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ดังนั้น นายกฯ จึงได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จ

'กรวีร์' บอกฝ่ายค้านลดประเด็นการเมือง หลังจี้นายกฯตอบกระทู้ทุกสัปดาห์

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะพ.ร.บ.อากาศสะอาดว่า ทางวิปรัฐบาลได้ประสานกับทางครม.เรื่องของการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่าครม.จะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเสนอเข้ามาให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ซึ่งเป็นเดดไลน์