
‘ภูมิธรรม’ มั่นใจ รฟท. ยึด ‘พ.ร.ฎ.-แผนที่’ แนบท้ายเขากระโดง ชาวบ้านเสียหายเรียกร้องสิทธิได้ตามกฎหมาย แต่เห็นมีแต่นิติบุคคลออกมาโวย ยันสั่งเพิกถอนไม่เกี่ยวกับตนเอง ปรามทนายบุรีรัมย์สุภาพหน่อย
8 ส.ค. 2568 – เมื่อเวลา 09.45 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีชาวบ้านในพื้นที่เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ยืนยันว่ามีโฉนดถูกต้อง จะมีแนวทางเยียวยาอย่างไร หลังมหาดไทยเตรียมเพิกถอนที่ดินคืนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า เดี๋ยวต้องขอดู เพราะผู้มีอำนาจหน้าที่ต้องทำการตรวจสอบ เนื่องจากเท่าที่ฟังเมื่อวันที่ 7 ส.ค. มีแต่บริษัทนิติบุคคลที่ออกมาเรียกร้อง ไม่มีประชาชนเท่าไหร่เลย ก็ว่าไปตามเนื้อผ้า ท่านเสียหายก็ว่าไป เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าเป็นที่ของหลวงตั้งแต่เริ่มต้นรัชกาลที่ 5 ท่านมอบให้ รฟท. ที่สำคัญคือพระราชกฤษฎีกาที่ออกมารองรับเรื่อง ในรัชกาลที่ 6
“เพราะฉะนั้นสองเรื่องนี้เริ่มต้นชัดเจนอยู่แล้วว่าพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานที่ดินให้ รฟท. จึงเป็นที่ของ รฟท. ชัดเจนตั้งแต่ต้น ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมาพิสูจน์ อะไรที่มาเปลี่ยนแปลงพระราชประสงค์ก็ต้องมาตรวจว่าของท่านมีความถูกต้องหรือไม่ ขณะนี้คำสั่ง รฟท. ก็ต้องดำเนินการในการแจ้งความและพิจารณาเป็นรายๆ ไป สำหรับกรณีพบว่าชาวบ้านซื้อมาโดยชอบอะไรก็แล้วแต่ ก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะเราไม่ได้กลั่นแกล้งใคร” นายภูมิธรรม ระบุ
เมื่อถามว่า ทนายความฝั่งบุรีรัมย์อ้างว่า รฟท. ไม่มีแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน นายภูมิธรรมกล่าวทันทีว่า “ก็ไม่จริง ก็ว่าไปตามนั้น จริงหรือไม่จริง แต่ รฟท. ยืนยันว่าเขามีแผนที่แนบท้ายมาตลอด แล้วพระราชประสงค์จะต้องเอาอะไรมายืนยันชัดเจน แล้วว่าการที่จะมีส่วนที่แตกต่างกันไปบ้างอยู่ตามชายขอบ ฉะนั้นพื้นที่ตรงกลางทั้งหมดเป็นพื้นที่ผิดพระราชประสงค์ ให้ไปอยู่กับกระบวนการยุติธรรม เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดินและผู้ว่าฯ รฟท. ไปว่ากันต่อไป ผมไม่มีอำนาจในการไปจัดการ”
ส่วนที่ชาวบ้านยืนยันได้โฉนดมาถูกต้องนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไปว่าตามศาล กระบวนการทางกฎหมายมีอยู่แล้ว ถ้าท่านดูมีทุกเรื่องเลย ว่าได้มาจริงหรือไม่ แต่ในชั้นต้นเราขีดฆ่าโฉนดทิ้งก่อนในฐานะเป็นที่หลวง ถ้าท่านคิดว่าการขีดฆ่าหรือถอนออกจากระบบทะเบียนไม่เป็นธรรม มีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ ไม่ได้ห้ามเลย ถ้าฟ้องก็ว่ากับหน่วยงานของรัฐ ไม่เกี่ยวกับตน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางทนายจะฟ้องให้มีโทษติดคุก 5 พันปีกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิกถอนโฉนดเขากระโดง นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ทนายไปพูดกับศาลดีกว่า อย่าพูดกับตน และให้สุภาพหน่อย”
เมื่อถามย้ำว่า บริษัทสนามแข่งรถและสนามฟุตบอลที่บุรีรัมย์จะฟ้องหน่วยงานที่เพิกถอนเรื่องค่าลิขสิทธิ์และค่าเสียหายจำนวนมหาศาลจากกรณีเพิกถอนที่ดินเขากระโดง นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ผมฟังดูว่าถ้าเป็นพื้นที่ของ รฟท. แล้วละเมิด จะต้องไปจ่ายค่าลิขสิทธิ์อะไร ผมว่าให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และผมว่ากระบวนการยุติธรรมมีหลายเรื่องในนั้น ไม่ต้องพูด ให้ว่ากันไป แล้วถ้าทนายคิดว่าจะต้องไปฟ้องร้องอะไร เชิญเถอะครับ ไม่มีปัญหา ยินดี ผมทำตามศาลฎีกาที่ตัดสิน และศาลปกครองก็บังคับเราในฐานะข้าราชการของรัฐ ตัดสินดำเนินการตามอำนาจที่ศาลฎีกาและศาลปกครองสั่งแล้วจะผิด ก็ว่าเลย ไม่มีปัญหา”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ลิซ่า' ท้า 'โกแพ' ประเดิมบ้านใหญ่สตูลที่แรกฟันไม่เลี้ยงโกงท้องถิ่น
“ลิซ่า”ถาม 'กสถ.' หลังเด็กเส้นหลุดหมด จบเรื่องเลยหรือไม่ พร้อมจี้ 'วรศิษฎ์' จัดการบ้านใหญ่พัวพันทุจริตสอบท้องถิ่น ท้าเริ่มจากสตูลก่อนเลย
สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'
สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน
ชาวบุรีรัมย์ร้องทุกข์ น้ำท่วมนาข้าวซ้ำซากทุกปี รถเล็กผ่านไม่ได้ วอนหน่วยงานเร่งแก้ไข
ฝนตกต่อเนื่องส่งผลให้น้ำท่วมนาข้าวเป็นวงกว้าง ถนนเข้า-ออกหมู่บ้านถูกน้ำขังสูงกว่า 50 เมตร รถเล็กผ่านไม่ได้เด็ก คนชรา ผู้พิการเดือดร้อน ชาวบ้านเผยเป็นปัญหาซ้ำซากมาหลายปีวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข ขณะ อบต.เคยเสนอของบมาวางบล็อกคอนเวิร์สแก้ปัญหาระยะยาว แต่ถูกโยกไปที่อื่น เตรียมหางบทำถนนให้สูงขึ้นบรรเทาความเดือดร้อน
'อ.อัจฉราวดี' ชี้ปมแก้ไขคุณธรรมในโรงเรียน อยู่ในมือ 'อนุทิน' ต้องใช้ยาแรงกับ ก.ศึกษา เรื่องปืนแค่ปลายเหตุ
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต ในฐานะโหวตเตอร์พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรียกร้องกระทรวงศึกษาเหมือนพูดกับกำแพงปูน การแก้ไขคุณธรรมในโรงเรีบน ต้องอยู่ในมือของนายกอนุทิน
นายกฯ ขออภัย! แจงเหตุ อส. ปะทะผู้ชุมนุมพีมูฟ รมต.ติดภารกิจ ทำไม่เข้าใจกัน ยันพร้อมคุยหาทางออก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่วันที่ 6 ส.ค. กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และเครือข่ายบุกเข้าไปที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีการกำชับเพื่อไม่ให้เกิดการบานปลายอย่างไรหรือไม่ ว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค.

