“รทสช.” มั่นใจสภาผ่านงบประมาณ 69 หัวหน้าพรรคเน้นย้ำ สส.เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ไม่หวั่นฝ่ายค้านท้วงไม่แปรงบฯรับมือภาษีทรัมป์ ชี้สถานการณ์อาจไม่รุนแรงอย่างที่คาดการณ์ เชื่อรัฐบาลพร้อมรับมือหากเกิดวิกฤติจริง
11 สิงหาคม 2568 -นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ว่า จากการที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ในวันที่ 13-15 สิงหาคม 2568 โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เน้นย้ำไปยัง สส. สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติให้เข้าร่วมพิจารณางบประมาณรายจ่ายโดยพร้อมเพรียงกัน เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการใช้จ่ายงบประมาณของทางภาครัฐ ที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชนในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว
นายอัครเดช กล่าวว่า ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 นี้ สส. พรรครวมไทยสร้างชาติได้มีการแปรญัตติปรับลดงบประมาณในหลายกระทรวง โดยสอดคล้องกับความเห็นของ กมธ.พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ที่ได้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อให้งบประมาณของภาครัฐมีประสิทธิภาพที่สุด และตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนมากที่สุด ในหลายกระทรวง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายอัครเดช กล่าวอีกว่า สำหรับข้อกังวลของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าการแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปีนี้ไม่ตอบสนองต่อการแก้ปัญหาที่เกิดจากภาษีตอบโต้(Tariff) ของสหรัฐอเมริกานั้น
ทางพรรครวมไทยสร้างชาติ มีความเห็นสอดคล้องกับรัฐบาลว่าผลกระทบที่เคยคาดว่าจะรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของไทยนั้นมีโอกาสที่จะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากอัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐกำหนดของประเทศไทยนั้นหากเทียบในภูมิภาคอาเซียนแล้วอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คือ 19-20% จึงไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันเช่นที่มีการประเมินไว้ก่อนหน้านี้
นายอัครเดช กล่าวว่า ประกอบกับรัฐบาลยังมีชุดข้อมูลที่ใช้ในการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้านและครบถ้วน จึงมีการแปรญัตติในส่วนของงบประมาณไปยังภาคส่วนที่มีความจำเป็นมากกว่า หรือหากกรณีเกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจขึ้นจริงรัฐบาลยังมีเครื่องมืออื่น ๆ เช่น งบกลางซึ่งสามารถใช้ได้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หรืออาจจะพิจารณาเสนองบกลางปีร่วมด้วย ซึ่งการแปรญัตติในวงเงินงบประมาณ 8.92 พันล้านบาทนี้ รัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วที่จะได้จัดสรรเพื่อแก้ไขปัญหาจำเป็นเร่งด่วนของชาติและประชาชน
"พรรครวมไทยสร้างชาติ มั่นใจว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 จะสามารถผ่านการพิจารณาได้อย่างราบรื่นเพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง" นายอัครเดช กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
องครักษ์พิทักษ์ลูกเทพ ดาหน้าประท้วง 'หมอวรงค์' อภิปรายโครงการ TH-AI Passport
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้อภิปรายถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์
'พีระพันธุ์' จี้รื้อโครงสร้างค่าไฟ ประชาชนโดนกำไร 2 เด้ง พ่วงค่าพร้อมจ่าย เฉียดล้านล้านบาท
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวเปิดประเด็นโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ซับซ้อน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนขนมชั้นที่มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่หลายชั้น และสุดท้ายภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ประชาชน
'อนุทิน' โผล่สภาฯ บรรยากาศคึกคัก สส.แห่ทักทายร่วมเฟรมไม่ขาดสาย
"อนุทิน" โผล่สภาฯ หลังเสร็จภารกิจทำเนียบฯ เสริมบรรยากาศในห้องประชุมคึกคัก บรรดา สส. ทยอยเข้าทักทายไม่ขาดสาย เชิญถ่ายรูปตลอดเวลา
'อรรถวิชช์' ปลุก ขรก.ใจนิ่งสู้กลุ่มทุนหมื่นล้าน
'อรรถวิชช์' ขอบคุณ 'สมอ.' ตัดเหล็ก IF ออกจากโครงสร้างอาคาร ปลุกขรก. ใจนิ่งสู้กลุ่มทุนหมื่นล้าน
'อรรถวิชช์' ชี้พิรุธตรวจเหล็ก 'ซินเคอหยวน' จี้ ก.อุตฯสุ่มตรวจเตาหลอมโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการตรวจสอบมาตรฐานเหล็กของบริษัท ซิน เคอ หยวน ว่า หลังพบว่าเหล็กกว่า 40,000 เส้นถูกจำหน่ายออกจากโรงงานในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แม้คณะกรรมการสอบสวนจะกำหนดให้สุ่มตรวจทุกเตา แต่เมื่อมีการอนุญาตเปิดโรงงานกลับพบว่ามีการตรวจเพียงบางเตาเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด
รัฐบาลส่งสัญญาณปั๊มหัวใจเศรษฐกิจ กำชับ รมต. เร่งเครื่องเบิกจ่ายงบอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบข้อเสนอแนะในการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ โดยขอให้ทุกส่วนราชการ ทั้งรัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแล

