'จิรายุ' ซัดเขมรแถลงไม่เกี่ยวกับระเบิดทำทหารเสียขา ยันเป็นกับระเบิดใหม่ที่ลักลอบฝัง ละเมิดอธิปไตยของไทยและข้อตกลงหยุดยิงชัดเจน ย้ำรัฐบาลไทยพร้อมตอบโต้ -เอาผิดทุกช่องทาง
28 ส.ค.2568 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) กล่าวว่า รัฐบาลไทยขอประณามการกระทำของกัมพูชาอย่างรุนแรงภายหลังเหตุการณ์ทหารไทย “พลทหาร อดิศร ป้อมกลาง” ประจำการพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิด PMN-2 เมื่อวันพุธที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา จนต้องสูญเสียขาและทุพพลภาพถาวร นับเป็นรายที่ 6 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 และอีก2 นายได้รับบาดเจ็บ
นายจิรายุ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค Regional Border Committee (RBC) ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทยกับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชาในการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง อีกทั้งยังเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยอย่างชัดแจ้ง เนื่องจากจุดลาดตระเวนที่เกิดเหตุอยู่ในดินแดนของไทย และในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีกำลังพลไทยเหยียบกับระเบิดถึง 6 ครั้ง ถือเป็นการกระทำโดยเจตนา ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและอนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการห้ามใช้กับระเบิดสังหารบุคคล ที่ขัดต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมสากล และไร้ซึ่งไร้มนุษย์ธรรมอย่างชัดแจ้ง
นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการแถลงข่าวของรัฐบาลกัมพูชาเช้านี้ที่ออกมาปฏิเสธว่าเป็นกับระเบิดเก่าในสมัยสงครามนั้น เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ถูกเก็บกู้กับระเบิดไปหมดแล้ว อีกทั้งกับระเบิดที่พบก็เป็นรูปแบบใหม่ที่มีเทคโนโลยีหลบเลี่ยงเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาจำนนต่อหลักฐาน ที่พบมาโดยตลอดแต่ยังใช้วิธีปฏิเสธอย่างไม่มีความรับผิดชอบ เพื่อไม่ต้องรับผิดชอบกับอนุสัญญาออตตาวา ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยืนยันตามข้อมูลจากกองทัพบกว่า ทุ่นระเบิด PMN-2 ที่พบเป็นการวางใหม่ ไม่ใช่ของเก่าตกค้างจากสงคราม พร้อมมีหลักฐานชัดเจนจากกองทัพบก ที่เผยว่ามีการโพสต์ภาพในสื่อสังคมออนไลน์โดยอินฟลูเอนเซอร์ฝ่ายกัมพูชาบริเวณปราสาทตาควายที่มีภาพทุ่นระเบิด PMN-2 และคลิปจากโทรศัพท์ที่ทหารกัมพูชาทิ้งไว้ในพื้นที่ภูมะเขือที่สอนการวางทุ่นระเบิดดังกล่าว รวมถึงมีการตรวจพบทหารกัมพูชาปฏิบัติการดักซุ่มตรวจการณ์ฝ่ายไทย บริเวณทิศตะวันตกของเนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย
นายจิรายุ กล่าวว่า ทั้งนี้ รายงานโดยกองทัพบกพบว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีกำลังพลไทยเหยียบกับระเบิดถึง 6 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์วันที่ 9 สิงหาคม 2568 ที่รอยต่อโดนเอาว์-กฤษณา จ.ศรีสะเกษ วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ และล่าสุด วานนี้ วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์
"ขอย้ำว่าประเทศไทยจะดำเนินการทุกช่องทาง ทั้งการตอบโต้ที่เหมาะสมและทางการทูต กฎหมายระหว่างประเทศ และกลไกทวิภาคี เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากฝ่ายกัมพูชาและเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของประชาชนไทยอย่างถึงที่สุด" นายจิรายุ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รัชดา' แจงร่างกฎกระทรวงธุรกิจต่างด้าวไม่ใช่ปล่อยผีมีกฎกติกาคุม
รัฐบาลแจงร่างกฎกระทรวงธุรกิจต่างด้าว 'ไม่ใช่เปิดเสรีไร้การกำกับ' ย้ำยังอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ–คุมเข้มทุกกิจการสำคัญ
รัฐบาลจับมือเอกชนฟื้นกลไก กรอ.
รัฐบาลจับมือเอกชนฟื้นกลไก กรอ. เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ แก้โจทย์เศรษฐกิจรอบด้าน เงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย พร้อมหารือจัดระบบแรงงานกัมพูชากว่า 2 แสนคน
รบ.ลุยปราบยาเสพติดทั้งในประเทศและข้ามชาติ
รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม
โฆษกรัฐบาลเมิน ปชป.ยื่นสกัด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
โฆษกรัฐบาลย้ำเดินหน้าแก้วิกฤตประชาชน ไม่กังวลฝ่ายค้านยื่นศาลรธน. สกัด พ.ร.ก. มองเป็นเป็นสิทธิ
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

