'ภูมิใจไทย' เสนอทำประชามติ ยกเลิก MOU 43-44 ถามยึดถือไว้ทำไมทั้งที่ถูกละเมิดตลอด

'แนน บุณย์ธิดา' ถาม จะกอดจะยึด MOU 43 ไว้ทำไม ทั้งที่ถูกละเมิดตลอดเวลา ชี้ MOU 44 เป็นเรื่องที่เกินกว่าความมั่นคงในประเทศ-ระหว่างประเทศ แต่คือผลประโยชน์ วอน ร่วมใจกันตั้ง กมธ. พร้อมเปิดเผย ให้ ปชช. ตัดสินใจเอง

28 สิงหาคม 2568 - เวลา 14.12 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มี นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เกี่ยวกับประเด็นปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชา MOU 43-MOU 44 จำนวน 5 ญัตติ

โดยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นเสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ Memorandum of Understanding : MOU 43 และ 44 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ว่า วันนี้ที่พรรคภูมิใจไทย และเพื่อนสมาชิกอีกหลายพรรค ยื่นญัตติเรื่องนี้ขึ้นมา แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมา เราทราบกันดีว่า เกิดอะไรขึ้น มีการพูดคุยกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในห้องประชุมสภาแห่งนี้ หรือที่ประชุมคณะกรรมาธิการต่างๆ ในสื่อ ในโซเชียลมีเดีย ก็มีการพูดคุยกันอย่างเปิดเผย ทั้งเหตุและผล สืบเนื่องจาก MOU 43 และ 44 หรือไม่

แม้จะมีการบอกว่า เราสามารถพูดคุยในเรื่องนี้กันในสภามาในหลายชุด มีการพูดคุยกันมามากกว่า 20 ปี ตั้งแต่มี MOU เกิดขึ้น แต่ครั้งนี้ที่เรายื่นให้เกิดการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพราะเป็นความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดเจน เพราะเราต้องการให้ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาทุกๆ ด้านของ MOU 43 และ 44 ให้มีความเห็นนักวิชาการ ฝ่ายกฎหมายในประเทศ และระหว่างประเทศ มีประชาชน สส. เข้าไปศึกษาในคณะนี้ เพื่อนำผลศึกษานั้นมาให้ประชาชนตัดสินใจในชีวิตของเขาด้วย ย้ำว่า พรรคภูมิใจไทย อยากให้การศึกษา MOU นี้ ประชาชนจะได้อ่านอย่างชัดเจน สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 178

หลายฝ่ายมองว่า เรื่องนี้เป็นการพูดคุยในเรื่องหลักเขตแดน การวัดพื้นที่ จัดทำแผนที่สันปันน้ำ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาหลัก และเป็นปัญหาลึกๆ ที่นำมาเกี่ยวข้องกับ MOU 43 คือ MOU 44 นี่เป็นเรื่องที่เกินกว่าความมั่นคงในประเทศ ระหว่างประเทศ แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์

ตั้งแต่มีการเซ็น MOU 44 ขึ้นมา ยังไม่เคยมีการประชุมกันได้แม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยได้บทสรุปว่าเราจะกั้นเขต ลากเส้นแบบไหน ประเทศไทยถือแผนที่หนึ่งแบบ ประเทศกัมพูชาถือแผนที่อีกหนึ่งแบบ ต่อให้ผ่านพ้นไปอีกกี่ปี ก็คุยเรื่องนี้กันไม่จบ เพราะเส้นที่ลากไปนั้น ไม่ใช่แค่เส้นเขตแดนทางทะเล เป็นเรื่องผลประโยชน์ และเรื่องทรัพยากรทางธรรมชาติ

"ไม่มีการตกลงกันว่า จะเดินหน้าหรือถอยหลังอย่างไร ไม่ต้องไปเล่าถึงที่มา ว่าใช้ระยะเวลาสั้นขนาดไหนในการเซ็นต์ MOU นี้ขึ้นมา พรรคภูมิใจไทย จึงอยากให้เกิดการทำประชามติขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจ" นางสาวแนน กล่าว

นางสาวแนน กล่าวต่อว่า การจะนำไปสู่การยกเลิก MOU 43 และ 44 ไม่ใช่อยู่ดีๆ เสนอเรื่องเข้ามาในสภา แล้วโหวตกันเท่านั้นไม่พอ จะให้พวกเรา 492 คน โหวตเรื่องที่จะเป็นผลกระทบต่อประชาชนทั้งหมด 67 ล้านคนทั้งประเทศ เป็นไปไม่ได้

ดังนั้น สิ่งที่จะชอบธรรมที่สุด คืออย่างน้อยวันนี้เราตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา และให้ประชาชนไปคนตัดสินใจ และแม้จะมีการเสนอยกเลิกไปก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะล้างไปทั้งหมด เพราะแน่นอนว่าก็ยังมีเนื้อหาที่เราใช้ได้ ยังมีส่วนที่เราเคารพในเนื้อหา และขั้นตอนหลายอย่าง

อย่างไรก็ตาม หากบอกว่าหลังจากนี้จะประชุมลับ ท่านก็ไปปิดปากสื่อข้างนอกไม่ได้ เพราะเขาจะอย่างซึ่งมีการพูดคุยกัน หยิบยกกระเด็นขึ้นมา บางเรื่องอาจจะลึกมากกว่าที่พวกเราพูดกันด้วยซ้ำ รวมถึงอาจมีการเสริมความเห็นที่เป็นส่วนตัวเข้าไปด้วย

MOU 43 ก็มีบางส่วนที่บอกว่า อยากให้มีการแก้ไข และก็ยังมีบางส่วนที่ในประเทศกัมพูชา อาจมองว่าเป็นปัญหาด้วยเช่นกัน แต่ถามว่าในขณะนี้ ทำไมราชอาณาจักรไทยของเรา ยังยึดถือ ยึดมั่น กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อตกลงอยู่ฝ่ายเดียว เพราะฝ่ายราชการของไทยก็มีการออกมาระบุว่า มีการละเมิดข้อตกลงอยู่ตลอดเวลา มากกว่า 600 ครั้ง คือนับตั้งแต่เกิดการปะทะ หากนับย้อนไปก่อนหน้านั้น ตนมองว่าอาจจะมากกว่า 1,000 ครั้งด้วยซ้ำ และทั้งหมดนั้นก็ไม่ใช่เราที่เป็นคนละเมิด แล้วทำไมเราถึงยังจะไปยึดในสิ่งที่มีการละเมิดอยู่ตลอดเวลา

เราต้องตั้งต้นกันว่า ข้อแรกคือการรักษาอธิปไตยของชาติคือเรื่องที่สำคัญที่สุด การรักษาเขตดินแดนแผ่นดินของเรา เพื่อให้ประชาชนของได้อยู่อย่างถูกต้อง วันแรกที่มีการปะทะกัน สภาผู้แทนราษฎรของเราก็มีการประชุมลับ แต่ในวันนั้น เสียงปืนอาจจะดังไม่หลายนัด แต่หลังจากนั้น นับไม่ถ้วน ดังนั้น ในวันนี้ทุกคนรับรู้ แต่อย่างน้อยเราอยากให้ประชาชนได้รับรู้แบบหนังสือที่เป็นทางการ เราไม่อยากให้ประชาชนเกิดความสับสน ว่าวันนี้ฝ่ายความมั่นคงยึดแนวเจรจาอีกแบบหนึ่ง ฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศ ผู้มีหน้าที่ในการเจรจาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั่วโลก ยึดอีกแบบหนึ่ง อย่าลืมว่าบ้านประชาชนบางคนอยู่ใกล้หลักเขตแดนไม่ถึง 1 กิโลเมตร แม้ว่าระยะเดินอาจจะดูไกล แต่เทียบในแผนที่มันเล็กนิดเดียว แล้วทำไมเราไม่มาพิจารณาเรื่องนี้ใหม่

"MOU 43 นั้น ไม่ใช่สนธิสัญญาที่มีผล เป็นการทำความเข้าใจกันระหว่างสองประเทศในเรื่องต่างๆ และเห็นได้ชัดว่า วันนี้เราไม่เข้าใจกันแล้ว แล้วทำไมจึงกลายเป็นเราฝ่ายเดียวที่ยังกอดเอาไว้อยู่ ทำไมยังเป็นเราฝ่ายเดียวที่ยังบอกว่ายึดเอาไว้ เพื่อจะไปนั่งโต๊ะเจรจาในอนาคต ไม่ต้องพูดเรื่อง MOU 44 ที่เรายังไม่เคยคุยกันสักรอบ เพราะคุยกันไม่ได้เลย ถ้าในอนาคตมีการประชุมร่วมในประเด็นนี้ ง่ายที่สุดก็ไม่ต้องใช้สภาเลยด้วยซ้ำ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 วรรค 5 ระบุไว้ว่า เมื่อมีปัญหาว่าหนังสือสัญญาใดเป็นกรณีตามวรรค 2 หรือวรรค 3 หรือไม่ คณะรัฐมนตรี จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ได้ ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการร้องขอ ซึ่งคณะรัฐมนตรีสามารถใช้ช่องทางนี้ ดำเนินการได้เลย ว่า MOU ที่เราจะมีการเซ็นสัญญาต่อไปในอนาคตเข้าข้อนี้หรือไม่ ทำไมทั้งถึงไม่ใช้" นางสาวแนน กล่าว

นางสาวแนน กล่าวว่า ยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงอีก คือการพูดกันว่า กับการปะทะในโซน MOU 43 เพื่อต่อยอดไปในโซน MOU 44 เราจะทำให้ทุกคนเข้าใจกันแบบนั้น ไม่คิดจะค้นคว้าหาคำตอบเลยหรือ ว่าทำไมข้อพิพาทเรื่อง MOU 44 ถึงรุนแรงมาก เป็นเรื่องผลประโยชน์ทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องอธิปไตย เรื่องเขตแดน เรื่องการลากเส้นเกาะกูดจะเป็นอย่างไร เพราะเป็นเรื่องทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ตรงอ่าวไทย

ฉะนั้น ไม่ว่าจะเจรจาอะไรก็ตาม ประเทศของเราต้องเป็นเป็นหลัก อธิปไตยของเราต้องได้ผลประโยชน์ วันนี้คนที่ถูกกระทำมีแต่คนไทย และทหารไทยใช่หรือไม่ ถามว่าในอนาคตเรายังอยากให้มีเหตุการณ์เช่นนี้อีกหรือไม่ ถามว่าคนที่เขาเฝ้าปกปักษ์ประเทศเขาเหนื่อยแค่ไหน ไม่มีใครอยากไปอยู่ตรงนั้นจนเกษียณ จึงอยากให้มีการเจรจาแล้วผลออกมาดีที่สุดกับประเทศไทย และอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องระลึกอยู่เสมอว่า เราคนไทยเราคือทีมไทยแลนด์ ไม่ว่าผลการเจรจาจะออกมาไปไหนก็ตาม แต่อยากให้ยึดประเทศของเราเป็นหลัก

นอกจากนี้ นางสาวแนน ยังอยากให้รัฐบาลและสภาฯ เปิดให้ประชาชนได้รับรู้ แม้หลังจากนี้จะเป็นการประชุมลับ แต่ตนก็อยากให้ทุกคนร่วมใจกันตั้งกรรมาธิการขึ้นมา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กมธ.ความมั่นคง ลงพื้นที่ดูรั้วชายแดน กองทัพแจงเหตุเว้นช่องว่างตรงหลักหมุด รอข้อสรุปคณะ JBC ไทย-กัมพูชา

ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี แจงดราม่า "ช่องเว้ารั้วชายแดน" โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เตรียมทำบานพับครอบ รอ JBC เคาะเขตแดน “กมธ.ความมั่นคงฯ ”ลงพื้น ปลื้มสร้างสวยงาม-ชัดเจน หนุนกองทัพสร้างทุกแนวรบ ลั่นถ้าไม่ทำอีก 100 ปีก็คุยไม่จบ

คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ภูมะเขือ ผามออีแดง รับฟังข้อเท็จจริงเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชา

กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย

รมว.กลาโหม เผยโอนงบประมาณ เป็นงบกลาง สำรองทุกภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา

พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ในวันนี้ได้เข้าร่วมประชุมรัฐสภา เรื่องการโอนงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาล มีความต้องการในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งมีบางส่วนที่มีความจําเป็นที่ต้องโอนงบประมาณบางส่วนที่เบิกจ่ายให้ทัน ขึ้นอยู่กับแต่ส่วนราชการ มาใช้เป็นงบกลางของรัฐบาล

องครักษ์พิทักษ์ลูกเทพ ดาหน้าประท้วง 'หมอวรงค์' อภิปรายโครงการ TH-AI Passport

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้อภิปรายถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์

'อนุทิน' โผล่สภาฯ บรรยากาศคึกคัก สส.แห่ทักทายร่วมเฟรมไม่ขาดสาย

"อนุทิน" โผล่สภาฯ หลังเสร็จภารกิจทำเนียบฯ เสริมบรรยากาศในห้องประชุมคึกคัก บรรดา สส. ทยอยเข้าทักทายไม่ขาดสาย เชิญถ่ายรูปตลอดเวลา

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ