'สว.' เสนอ 4 ข้อ เรียกร้อง 'ยุบสภา' คืนอำนาจให้ประชาชน
03 ก.ย.2568 - สว. นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร แถลงถึงกรณีการถอดถอนนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ว่า การถอดถอนนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตความวุ่นวายและเสถียรภาพทางการเมือง
เมื่อเสถียรภาพทางการเมืองไม่มั่นคง การบริหารประเทศจะขาดประสิทธิภาพ คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทย มีแต่จะถดถอย เหตุการณ์ถอดถอนนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ และการยุบพรรคการเมืองใหญ่ที่ผ่านมา กำลังสะท้อนสัญญาณอันตรายในสังคมประชาธิปไตยไทย ซึ่งปัญหาทั้งหมดเกิดจากรัฐธรรมนูญ 2560
ดังนั้น เพื่อหาทางออกจากวิกฤตนี้ จึงมีข้อเสนอ 4 ข้อไปยังหลายภาคส่วน ดังนี้ 1. เสนอพรรครัฐบาลให้ยุบสภา เพื่อมอบอำนาจการตัดสินใจกลับไปสู่ประชาชน โดยควรเกิดขึ้นหลังพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติมีผลบังคับใช้
2. ทุกพรรคการเมืองเห็นความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าเป็นปัญหาที่สำคัญ และมีความเร่งด่วน โดยประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีความเป็นประชาธิปไตย สะท้อนเสียงของประชาชน ต้องเป็นฉันทามติที่ทุกพรรคการเมืองเห็นพ้องต้องกัน ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป ซึ่งอาจมีการจัดทำประชามติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
3. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ทบทวนพิจารณาการใช้อำนาจ และบทบาทการเสริมสร้างเสถียรภาพระบบการเมืองไทยให้มีความมั่นคง
และ 4. ประชาชนต้องเตรียมพร้อม สำหรับการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการยุบสภา และร่วมกันติดตามการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยสร้างสรรค์ สร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม
อย่างไรก็ นี่เป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้ตั้งคณะทำงานศึกษา เพื่อเสริมสร้างเสียงของประชาชนให้มีความหมายอย่างแท้จริง
ด้านนายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังจะเดินเข้าสู่ทางตันของประชาธิปไตย สิ่งที่ดีที่สุดในฐานะผู้แทนราษฎร คือการรับฟังเสียงของประชาชน จึงเรียกร้องให้มีการยุบสภาโดยเร็วที่สุด และต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกตั้ง โดยประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมืองของประเทศไทย
ขณะที่ นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ ถือเป็นช่วงสุญญากาศทางการเมือง การจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว ระยะเวลา 4 เดือน ไม่อาจแก้ปัญหาที่หนักหน่วงของประเทศที่กำลังเผชิญอยู่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน ปัญหาภาษีของสหรัฐอเมริกา ปัญหาทางการเมือง และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่บางพรรคต่อต้านมาโดยตลอด การคืนอำนาจให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศด้วยการยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่จึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชำแหละ 'อาชีพ-สายสัมพันธ์' สว.อำนาจเจริญ 'ยิ่งชีพ' งงหนัก 'สมพาน' ขายก๋วยเตี๋ยวอะไร
‘ไอลอว์‘ แฉประวัติอาชีพ-สายสัมพันธ์ สว.อำนาจเจริญ พบฝากเลี้ยง จ่อเปิดชื่อผู้ช่วย-สว. 3 ทั้งหมดหลังจบเวที ด้าน ‘ยิ่งชีพ’ งงสรุป ‘สมพาน’ ขายก๋วยเตี๋ยวอะไรกันแน่
สว.แนะ BWG สื่อสารเชิงรุก สร้างความเข้าใจกำจัดกากอุตสาหกรรมตามหลักวิศวกรรม
คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG จ.สระบุรี พร้อมแนะบริษัทสื่อสารเชิงรุก เปิดเ
'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.
'พริษฐ์' ไม่หวั่น 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรเลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ 'กกต.' ส่งศาลตรวจสอบ
ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า
'วันวิชิต' ชี้ระบบเลือก สว. เปิดช่องล็อบบี้ทุกกลุ่ม ส่วนปมฮั้วต้องมีหลักฐานเส้นเงิน ล็อกโหวต กำหนดผล ชี้ข้อสันนิษฐาน สร้างกระแส แต่ไร้ Impact ทางกฎหมาย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ว่า กระบวนการเลือก สว. ตามระบบปัจจุบันเปิดให้ผู้สมัครต้องแนะนำตัว แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการสนับสนุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเลือกในรอบไขว้ ซึ่งหากผู้สมัครไม่พูดคุยหรือสร้างความรู้จักกับผู้อื่นเลย โอกาสได้รับเลือกย่อมน้อยลง
'เทพไท' จี้ กกต.นำข้อมูลแฮ็ก CCTV รวมสำนวนคดีฮั้วสว.
“เทพไท” เรียกร้อง กกต.ตรวจสอบและนำข้อมูลแฮ็กภาพจาก CCTV ที่ถูกเผยแพร่มาประกอบสำนวนคดีฮั้ว สว. หากยังไม่เคยถูกรวบรวมไว้ พร้อมระบุว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการลงคะแนนตามโพย และควรเร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว

