ภท. เหน็บเพื่อไทยเปลี่ยนมติพรรคทุกวัน ไม่เหลือความน่าเชื่อถือแล้ว

"สิริพงศ์" เหน็บ เพื่อไทยเปลี่ยนเงื่อนไขทุกวัน ให้พรรคประชาชนโหวตหนุน เชื่อไม่ไขว้เขวเพราะมี MOA สวนจะเคลื่อนไหวอะไรควรทำก่อนมีมติพรรค ขออภัยพรรคส้มที่สื่อสารพลาด กลับเข้าสภาโหวตช่วยไม่ทัน เตือนเลิกแซะเหตุร่างกฎหมายที่โหวตเอี่ยวเพื่อไทย

4 กันยายน 2568 - เมื่อเวลา 15.45 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนมติทุกวันว่า พรรคเพื่อไทยสามารถทำได้ เพราะเงื่อนไขเขาเปลี่ยนทุกวัน เขาปรับทุกวัน แล้วแต่พรรคประชาชนและแฟนคลับพรรคประชาชนตัดสินใจ ในการเปลี่ยนเงื่อนไขของเขาเบื้องหลังมีอะไรแอบแฝงหรือไม่ แต่ในส่วนพรรคภูมิใจไทยยืนยันตั้งแต่วันแรกว่าเราทำดีที่สุด เราทำทุกอย่างตามข้อเรียกร้องของพรรคประชาชน และมีการพูดคุยกัน ตอนแรกข้อเรียกร้องมี 3 ข้อ ก็มีการปรับเป็น 5 ข้อ เราก็รับ ส่วนพรรคเพื่อไทยเสนอออฟชั่นอื่นก็มีหลายมิติ อาจจะเพื่อให้พรรคประชาชนได้ตัดสินใจ ถ้าคิดว่าพรรคประชาชนไม่ตัดสินใจร่วมก็จะเป็นประเด็นที่ได้เปรียบทางการเมือง เอามาต่อว่าพรรคประชาชนในอนาคตหรือไม่ก็ไม่รู้

เมื่อถามว่า ทำให้พรรคประชาชนไขว้เขวหรือไม่ นายสิริพงศ์ เผยว่า เท่าที่ตนได้ดูจากข่าวมติพรรคประชาชนก็บอกว่าเป็นมติแล้ว คงไม่มีอะไรเปลี่ยน

ส่วนเป็นข้อได้เปรียบของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ที่พรรคประชาชนจะมองว่าพรรคเพื่อไทยลังเล นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ได้เปรียบไม่ได้เปรียบไม่ใช่ประเด็น ตนมองว่าพรรคประชาชนมีมติแล้วมากกว่า “การเคลื่อนไหวอะไรก็ตามควรทำก่อนที่จะมีมติ หากทำหลังมีมติ ต่อไปนี้ทุกสถาบันทางการเมือง ความน่าเชื่อถือก็จะไม่เกิดขึ้น หลังจากเป็นมติแล้วกลับได้ตลอดเวลา”

การที่อดีตแกนนำของพรรคก้าวไกลเดิมที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่อยากให้จับมือกับพรรคภูมิใจไทย มีความกังวลจะให้พรรคประชาชนเปลี่ยนความคิดหรือไม่ นายสิริพงศ์ เผยว่า เราไม่ขอก้าวล่วงพรรคประชาชน แต่ทราบว่ามีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย แต่เมื่อเป็นมติก็เป็นเรื่องของเขาที่ต้องดำเนินการ แต่ตนคิดว่าความเห็นแตกต่างหลากหลายได้ อย่างพรรคภูมิใจไทยก็มีความเห็นที่หลากหลาย แต่เมื่อตัดสินใจเป็นมติพรรค เราก็เดินหน้า

การทำงานของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนต้องปรับกันอีกเยอะหรือไม่ เพราะเมื่อวาน (3 กันยายน) ก็เหมือนไปโหวตไม่ทัน นายสิริพงศ์ เผยว่า เหตุการณ์เมื่อวานนี้ต้องขออภัย เกิดจากการสื่อสารที่คาดเคลื่อนจริงๆ วันพุธมีวาระกฎหมายพิเศษเดือนละครั้ง เดิมทีมีการพูดคุยก่อนว่าจะขอเสียงจากพรรคภูมิใจไทย พอเรารู้ก็รีบกลับไปที่รัฐสภา เพื่อจะลงมติให้ทันเสียงขาด 20 เสียง ช้าไป 5-10 นาที ต้องขออภัย นอกจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้กำชับแล้ว การประสานงานจะต้องรักษาองค์ประชุม และช่วยผลักดันกฎหมายต่างๆ ของพรรคประชาชนที่ไม่ได้มีความเห็นที่แตกต่างกัน

ส่วนการที่ สส.พรรคเพื่อไทย ก็มาพูดว่าไม่ได้คุยกันหรอใน MOA. นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า ไม่ได้คุยกันแต่ต่อไปจะคุย ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องแซะ เราไม่ได้คุย เดิมทีที่ตกลงกันตนเข้าใจว่ากฎหมายฉบับเมื่อวานพรรคประชาชนคุยกับพรรคเพื่อไทย ไม่ได้คุยกับพรรคภูมิใจไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยิงจาก ฮ. 'ความจริงสองชุด' อคติและความมักง่ายของรอมฎอน-พรรคส้ม

คืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ชายแดนใต้กลับมาระอุหนักอีกครั้ง เหตุรุนแรงเกิดขึ้นพร้อมกันในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทั้งเผายาง วางเพลิง วางระเบิด ทำลายทรัพ

แหม! 'ณัฐชา' ทำข้องใจ ถาม 'พรรคร่วมรัฐบาล' เกิดรอยร้าวหรือไม่ เห็นตัดงบประมาณกันเอง

‘ณัฐชา’ แฉ พรรคร่วมเกิดรอยร้าวหรือไม่ หักงบกันเองจนคลื่นใต้น้ำป่วน อัด รบ.ไม่เห็นความสำคัญเด็กหลุดระบบ โยกงบหมื่นล้านเข้ากระเป๋า ‘กองทุนหมู่บ้าน-งบกลาง-กรมอุทยาน’ แทนที่จะอุ้ม ‘กองทุนวิจัย-กยศ.’ แย้ม ปชน.จ่อเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติ ท้วงติง-แนะแนวทางรัฐบาล

'ภราดร' โต้ไอลอว์ ปม 'ผู้สมัคร สว.อ่างทอง' โทรหา จำไม่ได้ 2 ปีแล้ว

'ภราดร' แจงปมไอลอว์กล่าวหา ผู้สมัคร สว.อ่างทอง โทรหาช่วงเลือกระดับประเทศ ชี้เรื่องผ่านมา 2 ปี รับเป็นพันสาย ใครจะจำได้ ถามกลับเป็นข้อมูลจริงหรือไม่

ปธ.กมธ.ทหารฯ ชี้เหตุรุนแรงชายแดนใต้ รัฐล้มเหลวเชิงนโยบาย จี้ 'นายกฯ' ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. รับผิดชอบ

ปธ.กมธ.ทหารฯ สายปชน. จี้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.กอ.รมน. แสดงความรับผิดชอบเชิงนโยบาย เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และกำหนดมาตรการเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมทันที

'เท้ง' ประณามเหตุรุนแรงชายแดนใต้ จี้รัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

หัวหน้าพรรค ปชน. ประณามเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และสร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

'คมคาย' ชงประธานรัฐสภาตรวจสอบปม 5 แสน แลกโควตาปปร.30 สถาบันพระปกเกล้า เตรียมเสนอ กมธ.ตำรวจ บรรจุวาระด่วน เรียกตำรวจ-ผู้เกี่ยวข้อง-ตัวแทนสถาบันพระปกเกล้าชี้แจง

นางคมคาย กล่าวว่า เรื่องนี้น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง สถาบันพระปกเกล้าเป็นองค์กรวิชาการระดับสูงภายใต้การกำกับดูแลของประธานรัฐสภา มีหน้าที่ผลิตหลักสูตรสร้างผู้นำและสอนเรื่องธรรมาภิบาล ความซื่อสัตย์สุจริตให้กับคนทั้งประเทศ แต่หากผลการตรวจสอบพบว่ามีพฤติการณ์ทุจริตหรือซื้อขายโควตาการศึกษาจริง ย่อมทำลายความเชื่อมั่นและเกียรติภูมิของรัฐสภาอย่างร้ายแรง