‘เทพไท’ ชี้เปรี้ยง ภาพลักษณ์ ครม. ตัดสินอนาคตรัฐบาลอนุทิน!

6 กันยายน 2568 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส. นครศรีธรรมราช  โพสต์เฟซบุ๊กว่าหลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ไปแล้ว ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่า พรรคประชาชนได้เซ็นเอ็มโอยูหรือเอ็มโอเอกับพรรคภูมิใจไทย โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือจะอยู่บริหารประเทศและยุบสภาภายในกำหนด4เดือน ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ใช้เวลาไม่มาก แต่มีหลายฝ่ายประเมิณและคาดการณ์ว่า รัฐบาลชุดนี้อาจจะอยู่ไม่ถึง4เดือนก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารงานและภาพลักษณ์ของรัฐบาลชุดนี้

ด้านแรกที่นายกอนุทิน จะต้องเจอคือ โฉมหน้าของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งนายอนุทินมีสิทธิ์จะเลือก ถ้าหากว่าโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ เป็นที่ถูกอกถูกใจ เป็นที่ไว้วางใจของพี่น้องประชาชน ก็จะเป็นก้าวแรกหรือเป็นบันไดขั้นแรก ที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาลอนุทิน1 แต่ถ้าหากภาพลักษณ์ของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ มีภาพลักษณ์ที่ประชาชนไม่ยอมรับ ประชาชนปฏิเสธ ก็จะเป็นด่านแรกที่รัฐบาลอนุทิน1 ขาดศรัทธาจากประชาชนและจะลุกลามไปถึงเสถียรภาพของรัฐบาลในวันข้างหน้าได้ด้วย

รัฐบาลอนุทิน1 ภายใต้การโหวตสนับสนุนของพรรคประชาชน และมีเงื่อนไขไม่ขอร่วมรัฐบาล ทำให้โควต้ารัฐมนตรีว่างอยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง คือ 17 ตำแหน่ง ซึ่งใน 17 ตำแหน่งนี้ เป็นโอกาสของนายอนุทินจะคัดเลือกสรรหาบุคคลที่มีชื่อเสียง มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ยอมรับของประชาชน หรือที่เรียกกันว่า ”เทคโนแครต“ หรือมืออาชีพ

ถ้านายอนุทินกล้าแต่งตั้งคนเหล่านี้เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีครึ่งหนึ่งของครม.ชุดนี้ จะทำให้หน้าตาของครม.ชุดนี้ เป็นที่ยอมรับของประชาชน แต่ถ้าหากว่านายอนุทินให้โควต้าบุคคลภายนอกเพียง3-5ตำแหน่ง ก็ถือว่าน้อยเกินไป อาจทำให้ภาพลักษณ์ของคณะรัฐมนตรี ชุดอนุทิน1 ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน ถ้ายังใช้การจัดสรรโควต้าแบบการเมืองเก่าๆ ดึงจำนวนส.ส.เอามาแลกกับเก้าอี้รัฐมนตรี แบ่งกัน ให้หัวหน้ามุ้ง หัวหน้าก๊วนเป็นรัฐมนตรี ตั้งรัฐมนตรีต่างตอบแทน เชื่อว่าจะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลลดน้อยลง และประชาชนก็จะปฏิเสธในที่สุด

เพราะฉะนั้นเป็นโอกาสที่ดีมาก นายอนุทินควรจะใช้การจัดโควต้ารัฐมนตรีแบบครึ่งต่อครึ่ง เป็นมืออาชีพครึ่งหนึ่ง ใช้โควต้าที่พรรคประชาชนไม่รับตำแหน่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นโควต้าของนักการเมืองที่โหวตสนับสนุนนายอนุทิน กลับมาใช้สัดส่วน 8:1 เหมือนเดิม อย่าลดสัดส่วนเหลือ 4:1  ถ้าลดเหลือ 4:1 ก็จะทำให้ไม่มีโอกาสคัดคนดีเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้

ในฐานะที่เป็นเพื่อนกับนายอนุทินมาก่อนก็มีความหวังดี และอยากให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ครบ4เดือนตามเอ็มโอยูหรือเอ็มโอเอ แต่ถ้าหากเริ่มต้นจากภาพลักษณ์ของรัฐบาล หรือครม.ยี้ และมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ก็จะเสี่ยงที่จะทำให้อายุของรัฐบาลชุดนี้ จบลงก่อนกำหนด4เดือน ก็เป็นไปได้ครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

นายกฯอนุทิน ถึงฟิลิปปินส์ เตรียมหารือสามฝ่าย สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ค่ำนี้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ประกอบด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศ

นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ

'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี

'อนุทิน' เมิน ปชป. ร้องศาลรธน. เบรก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เหน็บคนยื่นก็เคยกู้

นายกฯ เผยทูลเกล้าฯเเล้ว เมินฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เรียบร้อยแล้ว - ตอกกลับคนยื่น ก็เคยกู้มาก่อนในชื่อ ‘ไทยเข้มแข็ง’ ย้ำรอบนี้ กู้สกุลเงินบาท ส่งตรงถึงมือประชาชน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้ ชี้ไม่กระทบคนละครึ่ง-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ