ไทยหนุนเมียนมา กลับสู่‘อาเซียน’ ตั้งกก.แก้มลพิษ

"อนุทิน” เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ “มิน อ่อง หล่าย” อบอุ่น หารือเต็มคณะชื่นมื่น ร่วมกันลงนาม MOU 3 ฉบับ ย้ำมิตรภาพแน่นแฟ้นไว้เนื้อเชื่อใจ เห็นพ้องเปิดจุดผ่านแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ฟื้นเศรษฐกิจสองประเทศ "ปธน.เมียนมา" โปรยยาหอมชวนนักธุรกิจไทยลงทุน ดันการค้าทะลุ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เคาะตั้งคณะทำงานแก้มลพิษข้ามพรมแดน "สีหศักดิ์" แจงเป็นสะพานเชื่อมผลักดันเมียนมากลับอาเซียน "ปชน."  ค้านรัฐบาลเชิดชูผู้นำเผด็จการทหาร บั่นทอนภาพลักษณ์ ปชต.ไทย

ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เวลา 10.20 น.  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับนายมิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา  ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดยนายกฯ ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมนำประธานาธิบดีเมียนมาร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการและตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกฯ ได้เชิญประธานาธิบดีเมียนมาถ่ายภาพร่วมกัน ณ บันไดโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ณ ห้องสีงาช้าง

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเมียนมาร่วมหารือข้อราชการกลุ่มเล็ก ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมาเวลา 11.25 น. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า นายอนุทินหารือเต็มคณะร่วมกับนายมิน อ่อง หล่าย โดยนายกฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมา พร้อมย้ำว่า การที่เลือกเยือนไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง สะท้อนถึงมิตรภาพอันใกล้ชิดและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความผูกพันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยไทยพร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเมียนมาในอาเซียน และสานต่อความร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ

ด้านการเมืองและความมั่นคง นายกฯ ย้ำความสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมเสนอให้ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติด การหลอกลวงทางออนไลน์ และการฟอกเงิน ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชนและพื้นที่ชายแดนร่วมกัน

ด้านเศรษฐกิจ พร้อมยินดีต่อการกลับมาเปิดใช้จุดผ่านแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 (แม่สอด-เมียวดี) และเสนอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ เพื่อฟื้นฟูบรรยากาศการค้าและเศรษฐกิจชายแดนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง นอกจากนี้ ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า (JTC) ภายในปีนี้

ด้านแรงงาน นายกฯ ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงาน รวมทั้งส่งเสริมการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมายผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทั้งสองประเทศ ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งสองฝ่ายจะเร่งดำเนินแผนความร่วมมือแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน จัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านเทคนิคเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกฯ และประธานาธิบดีเมียนมาได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเเลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือ จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่าด้วยการจ้างแรงงาน 2.ขอบเขตหน้าที่คณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา และ 3.บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กับสำนักงานอวกาศแห่งเมียนมา เรื่องความร่วมมือในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสำรวจโลกในทางสันติ

จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทินและนายมิน อ่อง หล่าย เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Thailand - Myanmar Business Forum 2026 หัวข้อ "New Chapter and Future of Enhancing the Thailand - Myanmar Business Partnership"  โดยมีภาครัฐ ภาคเอกชนและนักธุรกิจจากสองประเทศเข้าร่วมกว่า 700 คน

นายอนุทินกล่าวว่า มิงกะลาบา (สวัสดี) ตนรู้สึกยินดี เป็นเกียรติที่ได้ร่วมกับประธานาธิบดีเมียนมาในการเปิดงานนี้ ไทยและเมียนมาพร้อมก้าวไปสู่บทใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจตั้งอยู่บนความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ ปัจจุบันเมียนมาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยมีมูลค่าทางการค้าระหว่างกันกว่า 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เราได้เห็นพ้องที่จะเดินหน้าความร่วมมือในหลายเรื่องอย่างเป็นรูปธรรม ในด้านการค้าเรามีความยินดีที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่หนึ่งที่แม่สอด-เมียวดี ได้กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง

"ผมและประธานาธิบดีเมียนมามีความตั้งใจร่วมกันที่จะทำให้บรรยากาศการค้าของสองประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้งภายในปีนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้าระหว่างรัฐมนตรีพาณิชย์ของทั้งสองประเทศ เพื่อผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่เป้าหมาย 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ได้โดยเร็ว" นายกฯ ระบุ

ด้านนายมิน อ่อง หล่าย กล่าวว่า เมียนมาและไทยไม่เพียงแต่เป็นประเทศเพื่อนบ้านมีแนวชายแดนที่ติดต่อทั้งทางบกทางทะเล แต่ยังเป็นมิตรแท้  ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเมียนมายาวนานถึง 78 ปี โดยจะมีการขยายความร่วมมืออีกหลายด้าน  ขณะที่การค้าชายแดนระหว่างเมียนมาและไทยมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งทาง จ.เมียวดี อ.แม่สอด อ.ท่าขี้เหล็ก และ อ.แม่สาย เป็นเส้นเลือดใหญ่การค้าไทยและเมียนมา ปัจจุบันไทยถือเป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับ 5 ในประเทศเมียนมา โดยมีโครงการลงทุนรวม 103 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายมิน อ่อง หล่าย กล่าวว่า ตำแหน่งที่ตั้งของเมียนมาได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ ตั้งอยู่ในจุดที่เป็นพื้นที่เชื่อมทางบกแลนด์บริดจ์ ที่สำคัญเมียนมากำลังพัฒนาโครงการสำคัญ โดยเฉพาะโครงการเดินเรือน้ำลึกท่าเรือทวาย ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด และเป็นจุดส่งออกสินค้าใกล้ที่สุดกับไทย ซึ่งเป็นประตูไปสู่เอเชียใต้ จึงขอเชิญชวนนักธุรกิจไทยเข้ามาลงทุน เราจะคุ้มครองการลงทุนในเมียนมา เชื่อมั่นว่าหากนำข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรธรรมชาติของเมียนมา มาผสานเข้ากับเทคโนโลยี เงินทุน และประสบการณ์การบริหารจัดการของนักธุรกิจไทย เราจะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจแบบ Win-Win ที่ได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ แถลงผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน อ่อง หล่าย ว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเมียนมา ซึ่งไทยมองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค ไทยได้ย้ำกับประธานาธิบดีเมียนมาว่าต้องการเห็นเมียนมากลับเข้าสู่บทบาทในอาเซียนผ่านนโยบาย Calibrated Re-engagement หรือการฟื้นปฏิสัมพันธ์อย่างเหมาะสม แต่เมียนมาต้องตอบสนองต่อข้อกังวลของประชาคมอาเซียน โดยไทยยังคาดหวังให้เกิดความคืบหน้าตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ทั้งการลดความรุนแรง การคุ้มครองพลเรือน  การเปิดกระบวนการพูดคุยกับทุกฝ่าย และการอำนวยความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

สำหรับกรณีนางอองซาน ซูจี อดีตผู้นำเมียนมานั้น รู้สึกยินดีกับพัฒนาการล่าสุดที่รัฐบาลเมียนมาอนุญาตให้คณะผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าเยี่ยมได้ และหวังว่าขั้นต่อไปเมียนมาจะเปิดโอกาสให้ผู้แทนพิเศษของอาเซียนได้เข้าพบนางอองซาน ซูจีด้วย

นายสีหศักดิ์กล่าวย้ำว่า ไทยยังคงดำเนินนโยบายเน้นการมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมา ควบคู่กับการสนับสนุนให้เดินหน้าสู่ประชาธิปไตย สันติภาพ และความมั่นคง โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเมียนมากับอาเซียน หากเมียนมาต้องการความช่วยเหลือจากไทย

ที่รัฐสภา นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงคัดค้านการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน อ่อง หล่าย ว่า ขอให้ประธานรัฐสภาออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน ยึดมั่นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศ และฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน พร้อมปฏิเสธการใช้ความรุนแรง  ขอให้รัฐบาลทบทวนหรือระงับการเชิญมิน อ่อง หล่าย ร่วมกิจกรรมระดับรัฐในอนาคต

นายศิรชัชกล่าวว่า การที่รัฐบาลเลือกที่จะจับมือและเชิดชูผู้นำเผด็จการทหารจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการสะท้อนความเชื่อมโยงของระบอบอำนาจนิยม และบั่นทอนภาพลักษณ์ประชาธิปไตยของไทย อาจกระทบความน่าเชื่อถือของไทยและเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งให้ความสำคัญกับหลักนิติธรรม ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน ฉะนั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลยืนหยัดเคียงข้างหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืนของภูมิภาค.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุดปลื้ม ! "รุ่งโรจน์" ชมยุค "อนุทิน" ดันสินค้าเกษตรราคาสูง ทั้ง ปาล์ม - ยาง ราคาพุ่งขึ้น สะท้อนความทุ่มเทแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม พร้อมเดินหน้าลดต้นทุนปุ๋ยช่วยเกษตรกร

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี รองประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณที่ในยุคของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี สินค้าเกษตร ข้าว ยางพารา ปาล์ม มีราคาที่สูงขึ้น ว่า ในยุคของของท่านอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี