รู้เรื่อง! ศาลรัฐธรรมนูญ นัด 8 ธันวา อ่านคำวินิจฉัย 'ชุมพล-พุทธิพงศ์-อิสสระ-ถาวร-ณัฏฐพล' พ้นจากสมาชิกภาพ ของ ส.ส. หรือไม่ หลังถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในคดี กปปส.
21 ต.ค.2564 - สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่เอกสารข่าว ในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ 170 สรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าสมาชิกสภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(4) (6) และมาตรา 96(2) และความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (6) (7) มาตรา 98 (4) (6) และมาตรา 96(2) หรือไม่
กรณีที่ กกต.ส่งคำร้องขอให้พิจารณาวินิจัยกรณีนายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงศ์ ปุณณกันต์ นายอิสสระ สมชัย นายถาวร เสนเนียม และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้ถูกร้อง โดยคำร้องระบุว่า เนื่องจากความปรากฏต่อ กกต.ว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2564 ศาลอาญามีคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.317/2564 ลงโทษจำคุกผู้ถูกร้องทั้ง 5 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายชุมพล นายอิสสระ และนายณัฏฐพล มีกำหนด 5 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษา โดยศาลอาญาออกหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกา และขังผู้ถูกร้องทั้ง 5 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ต่อมาผู้ถูกร้องทั้ง 5 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ซึ่งกกต.พิจารณากรณีผู้ถูกร้องทั้ง 5 ดังกล่าวแล้ววินิจฉัยว่านายชุมพล นายอิสสระ และนายณัฎฐพล เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
ส่วนนายพุทธิพงศ์ และนายถาวร เป็นบุคคลต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังโดยหมายของศาลเป็นเหตุให้สมาชิกภาพชองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเป็นเหตุให้สมาชิกภาพสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องทั้ง 5 สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98 (4) (6) ประกอบมาตรา 96 (2) และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายพุทธิพงศ์ นายถาวร และนายณัฏฐพล สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (6) (7) มาตรา 98 (4)(6) และมาตรา 96 (2) โดยกกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ 170 สรรคสาม ประกอบมาตรา 82 และขอให้มีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้ง 5 หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องเฉพาะในส่วนที่ขอให้วินิจัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องทั้ง 5 สิ้นสุดลงพิจารณาวินิจฉัย และมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
โดยศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน และนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันที่ 8 ธ.ค. 2564 เวลา 15.00 น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โสภณ' รอศาลรัฐธรรมนูญก่อนเปิดสภาสมัยวิสามัญถกเงินกู้ 4 แสนล้าน
'โสภณ' รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนส่ง ครม.ทูลเกล้าฯ เปิดสภาวิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน
มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต
ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ
ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน
รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้
ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ
'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70

