นายกฯหนู เตรียมนโยบายเร่งด่วนแถลงต่อสภา แก้ปัญหาชายแดน-ฟื้นคนละครึ่ง

”อนุทิน“ เตรียมนโยบายเร่งด่วนไว้แถลงต่อสภาแล้ว แก้ปัญหาชายแดนกัมพูชา-คนละครึ่ง ไม่กดดัน ทำงานใต้ MOA ปชน. ลั่น ผลงานเป็นรูปธรรมแน่ เหน็บเพื่อไทย ไม่ฟังพรรคร่วมฯ เลยทำงานมีปัญหา

13 กันยายน 2568 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับว่าที่รัฐมนตรี เพื่อเตรียมจัดทำคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า เป็นการประชุมเพื่อจัดทำร่างนโยบายของรัฐรัฐบาล ใน MOA การยุบสภาคือ 4 เดือนหลังจากแถลงนโยบาย ฉะนั้นเราต้องการให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว ทำนโยบายเตรียมพร้อมไว้ทันทีไม่ใช่เข้ามาแล้วไม่ทำนโยบาย เข้ามาปุ๊บมีนโยบายเตรียมพร้อม ทำหนังสือขอให้ประธานรัฐสภาเปิดประชุมเพื่อแถลงนโยบายและยุบสภาโดยเร็ว

สำหรับนโยบายเร่งด่วนใน 4 เดือน นายอนุทิน ระบุว่า ขอให้ทำนโยบายเรียบร้อยก่อน เตรียมไว้หมดแล้วส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ได้พูดเอาไว้ เช่น การการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา การทำประชามติเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ทั้งนี้โครงการคนละครึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง

ทั้งนี้ การทำงานในช่วงระยะเวลา 4 เดือน ที่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ นั้น เรามีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน ตราบใดที่เรายังอยู่ในขอบเขตอำนาจที่มีอยู่ เราต้องใช้อย่างเต็มที่ แต่จะได้ถึงระดับไหน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยเฉพาะปัญหาชายแดน แต่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การนำสิ่งที่ประชาชนคาดหวังมาปัดฝุ่น เช่นโครงการคนละครึ่ง คุยไปคุยมาบอกว่าเอา ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่เป็นไรเพราะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่คุยไปคุยมาว่าที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็บอกว่าถ้าจะขยับสิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์เพิ่มมากขึ้น มันจะมีเรื่องที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่โดยรวมประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์ ถ้าเราเน้นกลุ่มคนที่อยู่ในระบบภาษี จะทำให้คนเข้ามามีส่วนร่วมในการเสียภาษีและทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่ม

เมื่อถามว่าใน 4 เดือนนี้การันตีผลงานรูปธรรมแน่นอนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผลงานการทำงานของตนเองที่ผ่านมาก็มีผลงานเรื่อย ๆ ส่วน MOA จะทำให้มีความกดดันในการทำงานหรือไม่นั้น MOA แปลว่าอะไร ใครไปเรียกก็ไม่รู้ จริง ๆ ไม่มี MOA ขยายมาจาก MOU แปลว่า Memorandum of Understanding คือการทำความเข้าใจ ต้องมีการจดบันทึก แต่ MOA แปลว่าข้อตกลง Agreement ไม่ต้องมี MO มีแต่ A

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าข้อตกลงสามารถผ่อนปรนได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าเราทำตามให้มากที่สุด ง่ายดี ไม่ต้องเถียงกับใคร อย่างน้อยตนเองก็ทำตามข้อ 4 และ 5 ไม่พยายามทำตัวเป็นเสียงข้างมาก และไม่คิดจะทำอยู่แล้ว รับสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งคนที่เซ็นกับเรา ต่างคนก็ต่างรักษาสัญญา ทำให้รัฐบาลนี้เดินไปสู่วันที่ยุบสภาโดยเร็ว ตามข้อตกลงระบุว่าระบุว่าเริ่มนับ 4 เดือน หลังการแถลงนโยบาย ถ้ารอกระบวนการทูลเกล้าฯ และถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 สัปดาห์ แล้วแถลงนโยบายแปลว่าเจตนารมณ์เราไม่ดี ตนเองจึงทำเรื่องเสนอทูลเกล้าฯ เลยและร่างนโยบายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะนี้ทำกรอบใหญ่ก่อน และให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นมารับทราบด้วย ไม่ใช่ยัดเยียดเหมือนที่ผ่านมา เพราะพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปากมีเสียงเลย เป็นนโยบายของพรรคแกนนำอย่างเดียวเลยมีปัญหาทำงานไม่มีความสามัคคี ดังนั้นตอนนี้เรามีเวลาน้อย และมีเจตนารมณ์ร่วมกัน ก็เป็นไปตามนั้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3

วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ

เสริมพลัง! เปิดโพสต์ 'อนุทิน' ลงยันต์ฝ่ามือหลวงพ่อสำลี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ใช้ช่วงวันหยุดเดินทางไปไหว้พระขอพร ที่วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก กับนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ก่อนวันที่ 20 ก.ย.

ทหารเรือจับตาชายแดนตราด ชี้มีโอกาสปะทุอีกรอบ ลั่นพร้อมโต้กลับ

“ผบ.กก.รฝ.1” เผยสถานการณ์ชายแดนยังต้องเฝ้าระวัง ประเมินฝ่ายตรงข้ามอยู่ระหว่างเสริมขีดความสามารถ และมีโอกาสที่สถานการณ์จะปะทุขึ้นอีก ย้ำกองทัพเรื

ไทยพลัส2ฉลุย/ลดค่าFt

“อนุทิน” ยันไฟเขียว “ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2” แล้ว รอให้ “เอกนิติ” สรุปวงเงิน  “เอกภพ” ปูดได้คนละ 1 พันใช้จ่าย 2 เดือน  “กพช.” หั่นค่าเอฟทีงวด ก.ย.-ธ.ค.

เปิดภารกิจโกอินเตอร์ นายกฯ ลุย 3 ประเทศ สหรัฐ-ญี่ปุ่น-อังกฤษ 20-27 ก.ย.นี้

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภารกิจสำคัญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา