“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปม “สีหศักดิ์” รมว.ต่างประเทศ เข้าร่วมประชุม UN เป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นเรื่อง “สำคัญ” และ “จำเป็นเร่งด่วน” สามารถทำได้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
29 กันยายน 2568 - สืบเนื่องเป็นข้อถกเถียงกันวงกว้างว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) สมัยสามัญครั้งที่ 80 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยที่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่ได้แถลงนโยบาย อันเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรนั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า เมื่อ ครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 วรรคหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีจะบริหารราชการแผ่นดินได้ “ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา”ก่อน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรคหนึ่ง
แต่กลไกรัฐธรรมนูญมีหลักย่อมมีข้อยกเว้น ที่ว่า “ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภา” หากมีกรณีที่ “สำคัญ” และ “จำเป็นเร่งด่วน” หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะ “ดำเนินการไปพลางก่อนเท่าที่จำเป็น”ก็ได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรคสอง
กรณีนายสีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) สมัยสามัญครั้งที่ 80 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่ได้แถลงนโยบายนั้น ต้องพิจารณาว่า เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ จึงจะถือเป็นเหตุให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงนั้น ที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการไปพลางก่อนชั่วคราว
หากพิจารณาถึงข้อแถลงโต้ตอบกับ ระหว่างนายสีหศักดิ์ฯ รมว.ต่างประเทศไทย กับนายปรัก สุคนธ์ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา เป็นข้อโต้แย้งเกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา เพราะหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไม่แถลงคัดค้านในที่ประชุม ย่อมทำให้มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างร้ายแรง โดยข้อโต้แย้งสามารถหักล้างข้อโต้แย้งปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาได้ทันควัน มิให้ประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ ถือเป็นการรักษาผลประโยชน์แก่ประเทศชาติ จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นเร่งด่วน ไม่อาจรอได้
เป็นเหตุให้ นายสีหศักดิ์ฯ รมว.ต่างประเทศดำเนินการไปพลางก่อน สามารถกระทำได้ ถือเป็นข้อยกเว้นก่อนที่จะแถลงนโยบายบแก่รัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรคสอง โดยให้อำนาจรัฐมนตรีสามารถกระทำได้ไปพลางก่อนเท่าที่จำเป็นก็ได้
แม้จะมีเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ที่สามารถประสานทางไกลกับรัฐบาลและปฏิบัติหน้าที่กล่าวถ้อยคำแถลงแทนรัฐบาลได้ก็ตาม แต่เมื่อรัฐบาลอนุทินฯ ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าพระมหากษัตริย์แล้ว ถือว่า รัฐบาลชุดใหม่เข้าทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 วรรคสอง รัฐมนตรีสามารถดำเนินการในกิจการกระทรวงที่เล็งเห็นได้ว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายในอนาคต ไปพลางก่อนเท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัดข้ออ้างหุ้นสื่อมูลค่าน้อย ฟังไม่ขึ้น ชี้คุณสมบัติต้องห้ามเด็ดขาด
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ “นักเล่นหุ้น” เข้าสู่อำนาจทางการเมืองระดับชาติ - ท้องถิ่น ข้ออ้างหุ้นสื่อในพอร์ตน้อย-ราคาติดดอย-ไม่มีอำนาจครองงำ ข้ออ้างฟังไม่ขึ้น
ดร.ณัฏฐ์ ผ่าวาทกรรมเลือกพรรคที่รักชาติ-ไม่รักชาติ แค่กลยุทธ์หาเสียงไม่เข้าข่ายใส่ร้าย
“ดร.ณัฏฐ์” ผ่าปมวาทกรรมทางการเมือง ให้ตัดสินใจ “เลือกพรรคที่รักชาติ หรือพรรคไม่รักชาติ” เป็นเพียงกลยุทธ์หาเสียง ปลุกกระแสชาตินิยม ไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสี
ถกRBCไทย-กัมพูชาล่ม ทบ.สยบลือปะทะรอบ3
ถก RBC ไทย-เขมร ล่ม! ไร้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่าง 2 แม่ทัพ เหตุวงเลขาฯ
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด ‘คดีฮั้ว สว.’ อั้งยี่-ฟอกเงิน ต้องรอเกมตัดสินจาก กกต.
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า สารตั้งต้นคดีฮั้ว สว.ปี 2567 แยกเป็นคดีหลักและคดีสาขา สำนวนที่ กกต.รับไต่สวน เป็นคดีหลัก ส่วนคดีอาญาฐานร่วมกันกระทำอั้งยี่ สมคบกัน
ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละคดีฮั้ว สว. ศึกสองค่าย ‘สว.น้ำเงิน’ กับ ‘กกต.’ ใครเกมก่อน
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า คดีโกงการเลือก สมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 หรือที่เรียกว่า “คดีฮั้ว สว.” แบ่งเป็น 2 ส่วน
'ปชน.' แจง กกต. แล้ว! ที่มาแหล่งเงิน 7.4 แสนล้าน 15 นโยบายประชานิยม
คณะทำงานฯ กกต. ไล่บี้ 'พรรคส้ม' ให้แจงรายละเอียด-ที่มาแหล่งเงิน 15 นโยบายหาเสียง ใช้งบทะลุ 7.4 แสนล้านบาท 'เท้ง' แจ้นแจงรัวๆ ยังไม่แผ่วชนกองทัพ พ่วงจัดทำรธน.ฉบับใหม่ ทำให้ไทยมีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เป็นสากล

