“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ ปมบัตรเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายไม่รับคดีไว้พิจารณา–หากละเมิดสิทธิ ต้องไปใช้สิทธิศาลอื่น
16 มีนาคม 2569 - สืบเนื่องจากมติผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องปมบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่นั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ ว่าอำนาจในการยื่นคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินกับกรณีการรับคดีไว้พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ คนละองค์กร ถือเป็นคนละส่วนกัน
เหตุในการยื่นกับการรับคำร้องของศาลไว้พิจารณา ยึดกฎหมายต่างกัน โดยศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจตาม พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ประกอบข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 ซึ่งจะรับคดีไว้พิจารณา ต้องใช้มติเสียงข้างมาก
เหตุผลที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญที่ว่า “กกต.กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์โค้ด น่าเชื่อได้ว่า สามารถเชื่อมโยงหรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และมาตรา 85 อันมีลักษณะเป็นการกระทำละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองหรือคุ้มครองไว้”นั้น
เหตุในการส่งคำร้องยังเลื่อนลอย เพราะการจะพิสูจน์ในเนื้อหาแห่งคดีจะต้องอาศัยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง จุดชี้ขาดข้อแพ้ชนะ การเลือกตั้งเป็นความลับ-ไม่ลับ ต้องไปพิสูจน์ว่า บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรและบัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิ ย้อนกลับไปละเมิดสิทธิผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัย เรื่องพิจารณาที่ ต.24/2569 วันที่ 11 มีนาคม 2569 โดยข้อเท็จจริงเดียวกัน แต่ในสนามการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ในปี 2567 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่รับคำร้องไว้พิจารณา
เหตุที่ศาลยกยกคำร้องไม่รับคดีไว้พิจารณาว่า “หากเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ผู้ร้องอาจใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 25 วรรคสาม ทั้งวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 47(2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213”
ข้อเท็จจริงเดียวกันกับการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งของ กกต.แนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่รับคดีไว้พิจารณา โดยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญย่อมเสร็จเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ โอกาสที่ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคดีไว้พิจารณา ทำให้เกมพลิก ส่งผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ย่อมโอกาสน้อย
การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ มีทั้งกองเชียร์และกองแช่ง อย่าเพิ่งไปคาดคะเน ดีใจล่วงหน้า หรือมโน เพ้อเจ้อ ไปไกลถึงขนาดว่าเลือกตั้ง ไม่เป็นความลับบ้าง บัตรมรณะบ้าง การเลือกตั้งเป็นโมฆะบ้าง อย่าเป็นศาลโซเชียล ตัดสินแทนศาล เพราะมติเสียงข้างมากเป็นดุลพินิจเฉพาะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ทำให้พี่น้องประชาชนสับสน ให้มีสติในการเสพข่าวสารบ้านเมืองและวิจารณ์ได้ภายในขอบเขตของกฎหมาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ขยี้ปม 'สก.ปชน.' เสียบบัตรแทนกัน ย้อนแย้ง 'โปร่งใส ตรวจสอบได้'
ดร.ณัฏฐ์” ขยี้ ปม “สก.” พรรคประชาชนเสียบบัตรแทนกันทุจริตต่อหน้าที่ ย้อนแย้งนโยบายหาเสียง “โปร่งใส ตรวจสอบได้” หาก ปปช.เชือด เป็นอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ
'ดร.ณัฏฐ์' แนะ 'อดีตสส.แก้วตา' แจ้งความดำเนินคดีคุกคามทางเพศ
‘ดร.ณัฏฐ์’ ชี้คดี ‘อดีต สส.แก้วตา-ธิษณา’ ถูก สส.พรรคประชาชนคุกคามทางเพศ แนะดำเนินคดีอาญา พร้อมช่วยเหลือฟรี เตือนประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อกองทุนเรี่ยไรสู้คดี
ดร.ณัฏฐ์ สอนมวย ‘ยิ่งชีพ’ ชี้คดีเกี่ยวพันหลายท้องที่ ผู้เสียหายแจ้งความได้ทุกพื้นที่
“ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน แสดงความเห็นกรณี “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ระบุผู้เสียหายไม่สามารถแจ้งความในท้องที่ภูมิลำเนาได้ โดยชี้ว่า หากเป็นความผิดเกี่ยวพันหลายท้องที่ ผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษได้ทุกท้องที่ที่พบการกระทำความผิด
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
'โสภณ' รอศาลรัฐธรรมนูญก่อนเปิดสภาสมัยวิสามัญถกเงินกู้ 4 แสนล้าน
'โสภณ' รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนส่ง ครม.ทูลเกล้าฯ เปิดสภาวิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน
มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต

