'เปรมศักดิ์' โวยมติกมธ.กฎหมาย โดนตัดสิทธิ์ไม่เป็นธรรม

“นพ.เปรมศักดิ์” เดือด ร้องประธานวุฒิสภา ขอทบทวนมติ กมธ.กฎหมายฯ กีดกันขัดขวางไม่ให้เป็นตัวแทนเข้าเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ อัดยับผิดข้อบังคับ – ถูกตัดสิทธิ์ไม่เป็นธรรม

12 ต.ค.2568 – นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทำหนังสือถึงนายมงคล สุรสัจจะ ประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนมติของคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา กรณีการพิจารณาเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนของวุฒิสภา เพื่อเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ “ไม่ชอบธรรม” และ “ขัดข้อบังคับการประชุม”

ในหนังสือดังกล่าว ดร.นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา มีมติให้ตนเองเป็นตัวแทนของคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อเข้าร่วมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฯ และได้ส่งชื่อไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) เป็นที่เรียบร้อยเพื่อจับฉลาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาได้จับสลากจากรายชื่อที่คณะต่าง ๆ ส่งเข้ามา รวม 20 คณะ เหลือเพียง 11 คณะ เพื่อร่วมกับคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ รวมเป็น 12 คน ซึ่งเป็นโควตาของวุฒิสภาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ซึ่งวิปวุฒิได้จับฉลากได้ตนเองเป็นตัวแทนของคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า แต่ปรากฏว่าในวันต่อมา (10 ตุลาคม 2568) ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรมวุฒิสภา ได้เรียกประชุมด่วน โดยมีวาระพิจารณารายชื่อผู้แทนกรรมาธิการฯ ใหม่ ทั้งที่ได้มีมติไปแล้วในวันที่ 8 ตุลาคม ซึ่งตามข้อบังคับจะต้องเรียกประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน หรือหากเป็นเรื่องด่วน วาระต้องไม่ซ้ำซ้อนกับมติเดิม

ดร.นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า การเรียกประชุมดังกล่าวถือว่าผิดข้อบังคับ อีกทั้งตนเองไม่ได้รับโอกาสเข้าร่วมประชุมเนื่องจากติดภารกิจในจังหวัดขอนแก่น จึงเป็นการพิจารณา “ลับหลัง” และภายหลังที่ประชุมมีมติไม่ส่งรายชื่อใครเข้าร่วม พร้อมคืนโควต้าให้คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาไปพิจารณาแทน

“การดำเนินการของประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรมวุฒิสภาครั้งนี้ ถือเป็น “การใช้อำนาจโดยไม่สุจริต” และ “ขัดต่อหลักจริยธรรมทางนิติบัญญัติ” เพราะเป็นการกระทำที่กระทบสิทธิส่วนบุคคล และอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภาโดยรวม จึงขอเรียกร้องให้ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา เร่งพิจารณาทบทวนมติที่เกิดขึ้นโดยด่วน เพื่อรักษามาตรฐานและบรรทัดฐานของวุฒิสภา”สว.เปรมศักดิ์ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สว.แนะ BWG สื่อสารเชิงรุก สร้างความเข้าใจกำจัดกากอุตสาหกรรมตามหลักวิศวกรรม

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG จ.สระบุรี พร้อมแนะบริษัทสื่อสารเชิงรุก เปิดเ

'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.

'พริษฐ์' ไม่หวั่น 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรเลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ 'กกต.' ส่งศาลตรวจสอบ

ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า

'วันวิชิต' ชี้ระบบเลือก สว. เปิดช่องล็อบบี้ทุกกลุ่ม ส่วนปมฮั้วต้องมีหลักฐานเส้นเงิน ล็อกโหวต กำหนดผล ชี้ข้อสันนิษฐาน สร้างกระแส แต่ไร้ Impact ทางกฎหมาย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ว่า กระบวนการเลือก สว. ตามระบบปัจจุบันเปิดให้ผู้สมัครต้องแนะนำตัว แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการสนับสนุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเลือกในรอบไขว้ ซึ่งหากผู้สมัครไม่พูดคุยหรือสร้างความรู้จักกับผู้อื่นเลย โอกาสได้รับเลือกย่อมน้อยลง

'เทพไท' จี้ กกต.นำข้อมูลแฮ็ก CCTV รวมสำนวนคดีฮั้วสว.

“เทพไท” เรียกร้อง กกต.ตรวจสอบและนำข้อมูลแฮ็กภาพจาก CCTV ที่ถูกเผยแพร่มาประกอบสำนวนคดีฮั้ว สว. หากยังไม่เคยถูกรวบรวมไว้ พร้อมระบุว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการลงคะแนนตามโพย และควรเร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว

'สว.สมพาน' เอาจริง! แจ้งความ 'ยิ่งชีพ' คดีหมิ่นประมาท

มาตามนัด! “สว.สมพาน” แจ้งความ ”ยิ่งชีพ“ ที่อำนาจเจริญ ชี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ จุ 200 คนไม่ได้เหมือนห้องจูปิเตอร์ ย้ำ! เชื่อหลักกฎหมายของ กกต.มากกว่า ”หลักไอลอร์”