
‘สว.อิสระ’ เชื่อโหวตแก้รธน.ฉลุยทั้งสามร่างฯ คาดฉบับสีน้ำเงิน เสียง สว. โหวตพรึ่บ เตือนตอนจบอย่ามวยล้มต้มคนดู
13 ต.ค. 2568 – น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มอิสระ กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 14 – 15 ต.ค. ที่เป็นการพิจารณาวาระแรกขั้นรับหลักการ นอกจากต้องได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งแล้ว ยังต้องมีเสียงของ สว. ลงมติเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวน สว. คือ 67 เสียง ว่า จนถึงขณะนี้ เท่าที่ติดตามข่าว เชื่อว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามา 3 ร่าง คือของพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่างของพรรคเพื่อไทย และร่างของพรรคประชาชน แนวโน้มจะผ่านวาระแรกขั้นรับหลักการ คาดว่าน่าจะผ่านความเห็นชอบทั้งสามร่างฯ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต
ส่วนสมาชิกรัฐสภาที่จะเสนอความเห็นอย่างไรที่ต่างจากร่างฯ ที่ผ่านวาระแรก ค่อยไปยื่นขอสงวนคำแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการฯต่อไป สำหรับในส่วนของ สว. ประเมินว่าจะมี สว. ร่วมโหวตเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 150 เสียง โดยเฉพาะร่างฯของนายกฯและพรรคภูมิใจไทย สำหรับในส่วนของ สว. กลุ่มอิสระ จะโหวตรับหลักการทั้งสามร่างฯ
น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวว่า หลังจากรัฐสภาโหวตรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรกไปแล้ว ต้องรอดูว่าการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะออกมาอย่างไร โดยหากออกมาแล้วยืนบนหลักประชาธิปไตยก็ดี แต่หากไม่เป็นประชาธิปไตยอาจโดนด่าเละ แต่ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้เสียทีเพราะรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่มีปัญหาจริงๆ แต่สุดท้ายเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่าทำออกมาเป็นมวยล้มต้มคนดู ต้มกองเชียร์ก็แล้วกัน
สำหรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่สามพรรคการเมืองคือพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ยื่นต่อรัฐสภา มีข้อดีข้อเสียคนละอย่างสองอย่าง อย่างของพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล มีบางประเด็นน่าสนใจ เช่น การลดจำนวนเสียงสมาชิกวุฒิสภาในการโหวตเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลงจากปัจจุบันที่ต้องได้เสียง สว.ไม่น้อยกว่า หนึ่งในสามหรือ 67 เสียง ก็ให้เหลือหนึ่งในห้า ของจำนวน สว.คือ 40 เสียง แต่จริงๆ แล้ว ถ้าให้ดี ก็เอาแค่คะแนนเสียงเห็นชอบของสมาชิกรัฐสภาสองสภาฯ รวมกันคือ สส. กับ สว. แค่เห็นชอบด้วยเกินครึ่ง ก็น่าจะพอแล้ว เพราะทั้ง 2 สภามาจากประชาชนเหมือนกัน เพียงแต่ว่ามาจากคนละส่วนกัน
“เพราะการให้ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสองสภามันก็ไม่ง่าย รวมถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยยังเขียนล็อกไว้อีกว่าไม่ให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ในหมวด 1 และหมวด 2 ที่ไม่รู้จะทำได้หรือทำไม่ได้ แต่เป็นหลักการที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมคงจะชอบ ออกมาแนวประนีประนอมก็คือ ไม่ได้หักด้ามพร้าด้วยเข่า แต่ฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนแปลงก็อาจจะไม่พอใจ ซึ่งสำหรับผม ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาก็อยากเห็นมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น” น.ต.วุฒิพงศ์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทิ้งบอมบ์! ปูดสภาสูงปีก 'น้ำเงิน' ลุยเติมเสียงดูด สว. เข้าก๊วน
ระเบิดลงวุฒิสภา! ปูดสภาสูงปีกน้ำเงินเดินเกมเติมเสียงดูด สว. เข้าก๊วน เชื่อคนอยากได้ตำแหน่งยังไปวิ่งเต้นที่เขากระโดง-ซอยรางน้ำ เหตุแม้ยื่นสอย 26 คน แต่ยังคุมเบ็ดเสร็จ
'โอฬาร' ชี้ กกต.ไม่ใช่ 'บุรุษไปรษณีย์' ต้องกลั่นกรองหลักฐานก่อนส่งศาล คดี สว.ใช้กระแสตัดสินไม
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่า ภายหลังประกาศรับรองผลการเลือก สว.แล้ว กกต.ไม่ใช่ผู้วินิจฉัยความผิดขั้นสุดท้าย เพราะอำนาจตัดสินเป็นของศาลฎีกา แต่ในขณะเดียวกัน กกต.ก็ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์” ที่มีหน้าที่รับทุกข้อกล่าวหาแล้วส่งต่อไปยังศาลโดยไม่ตรวจสอบหรือกลั่นกรอง
ปชน. จี้ 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' ตั้งเงื่อนไขทำ 'อีไอเอ' โครงการใหญ่ใช้ไฟเกิน 10 เมกะวัตต์
'กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ' เรียกร้อง 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' เร่งกำหนดทำอีไอเอให้ชัด ขนาดใหญ่ใช้ไฟเกิน 10 เมกะวัตต์ ก่อนมีบริษัทปล่อยผีฉวยโอกาสช่วงสูญญากาศ หวั่น กระทบคนพื้นที่
'ทั่นโรม' จี้คุ้ยเส้นทางการเงินเครือข่ายสแกมเมอร์หลังพ่อมะกันขึ้นบัญชีดำ!
'โรม' จี้รัฐบาลเร่งสอบสาวไส้เส้นทางการเงิน -คดีความเครือข่ายแสกมเมอร์ในไทย หลัง 'วรภัค' จ่อถูกแบล็กลิสต์มะกัน – หวั่นกระทบภาพลักษณ์-ความน่าเชื่อถือประเทศไทย
มีแต่พระเอก! โรมซัดอย่าโยงพรรคในคดีฮั้วเพราะไม่มีใครนิยามตัวเองเป็น สว.ส้ม
'โรม' อัดยับวาทกรรมตีตรา ชี้ไม่มี สว.คนไหนนิยามตัวเองเป็น 'สว.สีส้ม' ซัดเป็นพฤติกรรมเบี่ยงประเด็นหวังลากคนอื่นเข้าคลองในลักษณะ 'ถ้าผมชั่ว คุณก็ต้องชั่วเหมือนผม'
'รังสิมันต์' ฉุน 'ไชยชนก' เบี้ยวแจง กมธ.รอบที่ 6
'โรม' ฉุน 'ไชยชนก' เบี้ยวแจงปมสินบน 40 ล้าน-ส่งตัวแทนเป็นครั้งที่ 6 ถามเข้าใจปัญหาจริงหรือไม่ หรือยกเมฆมาพูดลอยๆ ลั่นถ้าไม่มีหลักฐานเท่ากับโกหกกลางสภา

