สว.อังคณา ชี้รัฐธรรมนูญปี 60 ต้นตอสังคมไทยขัดแย้ง ประชาชนอ่อนแอ

"สว.อังคณา" บอกไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่จะทำให้ทุกคนพอใจ แต่ต้องทำให้อยู่ร่วมกันได้บนพื้นฐานความเท่าเทียม

14 ตุลาคม 2568 - ที่รัฐสภา เวลา 18.40 น. นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ร่วมอภิปรายการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญ 60 ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการร่าง และผู้ที่ได้รับเลือกให้ร่าง ก็ไม่ได้มาจากการคัดเลือกของประชาชน ทำให้รัฐธรรมนูญปี 60 ขาดการยึดโยงกับประชาชน โดยรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 เป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้รัฐเข้มแข็ง แต่ประชาชนอ่อนแอ และยังมีการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ผ่านคำสั่ง คสช. ฉบับต่าง ๆ ที่มีผลผูกพันต่อชีวิตประชาชนจนถึงทุกวันนี้ แม้จะผ่านการทำประชามติในปี 59 แต่การทำประชามติ ภายใต้รัฐบาล คสช. ประชาชนถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการแสดงออกอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้ที่ออกมารณรงค์ให้รับ หรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถูกดำเนินคดี และถูกคุกคามโดยกฏหมาย

นางอังคณา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ประชาชนพยายามขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งการเข้าชื่อการเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดยเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 63 ร่างฉบับประชาชน ถูกบรรจุเข้าที่ประชุมสภา มีประชาชนจำนวนมากมารอรับฟังบริเวณด้านหน้ารัฐสภา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ มองว่า การรวมตัวกันของประชาชน เป็นการชุมนุมที่อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรง จึงมีการสลายการชุมนุม ทั้งที่ประชาชนยังไม่ได้เริ่มชุมนุม มีการฉีดน้ำยาแรงดันสูงผสมสารเคมีใส่ประชาชน โดยยังไม่ได้มีการเจรจา หรือการผ่อนปรน และประชาชนหลายคนถูกจับกุมดำเนินคดี และมีหลายคนรวมถึงเด็ก ๆ หรือผู้สูงอายุ ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมที่เกินจำเป็น และไม่ได้สัดส่วน

นางสาวอังคณา ระบุว่า น่าเสียดายว่าวันนี้ และพรุ่งนี้ ที่เราจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีแค่ 3 ฉบับ ในขณะที่ร่างแต่ละฉบับ มาจากพรรคการเมือง แต่ร่างของประชาชนไม่สามารถเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาได้ ดังนั้น การให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่กรรมการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นต้องให้ความสำคัญ ในฐานะอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ตนเองเห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญ รัฐสภาต้องยืนบนหลักการที่สำคัญ คือ การยึดโยงกับประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเข้าถึงหรือมีส่วนร่วมในการร่างได้, เปิดกว้างการรับความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย, ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญต้องทำงานอย่างอิสระมีประสิทธิภาพโปร่งใสและไม่หวั่นเกรงต่ออำนาจใดใด

“ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่จะทำให้ทุกคนพอใจในทุกข้อ ทุกบท หรือทุกมาตรา แต่รัฐธรรมนูญที่ดี ต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้ประชาชนทุกคน สามารถอยู่ร่วมกันได้ บนพื้นฐานความเท่าเทียมในสิทธิเสรีภาพ และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลทุกคน” นางอังคณา กล่าว

นางอังคณา กล่าวว่า รัฐธรรมนูญต้องคือสิทธิเสรีภาพให้ประชาชน และสร้างหลักประกันเรื่องรัฐสวัสดิการให้บุคคลทุกคนโดยถ้วนหน้า และเท่าเทียม รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องคืนสิทธิชุมชนท้องถิ่น และชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ให้แก่ผู้ที่ตั้งถิ่นฐานในชุมชนมาช้านาน

นางอังคณา กล่าวต่อว่า การแก้รัฐธรรมนูญ จะเป็นหนทางที่นำพาประเทศไทยออกจากความขัดแย้ง และความหวาดกลัว และเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ไปสู่การอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างหลากหลาย บนพื้นฐานการเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของคนทุกคน และสร้างเสถียรภาพทางการเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

นางอังคณา กล่าวว่า ที่ผ่านมาการถอดถอนรัฐบาลออกจากอำนาจ แบบที่คาดเดาไม่ได้ ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของสังคมไทย และการเมืองไทย ทำให้ความขัดแย้งในสังคมลึกมากขึ้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ เป็นผลพวงจากรัฐธรรมนูญ 60 สุดท้ายนี้ตนเองเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่าง ภายใต้บรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย และรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลพลเรือน ที่เคารพในความเป็นพหุวัฒนธรรม จะเป็นบันไดสู่การพัฒนา ประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง และยั่งยืนและจะทำให้สังคมไทยแข็งแรงขึ้น มีความอดทนอดกลั้นในการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของการเคารพคุณค่า และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของบุคคลทุกคน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อังคณา ซัดพรรคคนรุ่นใหม่ แตะต้องเตือนไม่ได้ วิจารณ์ก็มาถล่ม เป็น กมธ.กม. ไม่ทำการบ้าน แค่นั่งฟังคอยยกมือโหวต

อังคณา ซัดก่อนเลือกตั้งก็ไม่เคยถ่อมตน ใครวิพากษ์วิจารณ์ไรก็มาถล่มเขาหมด คิดแต่ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ความคิดเห็นต้องดีกว่า ไม่ฟัง แตะต้องไม่ได้

คิดแบบส้ม! 'ไอลอว์' หยามพรรคเล็ก 'ไม่เห็นชอบ' แก้ รธน. เป็นพวกไม่มีกระแส หิวแสง อยากออกกล้อง

ประชาธิปไตยสีส้ม! "ผอ.ไอลอว์" ไล่แซะคนเห็นต่าง เย้ยพรรคเล็ก "ไม่เห็นชอบ" แก้รัฐธรรมนูญ เป็นพวกไม่มีกระแสในช่วงเลือกตั้ง หมดลุ้นได้ สส.

นักวิชาการมธ. ระบุไม่มีกลไกเอาผิดกกต.แบบเห็นผล เพราะรธน.60 ไม่ดี ป.ป.ช.มาจากสว.เหมือนกัน

ศ. ดร.สามชาย ศรีสันต์ ประธานบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผ

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด ‘คดีฮั้ว สว.’ อั้งยี่-ฟอกเงิน ต้องรอเกมตัดสินจาก กกต.

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า สารตั้งต้นคดีฮั้ว สว.ปี 2567 แยกเป็นคดีหลักและคดีสาขา สำนวนที่ กกต.รับไต่สวน เป็นคดีหลัก ส่วนคดีอาญาฐานร่วมกันกระทำอั้งยี่ สมคบกัน