ดร.ณัฏฐ์ เตือน สส.ปชน.อย่าใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ ปมคดี ‘ยศสิงห์’

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้กรณี “ชุติพงษ์” สส.ปชน.ตรวจสอบประวัติ “ยศสิงห์” รมช.อุตสาหกรรม คดีถึงที่สุดแล้ว ไม่อาจรื้อฟื้นคดีใหม่ได้ เตือนไม่ควรใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ

17 ตุลาคม 2568 - สืบเนื่องจากนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะเลขานุการคณกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุมติดตามกรณีความคืบหน้า ปปช.ชี้มูลความผิดจ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสากรรม โดยเชิญ ปปช. อัยการสูงสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราและนายอำเภอบางปะกงมาให้ถ้อยคำประเด็นขณะที่จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ดำรงตำแหน่งนายกเทศบาลตำบลบ้านผึ้ง ได้ถูกกล่าวหาว่า ได้ร่วมกันทุจริต โดยมติ ปปช.8-0 ชี้มูลความผิด ภายหลัง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 พิพากษายกฟ้องนั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะว่ากรณีจ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 พิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุดไปแล้วแม้ในจะมีถูก ปปช.ชี้มูลความผิด แต่ยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะพิพากษา เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตฯรับฟังพยานหลักฐานทุกฝ่ายแล้ว พิพากษายกฟ้อง จ่าเอกยศสิงห์ฯ โดย ปปช.มิได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ ย่อมเป็นที่สุด

การใช้อำนาจของ นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎรใช้อำนาจ กมธ.เรียกหน่วยงานดังกล่าวมาตรวจสอบในการใช้ดุลพินิจนั้น ควรไปตรวจสอบอ่านคำพิพากษาให้ชัดแจ้งว่าเหตุใดศาลพิพากษายกฟ้องและยกฟ้องในประเด็นใด  

มิใช่ว่าจะยกขึ้นกล่าวอ้างลอยๆว่า ผู้บริหารท้องถิ่น ลงนามคนสุดท้ายแล้วไม่เป็นความผิด จะใช้เป็นบรรทัดฐานในคดีอื่นๆ เป็นความเข้าใจในกฎหมายที่คลาดเคลือน เพราะประเทศไทยใช้ระบบ Civil Law คำพิพากษาไม่ผูกพันคดีอื่นเหมือนกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ตาม รธน.มาตรา 211 วรรคสี่อีกทั้งคดีอาญามีโทษทางอาญา ต้องพิสูจน์ในเรื่องเจตนาของผู้กระทำความผิด ตาม ปอ.มาตรา 59 ว่าเป็นตัวการร่วมกระทำผิดหรือไม่

การให้สัมภาษณ์สื่อไม่ตรงต่อความเป็นจริง เอาผลงาน ย่อมไปกระทบสิทธิบุคคลอื่น  เพราะ ปปช.เป็นองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ เมื่อ ปปช.ชี้มูลความผิดแล้ว กระบวนการยังไม่เป็นที่สุด ยังมีองค์กรตุลาการตรวจสอบการใช้อำนาจอีกชั้นหนึ่ง เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษายกฟ้อง และคดีไม่มีการอุทธรณ์ คดีย่อมถึงที่สุด ไม่อาจรื้อร้องฟ้องใหม่ได้อีก

ส่วนการใช้ดุลพินิจในชั้นอุทธรณ์ เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ปปช.โดยกระทำโดยองค์คณะ ถึงมีมติเสียงข้างมากแจ้งให้อัยการไม่อุทธรณ์ตามอำนาหน้าที่การใช้อำนาจ กมธ.ฝ่ายนิติบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 วรรคสอง บัญญัติให้กิจการ กมธ.ทำหน้าที่สอบหาข้อเท็จจริงหรือการศึกษา ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาและหน้าที่และอำนาจที่รระบุไว้ในการตั้ง กมธ.และต้องเป็นเรื่องไม่ซ้ำซ้อนกัน โดยมี พรบ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2568 เป็นเครื่องมือในการทำงาน ต้องอยู่ในกรอบกฎหมายที่ให้อำนาจ มิได้ให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจ

มิฉะนั้นแล้ว กมธ.จะถูกตราหน้าว่า จะใช้อำนาจเกินขอบเขต ทำตัวเป็นตัวความเสียเอง สอบข้อเท็จจริงไร้ขอบเขตรุกล้ำสิทธิส่วนตัวเสียเอง จะเป็นผลร้ายต่อ กมธ.เอง ที่ใช้อำนาจไปกลั่นแกล้งบุคคลอื่น เพื่อยึดโยงทำลายล้างไปถึงคุณสมบัติและลักษระต้องห้ามของจ่าเอกยศสิงห์ฯ รัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160(6) ประกอบ มาตรา 98 อาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมได้ พูดภาษาชาวบ้าน คือ ใช้อำนาจ กมธ.ที่ตนมีอำนาจตาม รธน.มาตรา 129 และ พรบ.สั่งเรียกฯ เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบฝ่ายตรงกันข้าม

ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่าต้องถามว่า คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่ตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 มีอำนาจและหน้าที่อะไรกันแน่ แล้วมันเกี่ยวอะไรตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือศึกษาประวัติผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หรือกระบวนการยุติธรรมทางอาญาหรือไม่อย่างไร หากไม่มีหน้าที่และอำนาจ ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ กมธ.ความมั่นคงฯ กระทบต่อภาพลักษณ์ต่อ กมธ.ความมั่นคงฯ ศรัทธาของพี่น้องประชาชนต่อฝ่ายนิติบัญญัติที่ตั้ง กมธ.ความมั่นคง ในระบบรัฐสภาลดลง เพราะประชาชนทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน การใช้อำนาจตามอำเภอใจจักกระทำไม่ได้เพราะไปกระทบสิทธิบุคคลอื่น

“ส่วนการตรวจสอบการทำหน้าที่รัฐมนตรี เป็นอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ กลไกรัฐธรรมนูญในระบบรัฐสภา ให้อำนาจตรวจสอบและถ่วงดุล แต่การให้นายชุติพงศ์ ฯ สส.ระยอง พรรค ปชน.สัมภาษณ์สื่อในลักษณะเชิงประจาน ในประวัติ คุณสมบัติของรัฐมนตรีก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง เสมือนประหนึ่งว่า เป็นโจรทางการเมือง เป็นผู้ประวัติเสื่อมเสีย ปปช.ชี้มูล มีคดีติดตัว ทำให้พี่น้องประชาชนสับสน ผมขอเตือนว่า นายชุติพงศ์ฯ ไม่ควรกระทำ เป็นการเล่นนอกเกม ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติรับรองให้กระทำได้” ดร.ณัฐวุฒิ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวมพลังแผ่นดินฯ ปลุก 8 กุมภา กา ‘ไม่เห็นชอบ’ จัดทำรธน.ฉบับใหม่

กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยออกแถลงการณ์คัดค้านการออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. ชี้คำถามคลุมเครือ ทำประชาชนสับสน เปิดช่องการชี้นำ พร้อมยืนยันการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรายังทำได้ ไม่จำเป็นต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ก่อนเชิญชวนประชาชนก

แหกโค้งเรียบร้อย! 'หมอสุภัทร' อ้างชูจุดแข็ง 'คนหาดใหญ่' รู้ปัญหาทุกมิติ นี่คือคุณสมบัติ สส. ในยามวิกฤต

จากกรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 (พื้นที่อำเภอหาดใหญ่) พรรคประชาชน ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง โดยใช้คำพูดในลักษณะด้อยค่าชาวอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ว่า "เราเอาคนหาดใหญ่เท่านั้น

'ปิยบุตร' ประดิษฐ์วาทกรรม เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่ศึกสามก๊ก แต่คือการประลอง 'อดีตกับอนาคต'

"ปิยบุตร" ชี้เลือกตั้ง 8 ก.พ. ไม่ใช่ศึกสามก๊ก แต่คือการประลองอดีตกับอนาคต แฉการเมืองบ้านใหญ่ผูกขาดอำนาจ ซื้อเสียง สะสมมุ้ง คุมรัฐบาล ชี้เป็นวงจรอุบาทว์ฉุดประเทศ ลั่นพรรคประชาชนไม่เล่นเกมอุปถัมภ์ ขอเปลี่ยนโฉมการเมืองไทยทั้งระบบ

กวีพี่คนดี ร่ายกลอน หมอจะฮาไปไหน ปลุกหาดใหญ่ไม่เอาระโนด ดูโคตรบ้า

กรณี นพ.สุภัทร พรรคประชาชน กล่าวปราศรัยในลักษณะด้อยค่าคนระโนด ไม่เหมาะที่จะมาเป็นผู้แทนในเขต 2 ซึ่งต้องเป็นคนหาดใหญ่เท่านั้น คนระโนดก็ให้ไปอยู่ระโนด