
‘วุฒิสภาไทย’ แลกเปลี่ยนประสบการณ์รัฐสภาระดับภูมิภาค ณ เวียงจันทน์ ชู 4 กลไก สอดรับแนวปฏิบัติ ‘เปิดเผย-ตอบสนองประชาชน’
24 ต.ค. 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา วุฒิสภาไทยเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค เรื่อง “Open and Responsive Parliament: Parliamentary Experiences” ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งจัดโดยสภาแห่งชาติ สปป.ลาว ร่วมกับ Assemblée Parlementaire de la Francophonie (APF) และศูนย์ฝึกอบรมรัฐสภาแห่งเอเชีย (PCAsia) เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติในการสร้างรัฐสภาที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมของประชาชน
โดยมี นายสัญญา ประเสริฐ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาแห่งชาติ สปป.ลาว เป็นประธานในพิธีเปิด และมีสมาชิกสภาและตัวแทนจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยวุฒิสภาไทยส่ง นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และรองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศวุฒิสภา และนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นตัวแทนร่วมประชุม

โดยนายชิบ ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานของวุฒิสภาไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้รัฐสภาเป็น “รัฐสภาที่เปิดเผยและรับผิดชอบต่อสังคม” ผ่านกลไกสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.การประชุมเปิดเผยต่อสาธารณะ ประชาชนสามารถเข้าฟังในห้องประชุมรัฐสภา หรือผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา YouTube และ Facebook 2.การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ก่อนตรากฎหมายต้องเปิดรับฟัง วิเคราะห์ผลกระทบ และเปิดเผยต่อสาธารณะ 3.สิทธิของประชาชนในการเสนอร่างกฎหมายและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประชาชนไม่น้อยกว่า 10,000 คนสามารถเสนอร่างกฎหมาย และไม่น้อยกว่า 50,000 คนสามารถเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4.ความโปร่งใสผ่านการเปิดเผยข้อมูล (Open Data) วุฒิสภาเผยแพร่ข้อมูลการประชุม ผลการดำเนินงาน และงบประมาณ รวมถึงมีแอปพลิเคชัน “จันทรา” รับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะจากประชาชน
นายชิบ กล่าวว่า วุฒิสภาไทยยังดำเนินโครงการเชิงรุกหลายโครงการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน อาทิ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน รับฟังปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่ต่างๆ, โครงการเสริมสร้างผู้นำนักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ครอบคลุมภาคราชการ เอกชน วิชาการ และประชาชน, สัมมนาเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยระดับภูมิภาค เพื่อสร้างความร่วมมือและทบทวนบทบาทวุฒิสภา, สภาจำลองสัญจร เผยแพร่ความรู้ทางการเมืองแก่เยาวชน, รวมถึง OPEN Parliament Hackathon 2024 ที่เปิดข้อมูลรัฐสภาให้ประชาชนร่วมออกแบบระบบโปร่งใสด้วยเทคโนโลยี AI, Big Data และ Machine Learning พัฒนาระบบ Parliament Sandbox และ Open Parliament Workshop ให้เยาวชนมีส่วนร่วมออกแบบการเมืองและเรียนรู้สิทธิของตน
“สมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันของไทย มีจำนวน 200 คน มาจาก 20 กลุ่มอาชีพ ครอบคลุมทุกภาคส่วนของสังคม ตั้งแต่ภาคราชการ การศึกษา สาธารณสุข เกษตรกรรม SME สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ชาติพันธุ์ และสื่อมวลชน ซึ่งสะท้อนหลักการ การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ในประเด็นเรื่องความโปร่งใสวุฒิสภาไทยก็มุ่งมั่นทำงานด้วยความโปร่งใส เปิดเผย และตอบสนองต่อประชาชนในทุกมิติ เพื่อให้รัฐสภาเป็นสถาบันที่ประชาชนเชื่อมั่น และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน” นายชิบ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สว.แนะ BWG สื่อสารเชิงรุก สร้างความเข้าใจกำจัดกากอุตสาหกรรมตามหลักวิศวกรรม
คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG จ.สระบุรี พร้อมแนะบริษัทสื่อสารเชิงรุก เปิดเ
'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.
'พริษฐ์' ไม่หวั่น 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรเลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ 'กกต.' ส่งศาลตรวจสอบ
ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า
'วันวิชิต' ชี้ระบบเลือก สว. เปิดช่องล็อบบี้ทุกกลุ่ม ส่วนปมฮั้วต้องมีหลักฐานเส้นเงิน ล็อกโหวต กำหนดผล ชี้ข้อสันนิษฐาน สร้างกระแส แต่ไร้ Impact ทางกฎหมาย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ว่า กระบวนการเลือก สว. ตามระบบปัจจุบันเปิดให้ผู้สมัครต้องแนะนำตัว แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการสนับสนุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเลือกในรอบไขว้ ซึ่งหากผู้สมัครไม่พูดคุยหรือสร้างความรู้จักกับผู้อื่นเลย โอกาสได้รับเลือกย่อมน้อยลง
'เทพไท' จี้ กกต.นำข้อมูลแฮ็ก CCTV รวมสำนวนคดีฮั้วสว.
“เทพไท” เรียกร้อง กกต.ตรวจสอบและนำข้อมูลแฮ็กภาพจาก CCTV ที่ถูกเผยแพร่มาประกอบสำนวนคดีฮั้ว สว. หากยังไม่เคยถูกรวบรวมไว้ พร้อมระบุว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการลงคะแนนตามโพย และควรเร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว
อมตะซิตี้ ลาว ปักหมุด“นาหม้อ” เมืองอุตฯสีเขียวแห่งลุ่มน้ำโขง
อมตะซิตี้ ลาว ปักหมุด“นาหม้อ” เมืองอุตสาหกรรมสีเขียวแห่งลุ่มน้ำโขง ดัน สปป.ลาว สู่แลนด์ลิงก์ลงทุนบนเส้นทางรถไฟลาว-จีนสร้างโอกาสการจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

