'อมรัตน์' ด่าแหลกวิกฤติผู้นำ ชนชั้นนำไทย สังคมจารีต ก่อนเลี้ยวลงนิรโทษกรรม 3 นิ้ว

18 ก.พ.2565 - ที่รัฐสภา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวหน้า อภิปรายถึงวิกฤติของประเทศไทย วิกฤติของผู้นำ ว่า การที่กองทัพส่งแม่ทัพมายึดอำนาจ แต่ไม่สามารถบริหารประเทศได้ แถมยังตกเป็นเครื่องมือของนายทุนใหญ่ แต่จารีตนิยม ราวกับฝาแฝดอิน-จัน กินอยู่สบายบนกองภาษีอากรของประชาชน ระบอบการเมืองประชาธิปไตยจอมปลอม สร้างระบอบการเมืองแบบใหม่ ที่อนุญาตให้เราเข้าหูหาไปหย่อนบัตรเลือกตั้งเป็นครั้งคราว แต่อำนาจสูงสุดอยู่ในมือของนายทุนและฝ่ายขวาจารีต การเอาการเมืองกลับมาสู่ประชาธิปไตยคือ การเปิดให้มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

นางอมรัตน์ กล่าวว่าวิกฤตนิติรัฐ เกิดจากความย่ามใจใช้กฎหมายปราบปรามประชาชน เกิดวิกฤติศรัทธาสูงต่อสถาบันต่างๆ เช่น ตุลาการ เนื่องจาก คสช. เข้ามาสู่อำนาจจากการปูทางของตุลาการภิวัฒน์ แต่งตั้ง ส.ว. เกิดการโยกย้ายยึดกุมระบบราชการ และเมื่อยึดองค์กรอิสระได้ก็อาศัยนักร้องและสื่อเพื่อสะกดจิตสังคม ทำให้คนไม่สนใจกฎหมาย และให้คดีความขึ้นสู่เงื้อมือของศาล กฎหมายความมั่นคงถูกรัฐบาลอำนาจนิยมมาใช้อย่างไม่ละอาย เพื่อให้ประชาชนเข็ดหลาบไม่ลุกขึ้นมาต่อต้าน เอาตัวไปขังในเรือนจำทั้งที่ยังไม่มีการพิพากษา ทรมาน ไม่ได้รับสิทธิประกันตัว หรือแม้ว่าจะปล่อยตัวก็ใช้กำไล EM ล่ามเท้า ขังให้อยู่ในบ้าน ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้วถึงเดือนมกราคมในปีนี้มีประชาชนและเยาวชนถูกดำเนินคดีไปแล้ว 1,767 รายจาก 1,009 คดี ทั้งคดีอาญา คดีความมั่นคง คดีจาก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่อ้างว่าใช้ควบคุมโรคระบาด พ.ร.บ.การชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ, พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, ข้อหาละเมิดศาล หรือแม้แต่ พ.ร.บ.ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ก็เอามาใช้กับประชาชน

"ชนชั้นนำไทย ก็เอาแต่หวาดกลัวว่าสังคมจารีตกำลังจะถูกทำลาย นี่คือยุคมืดอย่างแท้จริง รวมทั้งเป็นยุคที่เกิดคดีความทางการเมืองมากที่สุด ต่อจากยุคสงครามเย็น การใช้กฎหมายกดหัวประชาชนอาจจะต่ออายุรัฐบาลไปได้เล็กน้อย แต่ในอนาคตจะกลายเป็นระเบิดเวลา ที่ทุกสถาบันจะพังกันไปหมด การทำนิติสงครามกับประชาชนต้องหยุดทันที เราต้องปฏิรูปกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และสถาบันการเมือง หยุดดำเนินคดีกับประชาชน และเปิดพื้นที่พูดคุย โดยเริ่มจากนิรโทษกรรมคดีการเมืองทั้งหมด เวลาแม่ทัพฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุด แต่กลับนิรโทษกรรมได้ แล้วทำไมจะนิรโทษกรรมให้กับประชาชนไม่ได้ การนิรโทษกรรมจะเป็นประตูบานแรกเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในสังคม"

ส.ส.ก้าวไกล ยกตัวอย่างเช่น ในสมัยของนายควง อภัยวงศ์ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ในเหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นต้น หรือบทเรียนจากไต้หวัน ที่คล้ายกับประเทศไทย อยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการ ประชาชนถูกจับกุมและหนีออกจากบ้านเกิด ซึ่งสุดท้ายปัญหาสมองไหลกลายเป็นอุปสรรค์ในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการเยาวชนแห่งชาติ เพื่อยอมรับความจริงที่ทำให้เกิดสมองไหล เรื่องจากขาดเสรีภาพทางการเมืองและวิชาการ ในปีเดียวกันมีการเปิดให้เลือกตั้งอย่างเสรีเป็นครั้งแรก และยกเลิกกฎอัยการศึกในปีต่อมา จะเห็นว่าการเมืองที่เปิดกว้างและนโยบายเชิงรุก ทำให้บุคคลที่มีความสามารถเดินทางกลับประเทศ

เธอ กล่าวว่า บทเรียนจากเรื่องนี้ อย่าปล่อยให้ความห่วงแหนอำนาจของคนรุ่นเก่าผลักใสคนรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของชาติออกไป การนิรโทษกรรมให้เยาวชน ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นการสร้างสังคมที่เอื้อต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจอีกด้วย การนิรโทษกรรมไม่ใช่แค่ปล่อยเพื่อนเรา แต่เป็นการปลดปล่อยศักยภาพของประเทศของประเทศ ประเทศที่กักขังความคิดของประชาชน ก็จะกักขังความสร้างสรรค์ ไม่กล้าตั้งคำถาม หมดความสามารถที่จะคิดนอกกรอบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ เยาวชนไม่มั่นใจว่าจะมีอนาคตในประเทศที่มีโครงสร้างทางสังคมแบบนี้อย่างไร

“นี่ไม่ใช่การเรียกร้องจากผู้มีอำนาจ หรือวิงวอนร้องขอการอภัยโทษให้เยาวชนของชาติ แต่เป็นการยืนขึ้นมาเสมอกัน เพื่อส่งเสียงจากสภาไปยังรัฐบาล และชนชั้นนำของประเทศ หากสภาพที่เป็นอยู่นี้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ประเทศนี้จะเป็นประเทศที่ไม่มีอนาคตกันทั้งหมด รวมทั้งชนชั้นนำไทยด้วย”นางอมรัตน์กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ฝ่ายค้าน' ลับมีดชำแหละงบฯ 70 ทะลวงยกยวง 'มท.-กลาโหม-งบลับ-ดีอี-ท้องถิ่น'  

สภาส่อเดือด ฝ่ายค้านลับมีด-ฝีปาก รอชำแหละงบ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท สองคืน-สามวัน เก็งข้อสอบคาด มท.-กลาโหม-งบลับ-งบกลาง -ดีอี-งบดับไฟใต้ -งบท้องถิ่นฯ  ติดโผเจอไล่อัด

สว.พิสิษฐ์ ซัดกลับ 'สมชาย' ปูดสอดไส้นิรโทษฮั้ว สว. ยันไม่คิดล้างผิดตัวเอง

สว.พิสิษฐ์ โต้ “สมชาย แสวงการ” หลังตั้งข้อสังเกตร่างกฎหมายนิรโทษกรรมอาจสอดไส้ล้างผิดคดีฮั้วเลือก สว. ยืนยันไม่มีการแก้ไขในประเด็นดังกล่าว และไม่คิดนิรโทษกรรมตัวเอง

ประธาน กมธ.สร้างเสริมสันติสุข วุฒิสภา ยืนยันไม่มีสอดไส้นิรโทษกรรม 'คดีฮั้ว สว.'

พล.ต.อ.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)​ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสันติสุข วุฒิสภา กล่าวว่า ในการพิจารณาของ กมธ.ฯ ไม่พบเนื้อหาหรือสาระสำคัญที่ระบุถึงการนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. และในบัญชีแนบท้ายไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ยังยืนยันหนักแน่นว่ารับประกันได้ว่าไม่มี โดยในบัญ

กระจ่าง! ไม่นิรโทษ 'ฮั้วสว.' เปิดบัญชีท้าย 'พรบ.สร้างเสริมสันติสุข'

นายถาวร เสนเนียม อดีตรมช.คมนาคม และอดีตรมช.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สืบเนื่องจากการที่สื่อบางสื่อและมีผู้เขียนเฟซบุ๊กกังวลในเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)

'สมชาย' ข้องใจ 'พ.ร.บ.นิรโทษกรรม' สอดไส้ล้างผิด 'คดีฮั้ว สว.'

นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ส่วนตัวสนับสนุนหลักการของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข