‘สุรเดช’ ห่วงปัญหาสแกมเมอร์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีชั้นสูงทำลายประเทศ จี้รัฐบาลยกเป็น’วาระแห่งชาติ’เช่นเดียวกับ’ยาเสพติด’ เชื่อหากทุกฝ่าย ทหาร-ตำรวจ-ประชาชน ร่วมมือกัน แก้ได้แน่ในเวลาจำกัด 4 เดือน แนะประสานรัฐบาลจีน ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงร่วมปราบปราม พร้อมจัดหารางวัลให้ประชาชนที่แจ้งเบาะแส
1 พฤศจิกายน 2568 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงมาตรการปราบปรามสแกมเมอร์ของรัฐบาลว่า ส่วนตัวเห็นว่าเรื่องนี้รัฐบาลควรจะทำให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่ไม่ได้กระทบเฉพาะประชาชนในประเทศไทยเท่านั้น แต่ประเทศอื่นก็ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งเทคโนโลยีที่จะช่วยในการปราบปราม แม้ว่าบ้านเราจะทันสมัยแต่อาจจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าโดยเฉพาะเทคโนโลยีจากประเทศจีน ความจริงเราไม่ได้โทษว่าประเทศไหนมี
สแกมเมอร์ เพราะไม่ว่าประเทศไหนที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงก็ต้องมีทั้งคนดีและไม่ดี ถ้ามีเทคโนโลยีชั้นสูงแล้วเอามาใช้ช่วยประชาชนก็เป็นเรื่องดี แต่ในทางกลับกันหากเอามาทำร้ายประชาชนโดยกลุ่มมิจฉาชีพก็จะกลายเป็นเรื่องร้าย ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งประกาศเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เหมือนกับเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด เพราะเรื่องนี้ถือเป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีชั้นสูง และต่อไปอาจจะขยายไปจนร้ายแรงกว่ายาเสพติดก็ได้
นายสุรเดช กล่าวว่า อย่าลืมว่าประชาชนบางส่วนรู้ไม่เท่าทันเทคโนโลยีของกลุ่มมิจฉาชีพ จึงอาจตกเป็นเหยื่อ และทำให้เสียรู้ ถูกดูดเงินไปแบบไม่รู้ตัว สูญเสียเงินทองจำนวนมากให้กับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรประกาศเรื่องนี้เป็นนโยบายแห่งชาติก่อน นอกจากนี้ต้องขอความร่วมมือกับประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงกว่าเรา เช่นทางรัฐบาลจีน เพราะคนจีนเองก็อยู่ในประเทศไทยเยอะ รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนก็มีอยู่ในประเทศไทยเยอะมากเช่นกัน และประเทศจีนเองก็มี
สแกมเมอร์เหมือนกัน ดังนั้นทางการจีนก็ต้องคิดที่จะจัดการกับสแกมเมอร์ของเค้าเหมือนกัน
นายสุรเดช กล่าวว่า สแกมเมอร์ ถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นปัญหาระดับโลก ไม่ใช่แค่ปัญหาระดับชาติ ซึ่งเราสามารถให้กระทรวงการต่างประเทศของเรา ประสานผ่านทางสถานทูตจีนในประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือในการปราบปราม และถือเป็นโอกาสดีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีการคุยพูดคุยกับทางประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนในเรื่องของการปราบปราม
สแกมเมอร์นี้ด้วย นอกจากนี้ รัฐบาลก็ต้องขอความร่วมมือกับประชาชนในการให้เบาะแสที่ทันต่อเหตุการณ์ ความจริงตำรวจและทหารบ้านเราก็มีเทคโนโลยีชั้นสูงระดับหนึ่ง จึงอยากให้สนธิกำลังกัน โดยเฉพาะตำรวจทุกหน่วยต้องตื่นตัวดำเนินการเรื่องนี้ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะหน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเท่านั้น เพราะกำลังเจ้าหน้าที่คงไม่เพียงพอ ดังนั้นต้องสนธิกำลังกันทั้งหมด ที่สำคัญก็ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือให้กับตำรวจเหล่านี้ด้วย ตนคิดว่าเราต้องประกาศสงครามกับ
สแกมเมอร์ เพื่อให้มิจฉาชีพรู้ว่าเราเอาจริง และถ้าจับได้ จะต้องมีบทลงโทษหนักที่สุดถึงประหารชีวิตเลย หรือจำคุกตลอดชีวิต รวมทั้งยึดทรัพย์สินทั้งหมดด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนเป็นห่วงว่าเจ้าหน้าที่ของไทยจะลูบหน้าปะจมูกหรือไม่ เพราะอาจมีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย นายสุรเดช กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าก็คงมีอยู่ เพราะไม่เช่นนั้นกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้จะทำงานได้สะดวกได้อย่างไร ดังนั้นหากเป็นคนไทยก็ต้องมีโทษหนักกว่าปกติ 2 เท่า เพราะถือเป็นการทำลายประเทศ ซึ่งการทำแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับการขายชาติ ที่มาทำร้ายคนไทยกันเอง จึงต้องลงโทษอย่างหนัก เอาจริงเอาจัง ต้องทำงานเป็นรูปธรรม เร่งด่วนรวดเร็ว ให้ทันกับช่วงเวลาจำกัด 4 เดือนของรัฐบาลนี้ ตนเชื่อว่าถ้าองค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐ สนธิกำลังกันทุกหน่วย ทั้งทหาร ตำรวจ รวมถึงประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแส ก็จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ โดยรัฐบาลอาจจะมีการจัดหารางวัลให้ประชาชนที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมได้ด้วย ซึ่งวิธีการทำอาจเหมือนกับการแจ้งเบาะแสเรื่องยาเสพติด ก็จะทำให้ประชาชนกล้าที่จะแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลลุยปราบแก๊งข้ามชาติ ดัน SHIELD ผนึก AI จับตาพื้นที่เสี่ยง
รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ ดัน SHIELD เชื่อมข้อมูลนานาชาติ ผสาน AI เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
'ตำรวจไซเบอร์' ปูพรมด้ามขวาน ล้างสแกมเมอร์-ผู้มีอิทธิพล
ตำรวจไซเบอร์ กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพื้นที่ภาคใต้ สแกมเมอร์ ความเสียหาย 173 ล้านบาท พนันออนไลน์กว่า 700 ล้านบาท กวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน
ย้ายผู้ว่าฯภูเก็ตไม่จบปัญหา! ‘สุรเดช’ แนะใช้กองปราบ-DSI ลุยนอมินีทุนเทา
'สุรเดช' ซัด ย้ายผวจ.-รองผวจ. แค่ลดกระแส ไม่ได้แก้ปัญหาภูเก็ต ชง ใช้ตร.ส่วนกลางลงไปปราบ ทำให้ตร.-จนท.รัฐในพื้นที่กลัว แนะ เลิกฟรีวีซ่า เปิดช่องทุนนอมินี-ทุนเทา เข้ามาแย่งงาน-แย่งเงินคนไทย ยัน ไม่กระทบท่องเที่ยว – สัมพันธ์ระหว่างประเทศ ใช้กลไก กต.คุยได้
รมช.ดีอี ลุยสร้างเครือข่ายต้าน “เฟกนิวส์” ภาคอีสาน ยกระดับสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันภัย “สแกมเมอร์”
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) จังหวัดอุบลราชธานี
บัญชีม้าลดฮวบ เตือนแก๊งสีเทา! หลอกจดบริษัท
บัญชีม้าลดฮวบ! รัฐบาลเผยสกัดเห็นผลชัด! เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อแก๊งซื้อขาย “หัวนิติบุคคล” เสี่ยงตกเป็นมิจฉาชีพ มีโทษทั้งอาญาและแพ่ง
รัฐบาลโชว์ผลปราบสแกมเมอร์ บัญชีม้าลดฮวบ ลุยยึดทรัพย์ถึงผู้บงการ
โฆษกรัฐบาลระบุผลปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เริ่มเห็นผลชัด หลังบูรณาการหลายหน่วยงานคุมซิมการ์ด บัญชีธนาคาร และเส้นทางการเงินของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ส่งผลบัญชีม้าและธุรกรรมต้องสงสั

