‘สุรเดช’ แนะ ‘อนุทิน’ ดึง ‘บิ๊กป้อม’ นั่งที่ปรึกษานายกฯ จัดการน้ำ

‘สุรเดช’ แนะ ‘อนุทิน‘ เชิญ ’บิ๊กป้อม’ เป็นประธานที่ปรึกษานายกฯให้คำแนะนำการบริหารจัดการน้ำ ในฐานะผู้มีประสบการณ์แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง สำเร็จมาแล้ว โดยใช้วิธี ‘เกลี่ยน้ำ’ ชี้ ผู้ว่าฯต้องตื่นตัว ทำงานบูรณาทุกจังหวัด อุปกรณ์ช่วยเหลือต้องพร้อม การแจ้งเตือน หาจุดพักพิงที่ปลอดภัยให้ผู้ประสบภัย

8 พฤศจิกายน 2568 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงปัญหาอุทกภัยที่ขณะนี้หลายจังหวัดกำลังประสบอยู่ ซึ่งในอดีตสมัยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและกำกับดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ำอยู่ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ว่า พลเอกประวิตร เป็นอดีตรองนายกฯที่ดูแลการบริหารจัดการน้ำมานาน ซึ่งท่านมีวิธีบริหารจัดการน้ำแบบเกลี่ยน้ำให้เกิดความสมดุล ทั้งช่วงที่เป็นหน้าแล้ง หรือหน้าฝน โดยวิธีการนี้ต้องมีการเตรียมการเป็นปี ซึ่งสิ่งที่พลเอกประวิตร ทำจะมีการเตรียมการก่อนที่จะถึงหน้าฝน เหมือนกับการเคลียร์ท่อก่อนเพื่อให้น้ำไหลสะดวก

นายสุรเดช กล่าวว่า การแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องมีคนคอยตรวจสอบและต้องมีเทคนิค มีเครื่องมือเทคโนโลยีของกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งต้องยอมรับว่ากรมทรัพยากรน้ำไม่มีคนที่มีความเชี่ยวชาญ ที่จะมาทำหน้าที่ประสานเรียกหน่วยงานต่างๆมาประชุมร่วมกัน ปัจจุบันการทำงานของกรมทรัพยากรน้ำถือว่าขาดประสิทธิภาพไป ต่างกับในตอนนั้นพลเอกประวิตร จะใช้วิธีปกครองแบบทหาร โดยทุกเช้าจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับประทานอาหารเช้าและพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาน้ำ ว่าระดับน้ำเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือน้ำแล้ง แต่ละหน่วยงานจะรายงานให้ท่านทราบว่าพื้นที่ไหนในประเทศมีปัญหาอย่างไร หรือไม่ ถ้าระดับน้ำในพื้นที่ไหนสูงเกินมาตรฐานและสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดน้ำท่วมก็จะสั่งการให้เกลี่ยน้ำ 

‘ตอนนี้ในเมื่อพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ทำไมนายกรัฐมนตรีไม่มาเชิญพลเอกประวิตร ไปเป็นประธานที่ปรึกษานายกและมอบหมายให้พลเอกประวิตร ดูแลปัญหาในเรื่องน้ำก็ได้ เพราะคนระดับพลเอกประวิตร ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีมาแล้ว และเป็นรัฐมนตรีกลาโหมมาแล้ว คงไม่มีตำแหน่งอะไรเหมาะสมเท่ากับตำแหน่งประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านทรัพยากรน้ำ เพื่อให้คำแนะนำนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ สามารถสั่งการต่างๆได้ อย่าลืมว่าพลเอกประวิตร เป็นรัฐบาลที่ดูแลเรื่องน้ำมาถึง 8 ปีแม้ว่าจะมีมรสุมแต่น้ำไม่มีท่วม แม้ว่าจะมีภัยธรรมชาติมากมาย แต่ก็จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบาได้ ซึ่งความเสียหายต่างกันเยอะ ผมจึงเห็นว่ารัฐบาลควรเอาคนที่มีประสบการณ์ ที่เคยทำงานทางด้านนี้และประสบความสำเร็จมาช่วยงาน ซึ่งก็คงไม่มีใครนอกจากพลเอกประวิตร และตอนนี้เราร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ทำไมไม่ขอความร่วมมือจากพลเอกประวิตร มาให้คำแนะคำในเรื่องนี้ ซึ่งพลเอกประวิตร อาจจะปฏิเสธหรือไม่ อันนี้ก็แล้วแต่ท่าน แต่นี่เป็นเรื่องของบ้านเมืองผมคิดว่าท่านไม่น่าปฏิเสธ’

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้บ้านเราเจอกับพายุหลายลูกทำให้หลายพื้นที่พบกับปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน วิธีการเกลี่ยน้ำของพลเอกประวิตร จะสามารถช่วยแก้ปัญหา หรือรับมือได้หรือไม่ นายสุรเดชกล่าวว่าวิธีการของพลเอกประวิตร นอกจากการระบายน้ำลงทุ่งหรือแก้มลิงแล้ว อาจจะต้องมีการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มเติมทั่วประเทศ โดยอาจต้องไปสำรวจดูว่าพื้นที่ไหนที่จำเป็นจะต้องมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดย่อมบ้าง

อย่างไรก็ตามขอฝากถึง ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดว่าจะต้องตื่นตัวโดยนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย ต้องเรียกประชุมโดยให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากที่สุด ต้องเร่งรีบแก้ปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดจากมรสุม ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนจะต้องตื่นตัวก่อน ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ตื่นตัวก็จบ เรื่องนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องทำงานแบบบูรณาการกันทุกจังหวัด นอกจากนี้จะต้องมีการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า เพื่อเตรียมขนย้ายสิ่งของจำเป็น หรืออพยพออกมาอยู่ในที่สูง โดยทางหน่วยราชการก็ต้องหาสถานที่ที่จะให้ประชาชนอพยพออกมาอยู่ด้วย  ไม่ใช่บอกแค่ว่าน้ำจะท่วมแล้วให้ประชาชนหนีออกมา แต่ไม่มีการระบุสถานที่ชัดเจน เพราะประชาชนเองก็คงไม่ทราบว่า จุดไหนที่เป็นที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง หากเจ้าหน้าที่ไม่บอก เพราะฉะนั้นต้องกำหนดไปเลยว่าพื้นที่สูงที่จะให้ประชาชนอพยพไปพักพิงอยู่จุดไหน อย่างไร โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปช่วยอพยพทั้งประชาชนและสิ่งของจำเป็น ซึ่งหน่วยราชการก็ต้องเตรียมเรือยาง อุปกรณ์ต่างๆ ในการช่วยเหลือประชาชนให้พร้อมด้วย ทุกอย่างเราต้องเตรียมการเอาไว้ก่อน ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจจะต้องป้องกันไม่มีปัญหาในเรื่องของน้ำท่วม ไม่เช่นนั้นจะกระทบกับเศรษฐกิจอย่างมหาศาลได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' หนีบ 'รมว.กลาโหม' บินลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

พรุ่งนี้ "อนุทิน" พร้อม รมว.กลาโหม บินลงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะ ตรวจความพร้อมจัดการพิทักษ์ส่วนหลังเพื่อความปลอดภัยประชาชน สนับสนุนทหารส่วนหน้าปฏิบัติภารกิจเต็มกำลัง 

นายกฯ ขอให้ชาวสตูลมั่นใจรัฐบาลไม่ทอดทิ้ง เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม ช่วยเยียวยาให้เร็วที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่ โรงเรียนบ้านคลองขุด เพื่อมอบถุงยังชีพ 800 ชุด ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

'อนุทิน' ลงพื้นที่สตูล สั่งนายก อบจ. ทำประชาพิจารณ์รื้อประตูระบายน้ำ ถ้าไม่มีประโยชน์ก็เอาออก

นายกฯ ลงพื้นที่สตูล มอบถุงยังชีพ ขอชื่นชม ปชช. อดทนน้ำท่วม รับ เป็นความผิดรบ. หนีไม่ได้ ขอ ปชช. ให้อภัย บอกเรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป ต้องมองไปข้างหน้า สั่ง นายกอบจ. ทำประชาพิจารณ์รื้อประตูระบายน้ำคลองมำบัง

นายกฯ คาดใช้เวลา 1 เดือน เคลียร์ขยะเมืองหาดใหญ่ กำชับยื่นรับเงินเยียวยาผ่านออนไลน์ต้องเร็วกว่านี้

นายกฯ เผยใช้เวลา 1 เดือนกำจัดขยะแสนกว่าตันเมืองหาดใหญ่ ย้ำไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ 100%ค กรอบฟื้นฟูต้องเร่งจาก 14 วันเหลือ 7 วัน เผยครม.อังคารนี้ เพิ่มวงเงินคนตกสำรวจสงขลาและใกล้เคียง เตรียมหาสินเชื่อระยะสั้น รายละ 1 แสนไม่คิดดอกเบี้ย พร้อมเร่ง คปภ. จ่ายค่าประกันภัย

นายกฯ สำรวจความเสียหายตลาดกิมหยง ให้กำลังใจ อส. บิ๊กคลีนนิ่งฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่

นายกฯ สำรวจความเสียหายตลาดกิมหยง ให้กำลังใจ อส.บิ๊กคลีนนิ่ง ชาวบ้านร้องลงทะเบียนเยียวยาออนไลน์ช้า ก่อนช่วยอุดหนุนตระกร้าหวายเปื้อนโคลน ติดดินนั่งฟุตบาทกินข้าวกล่องไข่ต้ม-แกงส้ม ร่วมกับ อส.