'สว.ภิญญาพัชญ์' ชี้รัฐบาล ควรจัดศูนย์ One Stop Service บริการ ปชช. เร่งจ่ายเงินเยียวยา ถามให้ 9,000 เท่าเทียมหรือไม่ มองรัฐบาลทำงานไม่ล่าช้า ลงพื้นที่รวดเร็ว
03 ธ.ค.2568 - ที่รัฐสภา น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สว. ในฐานะรองโฆษกคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา แถลงข่าวมติของที่ประชุมกรรมาธิการบริหารงบฯ ว่า ในเรื่องงบประมาณการชดเชยเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติทั้งระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ซึ่งช่วงปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ประสบกับปัญหาภัยพิบัติจำนวนมาก ทั้งน้ำท่วมหลายพื้นที่ ปีนี้ที่เห็นชัด ๆ ก็ที่จังหวัดน่าน กลุ่มจังหวัดภาคกลาง และล่าสุดคือทางภาคใต้
โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาด้านระเบียบกฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้องว่าควรปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประชาชนตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น การใช้งบประมาณในกรณีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินควรมีความรวดเร็วและความเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ และเตรียมความพร้อมถึงภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเช่น ภัยสงคราม ภัยไซเบอร์ ภัยจากสภาพอากาศ และภัยอื่น ๆ โดยมอบหมายให้เลขานุการคณะกรรมาธิการจัดทำรายละเอียดโครงการดังกล่าว เสนอในการประชุมในวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 และเร็ว ๆ นี้ทางกรรมาธิการจะมีโครงการสัมมนาเพื่อปรับปรุงโครงการ การจัดสรรงบประมาณในเรื่องดังกล่าวอีกด้วย
ทั้งนี้ทางกรรมาธิการขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัย ทั้งในภาคกลางที่ระดับน้ำยังไม่ลดเป็นปกติ รวมถึงภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการฟื้นฟูเยียวยา ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ กรรมาธิการติดตามบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ยินดีอย่างยิ่ง และเราจะตรวจสอบและส่งข้อเสนอแนะไปยังฝ่ายบริหารต่อไป
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ขณะนี้มีเสียงสะท้อนจากประชาชน เรื่องเอกสารการขอรับเงินเยียวยาที่ยุ่งยากและเหมือนซ้ำเติมประชาชน น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ควรจัดตั้งศูนย์ One Stop Service หรือศูนย์ให้บริการแบบครบวงจร และให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ซึ่งตนเคยให้ความเห็นส่วนตัวไปว่าการเยียวยา 9,000 บาท เท่าเทียมหรือไม่ เพราะในบางพื้นที่ท่วมเป็นระยะเวลานาน เท่ากับบ้านเสียหายทั้งหลัง แต่บางที่ท่วมไม่นานความเสียหายไม่มาก ควรมีการปรับเกณฑ์หรือไม
ส่วนเรื่องเอกสารการรับเงินเยียวยา ควรมีเจ้าหน้าที่ลงถึงพื้นที่เพื่อช่วยจัดเตรียมเอกสารและถ่ายภาพ เพราะประชาชนยังไม่สามารถจัดการได้ และขอฝากรัฐบาลให้เร่งจัดสรรงบประมาณเยียวยาถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามว่ารัฐบาลแก้ปัญหาล่าช้าหรือไม่ น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า การทำงานของรัฐบาลมองว่ามีความรวดเร็วตามศักยภาพตอนนี้ที่มีในการลงพื้นที่และเยียวยา แต่ถ้ามองในมุมระยะยาวในมาตรการต่าง ๆ การช่วยเหลือในอนาคตการปรับปรุงแผนการระบายน้ำ เพื่อรองรับอุทกภัยในภายภาคหน้าก็มองว่าอยากให้รัฐบาลเร่งพิจารณา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชาวเกาะช้าง วอน สว. ช่วยดันอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว รอ ครม. อนุมัติให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้
สว.ลงพื้นที่เกาะช้าง ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง “อ่างเก็บน้ำคลองพร้าว” ชาวบ้านโอด น้ำประปาไม่เพียงพอ เชื่อหากผลักดันได้ ต้นทุนการท่องเที่ยวต่ำลง กระตุ้น ศก.บนเกาะมากขึ้น พร้อมวอนเร่งรัดการก่อสร้างถนนรอบเกาะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนในพื้นที่
ทิ้งบอมบ์! ปูดสภาสูงปีก 'น้ำเงิน' ลุยเติมเสียงดูด สว. เข้าก๊วน
ระเบิดลงวุฒิสภา! ปูดสภาสูงปีกน้ำเงินเดินเกมเติมเสียงดูด สว. เข้าก๊วน เชื่อคนอยากได้ตำแหน่งยังไปวิ่งเต้นที่เขากระโดง-ซอยรางน้ำ เหตุแม้ยื่นสอย 26 คน แต่ยังคุมเบ็ดเสร็จ
สื่อปักหลักรอ 26 สว.คดีฮั้ว วุ่นทั้งชั้นวุฒิสภา 'สุเทพ' ฝ่าวงนักข่าวลั่น 'ไม่โอเค'
สื่อมวลชนปักหลักรัฐสภารอสัมภาษณ์ 26 สว. หลัง กกต.มีมติส่งศาลฎีกาคดีฮั้ว สว. รวมถึง “มงคล” ทำ สว.โทรศัพท์แจ้งข่าวกันวุ่น
เริ่มแล้ว! ขบวนการเช็กบิล มือสอบ 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เริ่มแล้ว!!! ขบวนการเอาคืน คนสอบคดีฮั้ว สว.
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ลั่นคดีฮั้วสว. ผลคดีอาจเปลี่ยนเกมอำนาจ แต่เกมอำนาจต้องไม่เป็นตัวตัดสินคดี
นักวิชาการชี้ไม่ว่าผลจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อใคร ประชาชนควรได้คำอธิบายที่ตรวจสอบได้ว่า เหตุใดบุคคลหนึ่งจึงต้องรับผิด และเหตุใดอีกบุคคลหนึ่งจึงไม่ต้องรับผิด
ผ่าระบบฉุกเฉินไทย! 'เปรมศักดิ์' ชี้ 2,574 ตำบล ยังไร้หน่วยแพทย์ เร่งปั้น Paramedic 7,500 คน
ชีวิตฉุกเฉินรอไม่ได้! คณะทำงานวุฒิสภาพบหน่วยแพทย์ฉุกเฉินยังกระจายไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาคกลาง เร่งดันท้องถิ่นตั้งหน่วย เพิ่มทีมระดับสูง และผลิต Paramedic 7,500 คนใน 5 ปี

