เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ลั่นคดีฮั้วสว. ผลคดีอาจเปลี่ยนเกมอำนาจ แต่เกมอำนาจต้องไม่เป็นตัวตัดสินคดี

นักวิชาการชี้ไม่ว่าผลจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อใคร ประชาชนควรได้คำอธิบายที่ตรวจสอบได้ว่า เหตุใดบุคคลหนึ่งจึงต้องรับผิด และเหตุใดอีกบุคคลหนึ่งจึงไม่ต้องรับผิด

14 ก.ย.2569-นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เรื่อง “คดีฮั้ว สว.เมื่อผลคดีอาจเปลี่ยนเกมอำนาจ แต่เกมอำนาจต้องไม่เป็นตัวตัดสินคดี” เนื้อหาระบุว่า คดีฮั้ว สว. วันนี้มีคำถามซ้อนกันอยู่หลายชั้น หลักฐานบอกอะไร กกต. ต้องตัดสินใจเรื่องใด และฝ่ายการเมืองกำลังใช้สถานการณ์นี้อย่างไร เราต้องแยกแต่ละชั้นให้ชัด เพราะความผิดของบุคคล ความน่าเชื่อถือขององค์กร และอนาคตรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องเดียวกันทั้งหมด ความสำคัญของคดีไม่ได้อยู่เฉพาะจำนวนคนที่ถูกกล่าวหา แต่อยู่ที่ความน่าเชื่อถือของกระบวนการได้มาซึ่งวุฒิสภา และความสามารถขององค์กรตรวจสอบในการพิจารณาเรื่องที่กระทบผู้มีอำนาจทางการเมือง

หากมองคดีที่มีข้อกล่าวหาฮั้วเลือก สว. เพียงว่า ใครจะถูกดำเนินคดี ใครจะรอด หรือรัฐบาลจะอยู่ต่อได้หรือไม่ เราอาจมองไม่เห็นเดิมพันที่สำคัญกว่านั้น เพราะเรื่องนี้กำลังทดสอบว่า เมื่อข้อกล่าวหาเกี่ยวพันกับผู้มีอำนาจ กระบวนการตรวจสอบจะทำให้สังคมเชื่อถือได้อย่างไร

ฝ่ายถูกกล่าวหาย่อมมีสิทธิต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ส่วนประชาชนก็มีสิทธิถามว่า องค์กรที่รับผิดชอบใช้หลักฐานและมาตรฐานอะไรในการพิจารณา ทั้งสองสิทธินี้ต้องดำรงอยู่พร้อมกัน บทวิเคราะห์นี้ใช้ข้อมูลที่ตรวจไว้ถึงวันที่ 13 กันยายน 2569 ก่อนการประชุมลงมติของ กกต. ที่มีรายงานกำหนดไว้วันที่ 14 กันยายน จึงยังไม่ใช่การวิเคราะห์ผลมติที่ออกมาแล้ว อิศรา⁠

คำปฏิเสธต้องตรงกับข้อกล่าวหา และข้อกล่าวหาต้องมีหลักฐานถึงตัวบุคคล

คุณอนุทินยืนยันผ่านคำสัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการของ กกต. และโต้แย้งการเชื่อมโยงด้วยข้อสงสัยว่าเขาอาจเกี่ยวข้อง จุดยืนดังกล่าวต้องได้รับพื้นที่อย่างเป็นธรรม เพราะการถูกกล่าวหาไม่ได้ทำให้บุคคลกลายเป็นผู้กระทำผิดทันที ไทยโพสต์⁠

ส่วนเหตุผลเรื่องรัฐบาลเกิดหลังการเลือก สว. ซึ่งมีการนำมาอภิปรายกันนั้น ต้องพิจารณาให้ตรงประเด็น โดยยังไม่ยกถ้อยคำที่ตรวจต้นฉบับไม่ครบมาเป็นคำพูดตรงของอนุทิน

ในทางเหตุผล การที่รัฐบาลชุดหนึ่งเกิดภายหลังเหตุการณ์ ย่อมสำคัญต่อการพิจารณาว่าจะกล่าวหาการใช้อำนาจของรัฐบาลชุดนั้นในอดีตได้หรือไม่ แต่คำถามเรื่องรัฐบาล กับคำถามเรื่องการกระทำของบุคคลในบทบาทอื่น ต้องตรวจแยกกัน

ขณะเดียวกัน การเป็นหัวหน้าพรรค การรู้จักผู้ถูกกล่าวหา หรือการมีคนใกล้ชิดเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ไม่ใช่หลักฐานว่าบุคคลนั้นรู้เห็นหรือสั่งการ ผู้กล่าวหาต้องตอบให้ได้ว่า ใครทำอะไร เมื่อใด และหลักฐานเชื่อมถึงตัวบุคคลอย่างไร ส่วนผู้ถูกกล่าวหาก็ควรมีโอกาสโต้แย้งหลักฐานนั้นอย่างตรงจุด

นี่คือมาตรฐานที่ควรใช้กับทุกฝ่าย โดยไม่เปลี่ยนตามสีเสื้อของคนที่อยู่ในคดี

จุดต่อสู้สำคัญอยู่ที่การชั่งหลักฐาน

ข่าวที่ตรวจพบระบุว่า ความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 กับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 แตกต่างกัน ประเด็นนี้ทำให้สังคมต้องการคำอธิบาย แต่ความเห็นต่างเพียงอย่างเดียวยังไม่พิสูจน์ว่าคณะใดทำงานโดยมิชอบ ไทยโพสต์⁠

คำถามที่มีสาระกว่าการเลือกเชื่อชุดที่ให้ผลตรงใจเราคือ ทั้งสองชุดเห็นหลักฐานเดียวกันหรือไม่ มีหลักฐานใหม่เข้ามาหรือเปล่า และเหตุใดจึงให้น้ำหนักต่างกัน

ฝ่ายกฎหมายภูมิใจไทยเสนอข้อโต้แย้งว่า ความสงสัยของสังคมไม่สามารถแทนหลักฐาน และ กกต. ต้องพิจารณาความเชื่อมโยงเป็นรายบุคคลก่อนส่งคำร้องต่อศาล ข้อโต้แย้งนี้มีสาระ เพราะการให้ทุกคนขึ้นศาลเพียงเพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ผิด ย่อม

สร้างภาระต่อผู้ถูกกล่าวหา คำชี้แจงศุภชัย ใจสมุทร⁠

แต่เมื่อ กกต. มีหน้าที่กลั่นกรอง ความรับผิดชอบในการอธิบายก็ยิ่งสูงขึ้น หากเห็นว่าหลักฐานไม่พอ ต้องอธิบายว่าขาดตรงไหน หากเห็นว่าพอกับบางคนแต่ไม่พอกับอีกคน ต้องแสดงให้เห็นความแตกต่างที่มีสาระ ความเป็นอิสระจึงควรมาพร้อมเหตุผลที่ตรวจสอบได้ และแรงเรียกร้องของประชาชนก็ควรมุ่งไปที่คุณภาพของเหตุผลนั้น

พยานกลับคำ อาจเปลี่ยนน้ำหนักคดี แต่ยังไม่บอกว่าใครพูดจริง

ข่าวพยานกลับคำให้การกลายเป็นประเด็นสำคัญ เพราะมีทั้งข้ออ้างว่าถูกข่มขู่ และข้อมูลโต้แย้งว่าพยานเคยเข้าให้การด้วยตนเองหลายครั้ง ก่อนเปลี่ยนคำให้การภายหลัง เนชั่น⁠

เรื่องนี้ต้องระวังการเลือกเชื่อคำให้การครั้งที่ตรงกับความคิดของเรา การมาให้การเองไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ว่าจะถูกกดดันมาก่อน ส่วนการกลับคำภายหลังก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าได้รับผลประโยชน์หรือถูกกดดันจากอีกฝ่าย สิ่งที่จะช่วยตัดสินได้คือหลักฐานภายนอก ทั้งเอกสาร การติดต่อ การเดินทาง ธุรกรรม และพยานอื่นที่ตรวจสอบไขว้กันได้ ที่สำคัญ หากคำให้การหนึ่งมีปัญหา ต้องถามต่อว่า หลักฐานส่วนอื่นยังเชื่อมถึงใครบ้าง ไม่ควรใช้คำให้การปากเดียวตัดสินแทนสำนวนทั้งหมด ไม่ว่าจะเพื่อกล่าวหาหรือแก้ต่าง

การเมืองได้ประโยชน์จากคดี ไม่ได้พิสูจน์ว่าการเมืองสร้างคดี

คดีที่เกี่ยวพันกับนักการเมืองย่อมมีผลทางการเมือง ฝ่ายค้านอาจได้พื้นที่ตรวจสอบ ผู้ถูกกล่าวหาอาจเสียความน่าเชื่อถือ และพรรคร่วมอาจต้องประเมินต้นทุนการอยู่ร่วมกันใหม่ แต่ผลที่เกิดขึ้นไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าใครอยู่เบื้องหลัง ข้ออ้างเรื่องใช้คดีฮั้ว สว. แลกกับคดีอื่น หรือเจรจาเปลี่ยนขั้วผ่านบุคคลสำคัญ ยังไม่มีหลักฐานตรงเพียงพอในข้อมูลชุดนี้ จึงยังนำมาเขียนเป็นข้อเท็จจริงไม่ได้

การอ่านเกมอำนาจต้องมีวินัยตรงนี้ เพราะเรื่องเล่าที่เชื่อมทุกเหตุการณ์เข้าด้วยกันอาจฟังน่าเชื่อ แต่ความต่อเนื่องของเรื่องเล่าไม่สามารถทดแทนหลักฐานที่ขาดอยู่ หากจะประเมินเสถียรภาพรัฐบาล ควรเริ่มจากพฤติกรรมที่ตรวจสอบได้ วันที่ 10 กันยายน ร่างงบประมาณปี 2570 ผ่านวาระสามด้วยคะแนน 338 ต่อ 144 เสียง ขณะที่อนุทินปฏิเสธว่ามีสัญญาใจร่วมรัฐบาลกับกล้าธรรมหลังการสนับสนุนงบประมาณ Thai PBS⁠ , คำชี้แจงอนุทิน⁠

ตัวเลขนี้บอกว่า รัฐบาลยังรวบรวมเสียงผ่านกฎหมายสำคัญได้ในวาระนั้น จึงเป็นข้อมูลที่ทักท้วงข้อสรุปว่ารัฐบาลกำลังจะล้มทันที อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนับทั้ง 338 เสียงเป็นฐานรัฐบาลถาวร เช่นเดียวกับที่ไม่ควรถือว่าเสียงคัดค้านทั้งหมดพร้อมสนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน

การเปลี่ยนรัฐบาลต้องมีทั้งช่องทางตามกฎหมาย บุคคลที่เสนอได้ และจำนวนเสียงที่พร้อมเดินไปด้วยกัน ข่าวความสัมพันธ์ส่วนตัวเพียงอย่างเดียวยังตอบเงื่อนไขเหล่านี้ไม่ได้ คนต่างขั้วอาจเห็นตรงกัน โดยยังไม่ได้กลายเป็นฝ่ายเดียวกัน

อีกปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือ เสียงเรียกร้องตรวจสอบไม่ได้มาจากพรรคประชาชนเพียงกลุ่มเดียว แถลงการณ์ที่เผยแพร่มีคคลจากหลายวงการและหลายประสบการณ์ทางการเมืองร่วมลงชื่อ แถลงการณ์และรายชื่อที่เผยแพร่⁠ ในทางการเมือง การร่วมเวทีหรือร่วมข้อเรียกร้องมีผลต่อภาพลักษณ์จริง บุคคลยอมให้ชื่อและความน่าเชื่อถือของตนเชื่อมกับกิจกรรมนั้น ผู้สนับสนุนจึงมีสิทธิถามว่า เขากำลังสนับสนุนอะไรและไปไกลเพียงใด แต่ต้องแยกการเห็นตรงกันเฉพาะเรื่อง การร่วมจัดกิจกรรม และการเป็นพันธมิตรเพื่อเข้าสู่อำนาจออกจากกัน คนที่ไม่เห็นด้วยกับพรรคประชาชนในหลายเรื่อง อาจเห็นว่าคดีนี้ควรถูกตรวจสอบต่อได้ ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนก็ไม่อาจถือว่าทุกคนที่ร่วมเรียกร้องยอมรับจุดยืนทั้งหมดของพรรคแล้ว

สิ่งที่ควรติดตามคือ หลังข้อเรียกร้องเรื่องนี้ บุคคลและกลุ่มเหล่านั้นมีความร่วมมือต่อในเรื่องใดอีก มีข้อตกลงร่วมจริงหรือไม่ และพร้อมยอมรับผลการตรวจสอบที่ไม่ตรงกับความคาดหวังของตนเพียงใด

เดิมพันสุดท้ายคือมาตรฐานที่ทุกฝ่ายยอมอยู่ภายใต้

หากส่งคำร้องบางราย สังคมย่อมถามได้ว่าทำไมไม่ส่งอีกราย แต่ยังไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นการตัดตอน หากไม่ส่งคำร้อง ผู้ถูกกล่าวหาย่อมใช้ผลนั้นชี้แจงต่อสังคมได้ แต่ความเชื่อถือของกระบวนการยังขึ้นอยู่กับเหตุผลและหลักฐานที่รองรับ หากส่งคำร้องไปศาล ก็ต้องเคารพสิทธิในการต่อสู้คดี เพราะการเข้าสู่กระบวนการพิจารณายังไม่ใช่คำพิพากษาว่าผิด

สำหรับผม คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เราจะรักษามาตรฐานการตรวจสอบให้คงเดิมได้หรือไม่ เมื่อคนที่ถูกตรวจสอบเปลี่ยนจากฝ่ายที่เราไม่ชอบ มาเป็นฝ่ายที่เราสนับสนุน

ผลคดีอาจเปลี่ยนเกมอำนาจได้ แต่ความต้องการชนะเกมอำนาจต้องไม่เป็นตัวกำหนดผลคดี และไม่ว่าผลจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อใคร ประชาชนควรได้คำอธิบายที่ตรวจสอบได้ว่า เหตุใดบุคคลหนึ่งจึงต้องรับผิด และเหตุใดอีกบุคคลหนึ่งจึงไม่ต้องรับผิด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สว. โหวตเห็นชอบ 'ขจรเดช เจนวัฒนานนท์' นั่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม วาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน โดยที่ประชุมได้ลงคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบ นายขจรเดช เจนวัฒนานนท์

‘กกต.’ร่ายยิบ หลักเกณฑ์ยุบ พรรคการเมือง

“กกต.” แจงยิบขั้นตอนสั่งยุบพรรคการเมือง เผยมี 6 ขั้นตอนสำคัญ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิด 5 รายชื่อผ่านเกณฑ์รอบแรก นั่งเก้าอี้แทน “ฐิติเชฏฐ์”

'อธิบดีDSI' ลั่นไม่ยุ่งคดีฮั้ว สว. อ้างมีเสียงต้าน ขอปล่อยเป็นไปตามกฎหมาย-ระเบียบ

‘ปิยะ’ ยัน ไม่ยุ่งคดีฮั้ว สว. อ้าง มีเสียงต้านอธิบดีเข้าไปยุ่ง ขอปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ

กกต. เกาะกระแสร้อน! เปิดกฎเหล็ก เงินบริจาคพรรคการเมือง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้พรรคการเมืองผู้บริจาค และประชาชนทั่วไป เข้าใจหลักเกณฑ์

'พี่ศรี' รับลูก 'ศิริโชค' ร้อง กกต. สอบ 'ไอเดียร์' ปมบริจาคเงินให้ ภท.

'ศรีสุวรรณ' บุก กกต. ร้องสอบ 'สส.ไอเดียร์' ปมบริจาคเงิน 1.5 แสน ให้ภูมิใจไทย จี้ขุดที่มาเงินโยงปมทรัพย์สินเกือบ 2 พันล้าน เข้าข่ายรับเงินผิดกฎหมายหรือไม่ หากพบฝ่าฝืนจี้ส่งศาลรธน.พิจารณายุบพรรค