'อนุทิน' ลั่นเป็นนายกฯต้องรับผิดชอบ ปท. มั่นใจสถานการณ์ขัดแย้งไม่ถึงวันเลือกตั้ง

‘อนุทิน’ เผยคนเป็นนายกฯลอยตัวไม่ได้ ต้องรับผิดชอบต่อประเทศ เผยคุย ‘ทรัมป์’บอกไทยตอบโต้แรง สวนกลับส่งคลิปยิงจรวด BM-21 พิสูจน์ใครแรงกว่าใคร อัด ผู้นำเขมร มีสิทธิ์อะไรเอาดาวเทียมมาจับการปฏิบัติการทางทหารไทย มั่นใจสถานการณ์ขัดแย้งไม่ถึงวันเลือกตั้ง

15 ธ.ค.2568-นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ออกรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ  ซึ่งพิธีกรได้สอบถามนายอนุทินว่า พักผ่อนเพียงพอหรือไม่ ซึ่งนายอนุทินตอบว่า โอเค

โดยพิธีกรถามถึงการลงพื้นที่จ. บุรีรัมย์และจ.สุรินทร์ เพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนที่อาศัยอยู่ในศูนย์อพยพ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปเยี่ยม ต่อให้เรามีความสะดวกแค่ไหนก็ไม่เท่าอยู่กับบ้านทุกคนก็ถามว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน ซึ่งตนก็บอกว่าไม่นานแต่อยากจะให้มีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ก่อน จึงจะกลับบ้านได้อยู่ตรงนี้ปลอดภัย อยู่ตรงนี้ลูกหลานที่เป็นทหาร ที่ไปดูแลชายแดน จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเขาต้องใช้สมาธิในการสู้รบ ซึ่งตนก็พูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงอยู่ตลอดเวลาว่าการปกป้องดินแดนและรักษาอธิปไตยของเราต้องมีรูปแบบและมีเป้าหมายซึ่งทางฝ่ายกองทัพได้รายงานตนถึงเป้าหมายและกำหนดการต่างๆถ้านับตั้งแต่วันที่เราดำเนินการมาจนถึงวันนี้ ก็ต้องถือว่าอยู่ในเป้าหมาย

“ผมไม่สามารถบอกในรายละเอียดเป้าในการดำเนินการของทหาร แต่เป้าหมายที่ทหารเข้ายึดพื้นที่ได้ แต่ไม่ได้เป็นการทำลายขีดความสามารถ ไม่ได้หมายความว่าเข้าไปถล่มให้แหลกลาญกันไปข้างหนึ่ง แต่เราเข้าไปยึดครองพื้นที่ทำให้มีการถอยร่อนของฝ่ายตรงข้าม และเพียงทำให้เขาเห็นว่าเราเป็นประเทศที่คุณจะมารุกล้ำ มาคุกคามอธิปไตย มาทำร้ายคนของเราไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือชาวบ้านไม่ได้ทั้งนั้น และดินแดนของเราเรามีการสถาปนาชัดเจนอยู่แล้วว่าตรงไหนเป็นของเราใช้แผนที่มาตรา 1:50000 มาโดยตลอด สุดท้ายคือต้องพยายามไปให้ถึงจุดที่ไม่มีใครอยากจะปะทะ แต่เราต้องปะทะเพื่อหยุดปะทะ“

จากนั้นพิธีกรถามว่าตอนนี้ใกล้แล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ถ้าในเรื่องของการเข้ายึดพื้นที่ พร้อมพยักหน้าและตอบว่า “อืม”

พิธีกรถามอีกว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมือนนายกฯลอยตัวไม่ตัดสินใจ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อให้อยากจะลอยก็ลอยไม่ได้ จะพยายามวิ่งไปไหนเดี๋ยวก็มีคนเกี่ยวกับเข้ามา ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่สุดท้ายความรับผิดชอบต่อของประเทศนี้ มันอยู่ที่รัฐบาลอยู่แล้ว แต่การตัดสินใจไปรบอย่างไร มันไม่ใช่ การตัดสินใจของตน แต่การตัดสินใจในเรื่องของการสนับสนุน ฝ่ายความมั่นคงให้ดำเนินการอย่างไร เป้าหมายเป็นอย่างไรจะต้องมีการสนับสนุนทั้งงบประมาณ ทั้งกำลังพลและการสนับสนุนอยู่ข้างหลังอย่างไร โดยกรอบจะต้องมาจากรัฐบาลและมีการประชุมหารือร่วมกันกับสภาความมั่นคง(สมช.)ตลอดเวลา

พิธีกรถามต่อว่าคิดอย่างไรที่บางฝ่ายบอกว่ากัมพูชาอาจจะต้องการเบี่ยงเบน เพราะกำลังมีการยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์สินบุคคลใกล้ชิดของเขาที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ จึงยั่วยุเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น เพื่อทำให้

เรื่องสแกมเมอร์หายไปเป็นเรื่องไทย-กัมพูาแทน นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่หายหรอก เรารู้อยู่แล้วว่าเขาต้องการอะไร แต่ตนคิดว่าเขาต้องการเบี่ยงเบนประเด็นในเรื่องการมีวัตถุ มีทุ่นระเบิดในพื้นที่ตรงนั้นเยอะไปหมด เพราะเขาไม่ใช่ประเทศที่จะใฝ่หาสันติอยู่แล้ว

นายอนุทิน ชี้แจงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ว่า ทุกฝ่ายทั้งนายโดนัลด์ ทรัมป์  นายอันวาร์ อยู่ต่างประเทศเวลาพูดคุยเขาต้องฟังแต่รายงานบอกว่าไม่มีทุนระเบิด ทุนระเบิดเก่า แต่ฟังรายงานใคร ตนไม่ทราบ  แต่ตอนลงพื้นที่ไปเห็นกับตา ตรงนี้เวลามาพูดก็ต้องถูกหักล้างโดยคนที่เห็นหน้างานจริง โดย วันที่พูดคุยกับนายนายโดนัลด์ ทรัมป์  เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ท่านก็บอกว่าเราตอบโต้แรงไปด้วยซ้ำ และสาสมแล้ว ตนบอกว่า เดี๋ยวจะส่งรูปและวิดีโอคลิปที่ยิงจรวด BM-21 ไปให้ ถามว่าใครแรงกว่าใครมันพิสูจน์ได้ด้วยสิ่งที่มันเกิดขึ้น

“เวลาคุยกับผู้นำต่างชาติตั้งแต่มีเรื่องอังเคิล ผมก็ไม่กล้าเวลาคุยกับผู้นำต่างชาติ ผมต้องมีประจักษ์พยานด้วย พูดจริงๆ ไม่งั้นเดี๋ยวก็หาว่าแต่งเรื่องเองหรือเปล่า ผมไม่กล้า เดี๋ยวจะเป็นปัญหาเราก็ต้องเปิดเผย ย้ำว่าไม่ได้มีการพูดว่าให้หยุดยิงเวลา 4 ทุ่มคืนวันนั้น เขาก็พูดว่าให้หยุดแต่ในทางปฏิบัติอยู่ดีๆบอกว่า 4 ทุ่มหยุดกำลังจะตะลุมบอลกันอยู่ ความจริงแล้วคนที่บอกจะหยุดหรือไม่หยุดเป็นคู่กรณีกัน ผมก็ได้ยืนการกับเขาไปบอกว่าให้ไปบอกฝั่งโน้น ท่านโดนัลด์ ทรัมป์  ท่านอันวาร์  ท่านเป็นบุคคลที่ 3 ท่านจะบอกว่ายิงต่อไปไม่ได้หรอก ท่านต้องบอกหยุดยิงอย่างเดียว หยุดสู้รบและท่านก็ไม่ได้คาดคั้น มันบอกไม่อยากให้มีสงครามท่านหยุดสงครามมาแล้วท่านมีมิชชัน ของท่านที่ไม่อยากให้เกิดการสู้รบกันถามว่าท่านก็พูดถูกหมด ท่านอันวาร์บอกว่าอนุทินคุณก็เพื่อนผม ท่านฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ก็เพื่อนผม ผมไม่ต้องการเห็นเพื่อนทะเลาะกัน ท่านก็พูดถูกต้องหมด แต่ประเทศไทยก็ต้องบอกว่าท่านต้องไปบอกคนที่มาตีเราก่อนให้หยุด เราจะได้ไม่ต้องตอบโต้แล้วมานั่งคุยกัน เราคุยกัน 3-4 ครั้งแล้ว ก่อนที่ผมจะเข้ามาและผมยอมไปทำปฏิญญา สำหรับผมการปฏิบัติโคตรง่ายเลย 4 ข้อไม่ได้ยากเลยไม่มีอะไรที่ต้องคิดมาก ท่าเยอะหรืออะไรเยอะเลย”

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้บอกนายโดนัลด์ ทรัมป์  นายอันวาร์ ให้ไปพูดกับกัมพูชา เรื่องหยุดยิง ซึ่งตนได้พูดไปชัดเจน และท่าทีของนายโดนัลด์ก็ไม่ได้มีอาการกดดันอะไร  ตนขอสรุปง่ายๆ เราลงนามกับกัมพูชา เราปฏิบัติครบ 4 ข้อ กัมพูชาปฏิบัติไม่ครบ ใครต้องแก้ ถ้าจะมาคุยกันใหม่ทุกคนบอก last go bake to ปฏิญญา ประเทศไทยทำได้หรือไม่หรือถ้าจะgo bake to แรกที่ไทยจะต้องพูดก่อนคือถอยออกไป อาวุธทั้งหลายคุณเล็งมาใส่ ต้องเอาออกไปให้หมดตนไม่ใช่ว่าตึงทั้งหมด

ตนไม่ได้อยากรบ และไม่ต้องการรบรบทุกวันก็เสียหายทุกวัน เรามีเรื่องกันก็ต้องเจ็บทั้งคู่ประชาชนเกี่ยวข้องมีชีวิตทหารและชีวิตผู้คนทั้ง 2 ประเทศ ไม่ใช่ว่าเราอยากเห็นคนไทยปลอดภัย แต่เราอยากเห็นประชาชนฝั่งตรงข้ามไม่อยากให้เขาเป็นอะไรเลย ถามว่าตนสบายใจไหมตนไม่สบายใจ โดยเฉพาะเรื่องชีวิตของคนแต่ว่าในเรื่องของประเทศของอธิปไตยมันมีหน้าที่ที่เราจะต้องดำเนินการ

ไม่มีหัวหน้ารัฐบาลชุดไหนที่อยากจะให้เกิดการสู้รบ ตนได้พูดกับนายกฯอันวาร์บ่อย มีความสนิทสนมมากกว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ท่านโทรศัพท์หา ตนถ้าตนมีอะไรด่วนก็โทรศัพท์หาท่านและรับสายตนทุกครั้ง นายกฯอันวาร์ เข้าใจประเทศไทย

”ณ ตอนนี้ เรายังไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากคู่กรณีของเรา(ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา) และวันนี้ทำไมเราต้องยอม เราไม่ได้เป็นฝ่ายผิดเรามีปฏิญญาอยู่มันชัดเจน คุณต้องไปบอกเขา ถ้ากลับเข้ามาต้องมาในบริบทที่ประเทศไทยรู้สึกปลอดภัยแล้ว เราไม่ได้ต้องการที่จะมีเรื่องมีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านใดๆทั้งสิ้นไม่ว่าประเทศไหน เขาเป็นคนผิดสัญญา นอกจากคุณเบี้ยวแล้ว คุณยังทุบผมต่อ เรื่องการเรียกร้องให้นำดาวเทียมมาตรวจสอบว่าใครเป็นคนยิงก่อนนั้น คุณเป็นใคร คุณมีสิทธิ์อะไรเอาดาวเทียมมาจับการปฏิบัติการทางทหารของประเทศผม การเอาดาวเทียมมาจับต้องการให้เห็นว่าเราตอบโต้แรง มันมีหรือทะเลาะกัน พอคุณยิงใส่ผมไม่เป็นอะไร เราไม่ได้เริ่มก่อน ถ้าจะดีกันต่างคนต่างถอยมันง่ายกว่า และผมว่ามันคงจะไม่ไปถึงวันเลือกตั้งหรอก ไม่มีใครอยากขัดแย้ง ทุกวันที่มีความขัดแย้งความเสียหายเกิดขึ้น“

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!

นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

'บิ๊กเกรียง' ประกาศชัดไม่ได้เดินตามนายกฯ แต่เดินคู่เลย

'บิ๊กเกรียง' ลั่นไม่ได้เดินตามนายกฯ แต่ 'นายกฯ' ให้เดินคู่เลย แจงถูกเชิญเข้าพบกินข้าว-หารือปัญหาชายแดนใต้ คุย เป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ. 'อนุทิน' บินให้กำลังใจช่วงฮ.ตก เป็นคนแรก ไม่เห็นมีใครว่าอะไร

'อนุทิน' โกอินเตอร์! บินไปประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์พรุ่งนี้

นายกฯ บินฟิลิปปินส์พรุ่งนี้ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เป็นตัวเชื่อมความร่วมมือ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

'ดร.กอบศักดิ์' จับตา 'Project Freedom' สู่อิสรภาพ หรือจะเป็นชนวนสู่สงครามกับอิหร่านอีกรอบ

โครงการใหม่ของ President Trump ที่กำลังเจรจาอย่างใกล้ชิดกับทางอิหร่าน very positive discussions with the Country of Iran เพื่อปลดปล่อยเรือต่างๆ ที่ถูกจับเป็นตัวประกันมา 64 วัน

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ไม่มั่นใจ 'ทรัมป์' ยุติสงคราม ชี้เรือรบยังล้อมฮอร์มุช โลกวิกฤต-ค่าพลังงานยังสูง

จะเชื่อใจทรัมป์หรือสหรัฐได้หรือไม่​ ว่าจะไม่ก่อสงครามต่ออิหร่านรอบใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง​ เพราะอิหร่านเป็นหนามตำใจ​ ทุบไม่ตาย​ หากครั้งนี้ถอยทัพเฉยๆ​ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น​