
5 ม.ค. 2569 – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงขั้นตอนการออกเสียงประชามติ ที่ไม่สามารถขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามติ (นอกเขต) และการไม่ได้จัดการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ (ในประเทศไทย) ดังนี้
1.ประเด็นการเปิดรับลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง นอกราชอาณาจักร และที่ออกเสียงประชามติสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ระหว่างวันที่ 3 – 5 มกราคม 2569
ด้วยนายกรัฐมนตรีได้ประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยกำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงได้ออกประกาศกำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง นอกราชอาณาจักร และที่ออกเสียงประชามติ สำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ โดยกำหนดให้ยื่นลงทะเบียน ระหว่างวันที่ 3 – 5 มกราคม 2569
ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดให้วันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568 ข้อ 105 กำหนดว่า : ภายใต้บังคับมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศกำหนดระยะเวลาลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งแล้ว (เลือกตั้ง สส.) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดระยะเวลาลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง โดยให้มีห้วงระยะเวลาเดียวกันกับระยะเวลาการลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง (เลือกตั้ง สส.กำหนดลงทะเบียน (ล่วงหน้า) ได้ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569)
คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงได้ประกาศกำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนออกเสียงประชามติ มีระยะเวลา 3 วัน คือวันที่ 3 – 5 มกราคม 2569 (หลังจากนายรัฐมนตรีประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติ (วันที่ 2 มกราคม 2569)) ประกอบกับระเบียบฯ ข้อ 105 จะต้องให้มีห้วงระยะเวลาเดียวกันกับระยะเวลาการลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งในการเลือกตั้ง สส. หากจะต้องขยายระยะเวลาการลงทะเบียนจะมีผลกระทบต่อการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติของหน่วยเลือกตั้งปกติทั้งประเทศ (ประมาณ 101,000 หน่วย) ของสำนักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการตามกรอบระยะเวลา ดังนี้
วันที่ 6 มกราคม 2569 ตรวจสอบข้อมูลการย้าย การคัดเลือกคนและบ้าน ตรวจสอบบ้านที่ลงหน่วยเลือกตั้งไม่ได้
วันที่ 7 มกราคม 2569 จัดทำ Mark บุคคลที่ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาณาจักร ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และประมวลผลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
วันที่ 8 มกราคม 2569 เปิดพิมพ์บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ พร้อมกันทั้งประเทศ (ทุกสำนักทะเบียน)
วันที่ 10 มกราคม 2569 ประมวลหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน สส. (ส.ส.1/6) และหนังสือแจ้งเจ้าบ้านออกเสียงประชามติ (อ.ส. 2/8)
วันที่ 13 มกราคม 2569 ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน
2.ประเด็นการไม่ได้จัดการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ (ในประเทศไทย)
ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การออกเสียงให้ใช้วิธีลงคะแนนออกเสียงโดยตรงและลับ
การออกเสียงประชามติให้กระทำโดยใช้บัตรออกเสียง หรือการออกเสียงทางไปรษณีย์ หรือออกเสียงโดยเครื่องลงคะแนนออกเสียงอิเล็กทรอนิกส์ หรือออกเสียงทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือออกเสียงโดยวิธีอื่น โดยวิธีการนั้นสามารถป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก และอาจใช้วิธีลงคะแนนวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธี และใช้ในเขตออกเสียงหนึ่งหรือหลายเขตออกเสียง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
กฎหมายกำหนดให้วิธีการออกเสียงประชามติ สามารถป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อยู่ระหว่างศึกษาหาวิธีการที่ทำให้การออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์สามารถกระทำได้โดยป้องกันการทุจริตดังกล่าว และเป็นการลงคะแนนออกเสียงโดยตรงและลับ เหตุผลที่ไม่ได้จัดการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ เนื่องจากมีข้อจำกัด ดังนี้
1.การลงคะแนนทางไปรษณีย์ อาจจะไม่เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ ตามมาตรา 12 เนื่องจากผู้มีสิทธิออกเสียงอาจถูกชักนำ หรือถูกบังคับจากผู้อื่นในการออกเสียงลงคะแนนได้ หรืออาจมีการออกเสียงลงคะแนนแทนกัน ส่งผลทำให้การออกเสียงประชามติมิได้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย
2.การจัดส่งบัตรออกเสียงประชามติไปถึงผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติที่ได้ลงทะเบียนไว้หรือไม่ และสามารถส่งบัตรออกเสียงประชามติที่ลงคะแนนแล้ว กลับคืนมายังสถานที่ที่คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง กำหนดได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่
3.มีความยุ่งยากที่จะต้องมีการยืนยันตัวบุคคลผู้ลงคะแนนออกเสียงประชามติและเป็นภาระแก่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ เนื่องจากจะต้องมีการยืนยันตัวตนพร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนส่งกลับมาพร้อมกับบัตรออกเสียงประชามติด้วย
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอยืนยันว่า การจัดการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. ได้ดำเนินการโดยยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ของขึ้น! 'รองนายกฯปกรณ์' ซัดพวก 'กูรู้' เก่งแต่ติรัฐบาล ลั่นปฏิรูประบบราชการไม่ทำเลอะเทอะ
รองนายกฯ ชี้เหตุผลปฏิรูประบบราชการไม่สำเร็จที่ผ่านมา เหตุการเมืองกลัวเสียคะแนนนิยม เกือบทั้งหมดดีแต่พูด
บี้สาวตัวใหญ่โกงสอบท้องถิ่น! 'อภิสิทธิ์' เล็งยื่น ป.ป.ช. จี้ 'นายกฯ' ตอบกระทู้สดดับไฟใต้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงทิศทางการทำงานของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในโอกาสเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร
'เท้ง' ประณามเหตุรุนแรงชายแดนใต้ จี้รัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่
หัวหน้าพรรค ปชน. ประณามเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และสร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
วัส ติงสมิตร ออกโรงแจง คดีฮั้ว สว. สวนอินฟลูชื่อดัง ลอย ชุนพงษ์ทอง ระบุ กกต. ต้องใช้หลัก 'มีหลักฐานอันควรเชื่อได้' ก่อนส่งเรื่องให้ศาลฎีกา เลยขั้นตอนที่จะใช้หลัก 'มีเหตุอันควรสงสัย'
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายข้อกฎหมาย ถึงบทบาทที่แท้จริงของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับ ศาลฎีกา เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'
แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ
คดีฮั้วสว. ถึงจุดไคลแมกซ์ ไม่เอาผิด สีน้ำเงิน กกต.เสี่ยงถูกเช็คบิล
จากคำประกาศของ”คณะกรรมการการเลือกตั้ง”(กกต.)ที่ย้ำว่าจะสรุปผลการพิจารณาสำนวน”คดีฮั้วสว.”ภายในเดือนสิงหาคม ทำให้ทุกฝ่ายในแวดวงการเมืองต่างจับตากันว่า

