กกต. แจงไม่มีอำนาจยกเลิกนโยบายประชานิยม ทำได้เพียงชี้ข้อสังเกตให้ประชาชนรับรู้

เลขาฯกกต. ย้ำพรรคการเมืองชงนโยบายหาเสียงต้องแจงที่มาของเงินให้ชัด พร้อมคอนเฟิร์มทันเวลาให้ประชาชนอ่านก่อนเลือกตั้ง พร้อมระบุ กกต.แค่ตั้งข้อสังเกตได้ แต่ยกเลิกนโยบายไม่ได้เอง

22 มกราคม 2569 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ว่า วันนี้มี 51 พรรค และเหลืออีก 17 พรรค ที่ยังต้องส่งเพิ่มเติม และคาดว่าจะเสร็จตามระยะคือ ภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งจะมีข้อสังเกตของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และจะเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับรับทราบ ทั้งส่วนที่เป็นนโยบายของพรรคและข้อสังเกตการณ์ของคณะกรรมการฯ ซึ่งตนเองก็ได้ให้ข้อสังเกตกับทางคณะกรรมการฯ คือการพยายามเขียนให้ประชาชนเข้าใจง่าย เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงิน และหนี้สาธารณะ ซึ่งอาจจะมีความซับซ้อนอยู่บ้างจะพยายามเขียนให้ได้ 2 กระดาษต่อ1 พรรค

เมื่อถามว่าตอนนี้ยังไม่ใช่มีปัญหาที่นโยบายของพรรคทำได้หรือทำไม่ได้ใช่หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า มีทุกอย่าง มีทั้งโครงการที่ทำได้ แต่จะคุ้มค่าหรือมีความเสี่ยง หรือบางโครงการเป็นไปไม่ได้เลยก็มี

เมื่อถามว่าก่อนจะเผยแพร่จะมีการยกเลิกนโยบายที่เป็นไปไม่ได้เลยใช่หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เราไม่มีอำนาจในการยกเลิก เพียงแต่เป็นข้อสังเกต

เมื่อถามว่าในการพิจารณานโยบายของพรรคในวันนี้มีข้อห่วงใยอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า จากการประชุมในครั้งที่แล้วเราได้แจ้งไปยังทุกพรรคแล้ว ให้ระบุหรือชี้แจงที่มาของเงิน ส่วนเรื่องคุ้มค่าหรือมีความเสี่ยงเราจะเป็นคนพิจารณาเอง ส่วนที่มาของเงินอยากให้พรรคจำแนกและชี้แจงให้ได้ว่ามาจากไหน ทั้งจะมาจากงบประมาณ หรือเงินกองทุน

เมื่อถามว่าข้อสังเกตการณ์ของ กกต. อาจจะไปมีส่วนในการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งแบบนี้จะเป็นเหมือนกกต. เป็นผู้เล่นเอง นายแสวง กล่าวว่า ข้อสังเกตมีผลแน่นอน เพียงแต่เรารู้ว่าเราทำงานบนหลักการไหน ซึ่งตนก็พยายามย้ำกับคณะกรรมการฯ ในลักษณะที่ว่าแต่ก่อนประชาชนอาจจะเลือกพรรคเพราะชอบและฟังนโยบาย ตอนหลังมาอาจจะเลือกเพราะฟังข้อสังเกตการณ์ของคณะกรรมการฯ และพรรคเองก็อาจจะใช้ประโยชน์จากข้อสังเกตการณ์

เมื่อถามว่าถ้านโยบายขัดต่อวินัยการเงินการคลัง มีผลอย่างไรกับพรรคการเมือง นายแสวง กล่าวว่าคงไม่ขัด ตอนนี้แค่ตั้งข้อสังเกตว่าเหมาะหรือไม่เหมาะมากกว่า คือยังเป็นข้อสังเกต ซึ่งเราไม่ได้บอกว่าขัดหรือไม่ขัด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5 พรรคการเมืองรับลูก 'ปริญญา' ชงแก้กฎหมาย!

'5 พรรคการเมือง' รับข้อเสนอ 'อ.ปริญญา' แก้กฎหมาย ยกเลิกจำคุกแทนค่าปรับ-แก้ไขบัตรเลือกตั้ง สส.เขต เพิ่มชื่อผู้สมัครและพรรค ลดความสับสนปชช. -ปิดช่องใช้บัตรข้ามเขต

สว. รุมอัด กกต. รายงานผลจัดเลือกตั้ง อ้างโปร่งใส สวนทางประชาชนพูดตรงกัน 'อย่ามาแหวง'

ที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ 2560

เลขาฯกกต. รับจัดเลือกตั้ง 69 เกิดข้อผิดพลาด ฟุ้งนำกล้องวงจรปิดติดทุกหน่วยเลือกตั้ง

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการถอดบทเรียนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่า ทาง กกต.ได้ถอดบทเรียนแล้ว มีทั้งสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สิ่งที่ประชาชนสงสัย และสิ่งที่ กกต.เห็นเอง โดยทั้งสองเรื่องนี้ แต่ที่ยืนยันได้คือ ระบบเลือกตั้งของเราแข็งแกร่งมาก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาแทรกแซงหรือบอกให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรได้

กกต. ส่งบัญชีพยาน 11 คน ถึงมือศาลรธน. สัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติส่วนตัว

กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยาน 11 คน สู้คดีคิวอาร์โค้ด ถึงมือศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติพยาน ยันทาบทามเหตุเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน เชื่อศาลเน้นที่ข้อมูลไม่ใช่ตัวบุคคล

อดีตผู้พิพากษากระเทาะระบบยุติธรรมกรณียกฟ้อง 'กกต.' คดีฮั้วสว.

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า  “ยกฟ้องเพราะไม่มีอำนาจฟ้อง”: เมื่อกระบวนการยุติธรรมปิดประตูตั้งแต่หน้าศาล — บทเรียนจากคดีฟ้อง กกต. กรณีฮั้วเลือก สว.