เรืองไกรร้องศาลปกครอง เพิกถอนการทำประชามติ เหตุรัฐสภาไม่ได้มีมติตามคำบังคับศาลรัฐธรรมนูญ
04 ก.พ.2569 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ไปยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนการทำประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. ศกนี้
นายเรืองไกร กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้แต่ต้องจัดให้มีการทำประชามติสามครั้ง โดยครั้งที่หนึ่ง ต้องใช้คำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ทั้งนี้ตามคำวินิจฉัยที่ 18/2568 หน้า 15
นายเรืองไกร กล่าวว่า รัฐสภาจึงตกอยู่ในคำบังคับของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2568 รัฐสภาลงมติให้ใช้คำถามว่า “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
นายเรืองไกร กล่าวว่า ดังนั้น คำถามที่ กกต. ใช้คำว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” จะเห็นได้ว่า คำว่า “เห็นด้วย” แตกต่างจากคำว่า “เห็นชอบ” ดังนั้น คำถามประชามติของ กกต.จึงไม่ได้มาจากมติของรัฐสภาตามคำบังคับของศาลรัฐธรรมนูญ
นายเรืองไกร กล่าวว่า กรณี การทำประชามติในวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่ใช้คำว่า เห็นชอบ แม้จะเป็นไปตามคำบังคับของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อยังไม่มีการกลับมติของรัฐสภา จากคำว่า “เห็นด้วย” มาเป็นคำว่า “เห็นชอบ” การจัดให้ประชาชนออกเสียงประชามติ จึงอาจเข้าข่ายเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบ ที่ต้องร้องขอให้ศาลปกครองกลางวินิจฉัยเพื่อเพิกถอนการทำประชามติในวันดังกล่าว
นายเรืองไกร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ศาลปกครองตรวจคำฟ้องแล้ว ให้แก้ไขบางส่วน และให้เขียนคำร้องเพิ่มเติม คือ คำร้องขอวิธีการชั่วคราวโดยเร่งด่วน จากนั้น จึงออกเลขคดีให้เป็น คดีหมายเลขดำที่ 240/2569
นายเรืองไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งจากศาลปกครองกลางทางใดทางหนึ่งออกมา ผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็ควรไปใช้สิทธิในการออกเสียงลงประชามติตามที่ กกต. กำหนดต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มติเอกฉันท์! ไม่รับคำร้อง MOA 'เท้ง-หนู'
มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ปมMOA 'เท้ง-หนู' เหตุผู้ร้องไม่มีสิทธิ์ยื่น
จบข่าว! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตีตกปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
'ศาลรัฐธรรมนูญ' มีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'คดีถนนสาธารณะขึ้น-ลงอากาศยาน' ชี้ผู้ร้องยื่นซ้ำไร้สาระใหม่ ปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขัดรธน.
ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'
ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่
'เรืองไกร' ร้อง กกต.สอบนโยบายหาเสียง 'มงคลกิตติ์' ให้ผู้หญิงมีสามีได้ 4 คน
'เรืองไกร' ร้อง กกต.สอบนโยบายหาเสียง 'เต้- มงคลกิตติ์' ให้ผู้หญิงมีสามีได้ 4 คน ฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 (5) หรือไม่
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ 'ภูมิธรรม–ทวี' รอด! ส่งผลสะเทือน สว.ที่เล่นบทเหยื่อกระอัก
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

