
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 5 ปี 2 อดีตแกนนำ นปช. ‘พายัพ-เพชรวรรต’ สนับสนุนก่อการร้าย แต่ยกฟ้องข้อหาหมิ่นสถาบันฯ
9 ก.พ. 2569 – ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.3306/2567 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.3332/2567 ซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเพชรวรรต วัฒนพงศิริกุล อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ (พช.) จำเลยที่ 1 และนายพายัพ ปั้นเกตุ อดีตแกนนำ นปช.และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) จำเลยที่ 2
ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และฐานสะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหา หรือรวบรวมทรัพย์สิน ให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย ยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนในการก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีการก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้
คดีทั้งสองสำนวนนี้ โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2
ศาลจึงรวมการพิจารณา โจทก์ฟ้องโดยสรุปว่า เมื่อเดือน เม.ย.-15 ส.ค. 2553 ได้มีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
ต่อมารัฐบาลในขณะนั้นใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมจนยุติ ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว กลุ่มแกนนำ นปช. รวมทั้งจำเลยทั้งสองกับพวก ได้ชักชวนและร่วมกันไปทำการฝึกอาวุธที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เพื่อเตรียมการก่อการร้ายในประเทศไทย โดยมีความมุ่งหมายสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน และเพื่อบังคับรัฐบาลในขณะนั้น อันเป็นการร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหา หรือรวบรวมทรัพย์สิน ให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย หรือยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนในการก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีการก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิด
นอกจากนี้ จำเลยทั้งสองกับพวก ยังได้กล่าวถ้อยคำดูหมิ่นเบื้องสูง ในทางเสียหาย อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 132
ศาลอาญาพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่า ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท พยานโจทก์ให้การในชั้นสอบสวนและเบิกความต่อศาลขัดแย้งกันในสาระสำคัญ และไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนให้ปราศจากข้อสงสัย จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยแก่จำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ข้อหาก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/2 (2)
พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้เข้ารับการฝึกอาวุธ เบิกความสอดคล้องกันและมีน้ำหนักน่าเชื่อถือว่า มีการฝึกอาวุธที่ประเทศกัมพูชา แม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้ชักชวนโดยตรง แต่จำเลยทั้งสองมีบทบาทปลุกระดมทางความคิด เตรียมความพร้อมทางจิตใจ จัดหาที่พัก ให้เงิน และไปเยี่ยมผู้เข้าฝึก การกระทำดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการสะสมกำลังพลหรืออาวุธ และการก่อการร้าย ถือว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/2 ประกอบมาตรา 86
พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/2 ประกอบมาตรา 86 ต้องรับโทษเช่นเดียวกับตัวการ ตามมาตรา 135/3 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 5 ปี ยกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท
ภายหลังจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวพร้อมหลักทรัพย์ โดยอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เผยเงื่อนไข ศาลให้ประกัน ตชด. ยิงวิน จยย. เสียชีวิต 2 ศพ วงเงิน 5 แสน
ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ตชด.ยิงวินมอเตอร์ไซค์ ตีราคา 5 เเสน บาทวางเงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน พร้อมห้ามไปพบกับภรรยาและญาติผู้เสียหายห้ามออกนอกประเทศและห้ามพกปืน
ฝากขัง ตชด. ยิงวิน จยย. ดับ 2 ราย ตำรวจค้านประกันหวั่นหลบหนี
ตร.ห้วยขวางหิ้วตัว ตชด.ยิงวินมอเตอร์ไซค์ดับ 2 ราย ฝากขังศาลอาญา ค้านประกันเหตุกลัวหลบหนี ด้านพ่อใช้คอนโดเข้ายื่นประกัน
ยังรอดคุก! ศาลให้ประกัน 'อัจฉริยะ' คดีตบทรัพย์เซียนพระดัง
ตำรวจกองปราบหิ้ว 'อัจฉริยะ' ตบทรัพย์เซียนพระดังชลบุรี เรียกรายเดือนรวม 1.3 ล้าน ข่มขู่ยัดคดีบุหรี่ไฟฟ้า ศาลอาญาให้ประกัน 4 เเสน กำชับทำตามเงื่อนไขเคร่งครัด
ป.ป.ช. ชี้มูล 'เทวฤทธิ์' อดีต สส. ร่ำรวยผิดปกติ 37 ล้าน
ป.ป.ช. ชี้มูล 'เทวฤทธิ์' อดีต สส. ร่ำรวยผิดปกติ แต่เสียชีวิตแล้ว ให้บังคับเอาทรัพย์สินจากกองมรดกแทน
'หริรักษ์' แนะจับตา 'อสส.' ยื่นอุธรณ์คดี 'ธนาธร' ผิดม.112 ปมวัคซีนพระราชทานหรือไม่ หลังศาลอาญายกฟ้อง
จากนี้ไปภาระหนักจะไปตกอยู่ที่อัยการเจ้าของคดีและสำนักงานอัยการสูงสุด เพราะจะต้องตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ แต่เมื่อดูจากข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว อัยการไม่ยื่นอุทธรณ์คงไม่ได้
จบข่าว! ศาลยกฟ้อง 'ธนาธร' ปมวัคซีนพระราชทาน
ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง ธนาธร ปมวัคซีนพระราชทาน ชี้เป็นการวิจารณ์ตัวนายกรัฐมนตรีโดยตรง

