"จุลพันธ์" เผยยังไม่ถูก "ภูมิใจไทย" ทาบตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-แนวคิด-นโยบาย รับเสียใจเล็กน้อยแต่ตั้งหลักได้ เตรียมถอดบทเรียน ลั่นสูญพันธุ์อย่างไร เกือบ 80 ก็พรรคใหญ่
9 กุมภาพันธ์ 2569 - เมื่อเวลา 15.50 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมแกนนำพรรค ภายหลังผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไม่เป็นทางการซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 3 ว่า วันนี้ไม่ใช่การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย แต่มีผู้ใหญ่หลายคนมานั่งคุยเรื่องการเมืองกันว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร มีการถอดบทเรียนเบื้องต้นและคงต้องไปทำงานต่อ ยอมรับว่ามีความเสียใจเล็กน้อย แต่วันนี้เราต้องตั้งหลัก เอาความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนที่ส่งมอบให้ เพื่อเดินหน้าทำเพื่อประชาชนต่อไป
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ผลการเลือกตั้งที่ออกมาต่ำกว่าการตั้งเป้าหมายไว้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราคาดหวังไว้เยอะ แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา การเลือกตั้งทุกคนต้องเป้าหมายไว้ให้ไกล ให้ได้มากที่สุด เพราะเราเชื่อมั่นเรื่องนโยบายว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชน อย่างไรก็ตาม เรายอมรับในการตัดสินใจของประชาชน เมื่อออกเสียงมาแล้วเราก็เดินหน้าต่อ
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าหากพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยจะดีกว่า เนื่องจากอาจทำให้ตลาดทุนมีแนวโน้มดีขึ้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย นาทีนี้เป็นเรื่องของพรรคที่รับเสียงสูงสุดในสภาในการดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล คือเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทยที่จะไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร หน้าตาของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร พรรคเพื่อไทยคงไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มหรือดำเนินการก่อน และรอฟังสถานการณ์เท่ากัน
ต่อข้อถามว่า จุดยืนของพรรคเพื่อไทยพร้อมร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า จริงๆ พรรคเพื่อไทยได้ประกาศบนเวทีหาเสียงเลือกตั้งว่าเราไม่ได้มีข้อจำกัด แต่อย่างไรก็ตามต้องดูเรื่องแนวคิด อุดมการณ์และนโยบาย
ถามย้ำว่า แสดงว่ามีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นไปได้ทุกอย่าง หากถามแบบนี้
เมื่อถามว่า เบื้องต้นได้มีการประเมินหรือไม่ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้พรรคเพื่อไทยแพ้เลือกตั้งยับ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ ในมุมมองหนึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีการแพ้มาก แพ้น้อย และต้องยอมรับว่าตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาล เราประสบอุปสรรคพอสมควร ซึ่งตนมองว่าเราถือว่าตั้งหลักได้เร็ว ยังคงรักษาฐานเสียงได้มากพอสมควร ในส่วนของสัดส่วนสส.เราก็มีเกือบ 80 คนถือว่าไม่ใช่น้อย และยังคงทำงานที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้
เมื่อถามว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 คน เป็นคนเชียงใหม่ แต่กลับไม่ได้ที่นั่งสส.เชียงใหม่ จะถือว่าเป็นการปิดฉากพรรคเพื่อไทยในพื้นที่เชียงใหม่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่มีปิดฉาก อย่าไปคิดว่าประชาชนเป็นของตายของพรรคใดพรรคหนึ่ง มันไม่เคยมี พรรคเพื่อไทยเองก็ไม่เคยพูดว่าที่ไหนเป็นของเรา และไม่มีทางแปรเปลี่ยนจิตใจ แนวความคิดของประชาชน ไม่มีอยู่แล้ว เมื่อประชาชนตัดสินมาสิ่งที่เราทำได้คือการปรับปรุงตัวเอง นโยบาย ตัวบุคคล เพื่อให้ตอบโจทย์ประชาชน แล้วมาวัดกันใหม่ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองที่จะเดินหน้าในการเลือกตั้งครั้งถัดไปด้วย ซึ่งเริ่มคิดเริ่มทำกันแล้ว
ถามย้ำว่า แสดงว่าตัวบุคคลและนโยบายของพรรคเพื่อไทยยังไม่ตอบโจทย์ประชาชนใช่หรือไม่เพราะแม้แต่จ.เชียงใหม่ที่เป็นบ้านเกิดตระกูลชินวัตร ยังเป็นศูนย์ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องของการเลือกตั้งมีองค์ประกอบมากกว่านั้นทั้งตัวบุคคลและปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาประกอบกัน ทั้งบุคลากรที่เข้าร่วมการแข่งขันที่ประชาชนตัดสินใจ ซึ่งเราต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยได้มีการประเมินปัจจัยภายนอกหรือไม่ว่าทำไมจึงได้สส.ต่ำกว่า 100 คน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มี แต่เดี๋ยวขอสรุปวันหลัง วันนี้คงไม่ใช่วาระที่เหมาะสมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีข้อสงสัยจริงๆ แต่วันนี้เป็นวาระที่ประชาชนเพิ่งลงมติผ่านการเลือกตั้งมา คงไม่ใช่วาระที่จะมาสรุปบทเรียน และคงต้องมีการมาพูดคุยกันอีกครั้ง
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรียอมรับว่าเรื่องกระแสชาตินิยมมีส่วนช่วยให้คะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทยพุ่ง ขณะที่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยมีเรื่องอังเคิล มองว่าได้รับผลกระทบหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้บางส่วน ปัจจัยมันเยอะ คงไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็นหลายองค์ประกอบ และในแต่ละพื้นที่ก็มีน้ำหนักมากน้อยต่างกัน ซึ่งเรามีการพูดคุยกันโดยได้มอบหมายนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรค รวมถึงตนก็จะลงพื้นที่เพื่อถอดบทเรียนในแต่ละจุดเพื่อดูเรื่องผู้สมัคร สถานการณ์ในพื้นที่ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราพ่ายแพ้ และบุคลากรที่แข็งแรงสามารถเข้ามาอยู่ในสภาได้ ก็ต้องไปดูเพื่อถอดบทเรียนเช่นกันว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาอย่างแข็งแรง
เมื่อถามว่า ในหลายจังหวัดที่ผู้สมัครและพื้นที่แข็งแรงก็ยังถูกตียกจังหวัด นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มันก็เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก
เมื่อถามว่า แบบนี้แสดงว่าพรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สูญพันธุ์อย่างไรตั้งเกือบ 80 ก็ถือว่าเป็นพรรคใหญ่ ไม่น้อยนะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เลือดใหม่สีน้ำเงินแบ่งเค้กลงตัว 'เอกนัฏ' นั่งพลังงาน 'วราวุธ' คุมอุตฯ 'สุชาติ' ดูแล ทส. ตามเดิม
ช่วงโค้งสุดท้าย การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี อนุทิน 2 ก่อนมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันที่ 14 มีนาคม จากนั้น เป็นขั้นตอนการเลือกประธานรัฐสภา ในวันที่ 15 มีนาคม และโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีช่วงวันที่ 18-19 มีนาคม ก่อนจะมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี
พรรคชนะเลือกตั้งกลายเป็นเผด็จการ! อนุสรณ์ส่วนต่อขยายของธนาธร
เป็นภาพที่น่าสนใจ เมื่อนักวิชาการระดับด็อกเตอร์ถอดเสื้อคลุมในห้องเรียน แล้วสวมเสื้อสีส้มลงสนามการเมืองเต็มตัว จนได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กทม. พรรคประชาชน ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
ชัดแล้ว! 'กล้าธรรม' ฝ่ายค้าน ‘อนุทิน’ ชี้ทุกพรรคต้องทำได้หลายหน้าที่ ย้ำ 'ภท.' ก็เคยเป็น
‘อนุทิน’ บอก ทุกพรรคต้องทำได้หลายหน้าที่หลัง “กล้าธรรม” ออกตัวเป็นฝ่ายค้าน ลั่น ”ภูมิใจไทย“ ก็เคยเป็น ยก คำวินิจฉัย ศาลรธน. ตั้งรัฐมนตรีมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ขอเพลย์เซฟไว้ก่อน
สมรภูมิร้อนในมือ 'อนุทิน' ลุยตั้งรัฐบาล-ฝ่าดงสงคราม
หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง สส.เขตและ สส.บัญชีรายชื่อรวม 499 คน ครบร้อยละ 95 ตามรัฐธรรมนูญ
สภาฯ เปิดรายงานตัว สส. 10 วัน มาแล้ว 377 คน เหลืออีก 122 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางเข้ามาเพื่อรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 โดยในวันนี้ (7 มี.ค.) มีเพียง 4 คน ได้แก่ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง นายเกรียงยศ สุดลาภา สส.บัญชีรายชื่อ
ศาลปกครอง เผยคืบหน้าพิจารณาคดีเลือกตั้ง-ประชามติ 18 คดี
ศาลปกครอง เผย คดีเลือกตั้ง-ประชามติ 18 คดี ได้พิจารณายกฟ้องไปแล้ว 1 คดี ไม่รับฟ้อง 2 คดี และขอถอนฟ้อง 1คดี

