“ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน แสดงความเห็นกรณี “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ระบุผู้เสียหายไม่สามารถแจ้งความในท้องที่ภูมิลำเนาได้ โดยชี้ว่า หากเป็นความผิดเกี่ยวพันหลายท้องที่ ผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษได้ทุกท้องที่ที่พบการกระทำความผิด
29 กรกฎาคม 2569 - สืบเนื่องจากนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw ระบุว่า ผู้เสียหายไม่สามารถแจ้งความในท้องที่ภูมิลำเนาของผู้เสียหายได้นั้น
ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ ดร.ณัฏฐ์ นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยกล่าวว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษได้ในท้องที่เกิดเหตุ หรือท้องที่ที่อ้างหรือเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิด ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 18
ทั้งนี้ มีข้อยกเว้น 2 ประการ ได้แก่ กรณีความผิดเกี่ยวพันหลายท้องที่ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 19 และกรณีความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 20
สำหรับกรณีที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw ระบุว่า ป.วิ.อาญาไม่มีบทบัญญัติห้ามผู้เสียหายกล่าวโทษในท้องที่ภูมิลำเนาของผู้เสียหายนั้น อาจเป็นความไม่เข้าใจกฎหมายพื้นฐาน เพราะนักกฎหมายและพนักงานสอบสวนทราบกันดีอยู่แล้ว
ความผิดเกี่ยวพันหลายท้องที่ แจ้งที่ไหนก็ได้
ทั้งนี้ ต้องพิจารณาจากข้อหาที่ผู้เสียหายแจ้งต่อนายยิ่งชีพฯ ว่าเป็นข้อหาใด
หากเป็นการแถลงข่าวผ่านสื่อที่เผยแพร่ในระบบคอมพิวเตอร์ และปรากฏในราชอาณาจักรไทย ทุกท้องที่สามารถแจ้งความได้ทั้งหมด เข้าข้อยกเว้นตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 19 โดยส่วนใหญ่จะแจ้งความในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
ผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษ ณ สถานที่ที่ทราบข้อความก็ได้ เพราะเป็นความผิดเกี่ยวพันหลายท้องที่ และทุกท้องที่ในราชอาณาจักรถือเป็นท้องที่เกิดเหตุ
ขอภาวนาว่าผู้เสียหายจะไม่เล่นพิเรนทร์ ไปแจ้งความในพื้นที่ทุรกันดาร เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือพื้นที่ปลายด้ามขวานอย่างสุไหงโก-ลก หรือเบตง เพราะนายยิ่งชีพฯ จะเหนื่อย แต่หากมองในแง่ดี ก็จะได้ไปชมวิวสวยงาม และรับประทานอาหารพื้นบ้าน รวมถึงได้เห็นว่าชาวบ้านในต่างจังหวัดลำบากเพียงใด
ส่วนการกล่าวหาและเปิดเผยรายชื่อบุคคล 9 คน รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หนึ่งในนั้น ถือเป็นความผิดเฉพาะบุคคล และเป็นผู้เสียหายเฉพาะตัว ส่วนลักษณะคดีจะพิจารณาเฉพาะฝ่ายผู้ต้องหาในฐานะร่วมกันกระทำความผิด ไม่ใช่ผู้เสียหาย
ผู้เสียหายแต่ละคนสามารถแยกดำเนินคดีอาญาได้ และดำเนินคดีได้ทุกท้องที่ที่พบการกระทำความผิด ไม่มีกฎหมายห้าม แม้จะเป็นท้องที่ที่ผู้เสียหายมีภูมิลำเนาอยู่ เช่น จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นต้น
ไม่ได้หมายความว่า นายยิ่งชีพแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา แล้วจะเป็นท้องที่ของสถานีตำรวจในพื้นที่เกียกกายเพียงแห่งเดียว
เป็นความเข้าใจผิดของนายยิ่งชีพฯ เอง เพราะจาก “ยิ่งชีพ” เป็น “พลีชีพ” มากกว่า ยอมเสี่ยงภัยไปเอง
โดยรู้อยู่แล้วว่า ที่ประชุมใหญ่ กกต. ยังไม่มีคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีฮั้ว สว. แต่กลับด่วนสรุปเร็วเกินไป ทำให้สังคมเกิดความปั่นป่วนและสับสน
ส่วนนายยิ่งชีพฯ จะอ้างว่ามีพยานหลักฐานในสำนวน กกต. ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น 1 ใน 9 รายชื่อนั้น เป็นการ “ตีดินทางการเมือง” เพื่อโจมตีทางการเมือง โดยไร้พยานหลักฐาน
หากมีจริง กลุ่ม สว.สำรองที่ดำเนินกิจกรรมหน้า กกต. ทุกสัปดาห์ ก็คงนำมาเปิดเผยแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอนายยิ่งชีพฯ มาแย่งชิงผลงาน อีกทั้งไม่ใช่ข้อเท็จจริงใหม่ และไม่ใช่ผู้ร้องในคดีฮั้ว สว.
หากมีจริง ต้องถามกลับว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา กำหนดให้ยื่นคำร้องคัดค้านภายใน 3 วัน แต่นายยิ่งชีพฯ ไปอยู่ที่ไหนมา ทั้งในการไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ของ กกต. เหตุใดนายยิ่งชีพฯ และนายพริษฐ์ จึงไม่นำพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ มอบให้ กกต. เพื่อบรรจุไว้ในสำนวน ทั้งที่ขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งถือว่าสายเกินไปแล้ว
ทั้งนี้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ขณะนั้นเป็นรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี มิใช่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ซัดนิด้าโพลเข้าข่ายปั่นกระแส ชี้ผลสำรวจความนิยมการเมืองยังไม่นิ่ง
“ดร.ณัฏฐ์” ตั้งข้อกังขาผลสำรวจความนิยมทางการเมืองไตรมาส 2/2569 ของนิด้าโพล ชี้การเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คนทางโทรศัพท์ยังไม่ครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ พร้อมตั้งคำถามว่าเข้าข่าย “ชี้นำสังคม” หรือ “ปั่นกระแสทางการเมือง” หรือไม่ และยื
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง
นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้าข่ายฉุกเฉินตาม รธน.
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุรัฐบาล “อนุทิน” มีอำนาจออก พรก.กู้เงินแก้วิกฤติพลังงาน เหตุเข้าข่ายภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกรณีเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ย้ำศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยภายใน 60 วัน หากฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ สส.ยื่นตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ พรก.ดังกล่าว
ดร.ณัฏฐ์ รับถูก ‘กกต.’ เชิญเป็นพยานคดีบัตรเลือกตั้ง
นักกฎหมายมหาชนเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานกลาง ย้ำยึดหลักกฎหมาย ไม่เข้าข้างฝ่ายใด พร้อมแนะหยุดสร้างกระแสที่ทำให้สังคมสับสน
ดร.ณัฏฐ์ ซัด 'รักชนก' อภิปรายส่อเสียด ยัน 'สุชาติ' ไม่เอี่ยวค้ามนุษย์
“ดร.ณัฏฐ์” โต้ “รักชนก” ปมโพสต์ตามหารัฐมนตรี ชี้ข้อมูลเก่า-ไร้มูล ยืนยัน “สุชาติ” ไม่เกี่ยวคดีค้ามนุษย์ และไม่เคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด
ดร.ณัฏฐ์ มองธีม 'พอแล้วไม่ไหวแล้ว' แค่สีสันสภา
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ฝ่ายค้านชูธีม "พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว" เป็นเพียงสีสันทางการเมือง ในชั้นแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ฝ่ายค้านไม่อาจล้มรัฐบาลได้

