'โสภณ' ลั่น! หมดยุคอัศวินขี่ม้าขาว วอนทุกฝ่ายร่วมมือก้าวผ่านวิกฤตโลก-ความขัดแย้ง

31 มี.ค.2569- ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้ง โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมโครงการสัมมนาดังกล่าว

ทั้งนี้ นายโสภณ ได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ “เรื่องเล่าของรัฐสภาไทย” โดยมีใจความต่อหนึ่งว่า อยากเห็นสภานิติบัญญัติแห่งนี้เป็นสถาบันที่ประชาชนให้ความศรัทธาและเป็นที่พึ่งของประชาชนซึ่งถือเป็นเรื่องยากเพราะไม่มีใครคนใดคนหนึ่งทำสำเร็จได้แต่ต้องอาศัยความสามัคคีของสมาชิก ดังนั้นสิ่งที่อยากเห็นคือสมาชิกจะต้องไม่ลืมคำมั่นสัญญาที่ไว้กับประชาชน ปฏิบัติหน้าที่สมกับที่ได้รับความไว้วางใจ ซึ่งสมาชิกทั้ง 500 ท่านไม่ว่าจะมีปราศรัยเก่งหรือบุคลิกอย่างไร จะต้องเอาประสบการณ์ที่ตนเองมีและเอาเรื่องราวที่ประกาศมาหลอมรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อผลักดันให้ประเทศนี้ผ่านวิกฤตในขณะนี้ไปได้ พร้อมยืนยันว่าตนทำงานการเมืองมา 25 ปี เห็นวิวัฒนาการของรัฐสภามีหลายเรื่องที่ถูกตำหนิและทำให้ขาดความศรัทธาจากประชาชน  และยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ผลักดันตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งใน 3 สถาบันทั้งนิติบัญญัติ ตุลาการและฝ่ายบริหารนั้น นิติบัญญัติช้าอยู่ฝ่ายเดียวตนจึงอยากเปลี่ยนเรื่องนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรม

“คำวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมดตนพร้อมน้อมรับไว้ เพื่อนำไปปรับปรุง ทั้งนี้เรามีสถานที่ที่โอ่อ่าใหญ่โตสมเกียรติ แต่ตัวสมาชิกจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านได้เห็นการกระทำว่าผู้แทนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่” นายโสภณกล่าว

ประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนประเทศไม่ได้หวังเพียงแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ในโลกที่กำลังเกิดวิกฤตหลายเรื่อง สภาจะต้องสร้างเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารไปแก้ไขวิกฤตตั้งแต่ให้คำปรึกษาการหารือ การตั้งกระทู้ การเสนอญัตติจนถึงการออกกฏหมาย  ซึ่งมีส่วนน้อยมากที่ออกมาจากสภา เพราะยังไม่สามารถก้าวข้ามฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้  และยังยืนยันว่าส่วนตัวกับรองประธานคนที่หนึ่งและคนที่สองจะทำงานอย่างสามัคคี เพื่อเป็นตัวอย่างในเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจ  ซึ่งในวิกฤตโลกความขัดแย้งในครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย จึงอยากฝากไปยังประชาชนว่า ต้องอยู่ในโลกความเป็นจริงเข้าใจว่ามีฝ่ายมีกองเชียร์มีพรรคการเมืองแต่จะต้องสร้างสังคมแห่งความรักคือให้อภัยแม้จะถูกใจหรือไม่ ทั้งนี้หมดยุคฮีโร่หรืออัศวินม้าขาวแล้ว แต่ทุกคนจะต้องมาร่วมมือกัน

เขาหวังว่า สมาชิกใหม่จะมาสร้างสีสันและสร้างความเข้มแข็งให้กับสภาชุดนี้ ซึ่งจากการทำงานของตนตั้งแต่ได้รับตำแหน่งมีแนวคิดว่าอยากมีการเพิ่มช่องทาง การทำงานช่วยเหลือประชาชน โดยจะจัดทำเป็นแบบฟอร์มให้ประหยัดเวลาในการพูดของ สมาชิกในการอภิปราย  ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการประหยัดเวลาในช่วงหารือ นอกจากนี้อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการยื่นญัตติที่มีมาทุกสมัย โดยญัตติเก่า ที่ยังคงมีปัญหา อยากให้มีการนำข้อมูลเก่ามาเสริมกับสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งหากจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญหรือกรรมาธิการสามัญ ก็อยากให้ใช้ข้อมูลตั้งแต่แรกไม่ใช่มาเริ่มต้นใหม่ และขอความร่วมมือทุกพรรคการเมืองถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว จำเป็นจะต้องไหว้ทวนกระแสสังคมในขณะนี้ที่มีการตรวจสอบจากสื่อ ดังนั้นจะต้องไม่ตามกระแส เพื่อที่จะสร้างศรัทธาให้กับสถาบันของเรา ทั้งนี้ตนเองได้มีการตรวจสอบงบประมาณที่เหลือจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยจะนำงบไปใช้ในแนวทางใหม่ ซึ่งหากทุกคนอยากเห็นประชาธิปไตยขับเคลื่อนอย่างสมบูรณ์จะต้องช่วยกันผลักดันจากภายในออกไปสู่เยาวชน

“ผมขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหากประชาชนต้องการสิ่งใด ก็ขอให้น้อมรับและนำมาแก้ไขปรับปรุง/รวมถึงต้องมีการเร่งบูรณาการฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลให้มีการประสานงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่ข้อตกลง ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างบูรณาการและเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่าการบริหารจัดการด้านนิติบัญญัติจำเป็นที่จะต้องอาศัยความสามัคคีและความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เพื่อเป็นภาพลักษณ์และแบบอย่างที่ดีของประชาชน” นายโสภณกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประธานสภาฯ ถกพรรคการเมือง เห็นตรงกันให้ สส. ซื้ออาหารกินเอง เริ่มหลังสงกรานต์

"โสภณ" ถกตัวแทนพรรคการเมือง อาหาร-สวัสดิการ สส. เผย มติเอกฉันท์ สส.ซื้อข้าวกินเอง มีพร้อมหลังสงกรานต์ ขณะที่จำนวนผู้ช่วยสส.ต้อง รอคณะกรรมการสภาพิจารณา

จับตาจันทร์นี้ ปธ.สภาฯ นัดพรรคการเมืองหารือทบทวนสวัสดิการสส.

ปธ.สภาฯ นัดพรรคการเมืองหารือทบทวนสวัสดิการสมาชิกรัฐสภาจันทร์นี้ “หมอวรงค์”เผยเสนอสามแนวทาง ทุบโต๊ะยกเลิกค่าอาหารสส.ไม่ใช่แค่ปรับลด

'โสภณ' เซ็นคำสั่ง สส. เข้าประชุมสภาฯ ไม่จำเป็นต้องสวมสูท เพื่อประหยัดพลังงาน

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงนามในคำสั่งประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านพลังงานและเชื้อเพลิงของประเทศ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน

ปชน. ซัด 'โสภณ' ไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ รีบปิดประชุมสภาฯ หนีอภิปรายวิกฤตน้ำมัน

ปชน. ซัด "โสภณ" ไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ พร้อมจับตา ศบก. สอยคนทำผิดกักตุนน้ำมัน หากจับไม่ได้ ทำลายความเชื่อมั่นปชช.ตั้งแต่วันแรก

พิธีกรดัง ดึงสติ 'ประธานสภา' พูดเยิ่นเย้อ ไม่เข้าประเด็น แล้วจะควบคุมการอภิปรายได้อย่างไร

"ปู" จิตกร บุษบา สื่อมวลชนและพิธีกรชื่อดัง แสดงความคิดเห็นต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านทางเฟซบุ๊กว่า สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ มีความตั้งใจสะท้อนปัญหา เพื่อนำไปสู่การแก้ไข มิใช่เพื่อการตำหนิ เอาความสะใจ หรือเพราะจงเกลียดจงชังใดๆ