"สภา" เคาะถกนโยบายรัฐบาล 9-10 เม.ย.นี้ รวม 32.30 ชม. ฝ่ายค้านได้ไป 14.30 ชม. หวังให้ตรวจสอบเต็มที่ วันแรกเริ่ม 08.30 น. ลากยาวถึง ตี 2 ขณะที่ "โสภณ" บอกสภายุคนี้ไม่มีประท้วง เด็กธรรมนัสลั่นไม่ออมมือแน่
7 เมษายน 2569 - เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญตัวแทนวิปทั้ง 4 ฝ่าย ประกอบด้วยฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล วุฒิสภา และตัวแทนคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย, นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน มีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม
ขณะที่วุฒิสภา มีนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว.ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิสภา) ส่วนตัวแทนครม. คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือการจัดสรรเวลาสำหรับการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9-10 เม.ย. โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 2 ชั่วโมง
ภายหลังจบการประชุม นายโสภณ ประธารสภาฯ หัวเราะหลังผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมการประชุมในวันแถลงนโยบายรัฐบาลจะไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายใช่หรือไม่ พร้อมกล่าวว่า “ไม่มี สภาฯยุคนี้ไม่มีการประท้วง”
จากนั้น นายกรวีร์ แถลงผลการประชุมว่า จากการประชุมเพื่อหาข้อยุติวันเวลาวันเวลาในการแถลงนโยบายรัฐบาล ได้ข้อสรุปว่าจะมีการแถลงนโยบายในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ ซึ่งในวันที่ 9 เมษายน จะเริ่มในเวลา 08.30-02.00 น. ของคืนวันที่ 10 เมษายน เริ่มประชุมใหม่ในเวลา 08.00 และจบในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 10 เมษายน รวมเวลาทั้งหมดอยู่ที่อยู่ที่ 32 ชั่วโมงครึ่ง โดยแบ่งเป็นประธานในที่ประชุม ได้เลา 1 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรี ได้เวลาใช้ในการแถลงนโยบาย 1.30 ชั่วโมง ครม. ได้ 6 ชั่วโมง วุฒิสภาได้ 4 ชั่วโมง พรรคร่วมรัฐบาลได้เวลา 5.30 ชั่วโมง และพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลา 14.30 ชั่วโมง
นายกรวีร์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าเวลาของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบก็ควรมีเวลาค่อนข้างมาก ซึ่งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น ที่จะให้นายกรัฐมนตรีรวมถึงครม.มีเวลาที่มากพอสมควร ชี้แจงข้อซักถามและอธิบายนโยบายต่าง ๆ ของแต่ละกระทรวงเพื่อให้ประชาชนได้มีความเข้าใจถึงนโยบายที่กำลังจะออกมา ดังนั้นเวลาที่เพิ่มมาให้กับทั้งสองฝ่ายก็เพื่อเป็นประโยชน์ ต่อการทำหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย
เมื่อถามว่าการจัดสรรเวลาที่ออกมานั้นฝ่ายค้านเห็นด้วยหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านตกลงในเวลาที่ได้จัดสรร เพราะทุกครั้งเพราะทุกครั้งที่ผ่านมาเวลาที่เรากำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็น 29 ชั่วโมงหรือ 30 ชั่วโมง ถึงเวลาจริงก็เกินเวลามาทุกครั้ง ทั้งนี้กรอบเวลาที่กำหนดมาแทบจะเกินเวลาแล้ว หากมากไปกว่านี้คงจะไม่ไหว เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าเวลาที่แต่ละฝ่ายได้ไป ก็ไปควบคุมเวลาของฝ่ายตัวเองเพื่อไม่ให้เกินเวลา ทำให้การทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายมีประสิทธิภาพสูงสุดใช้เวลาของสภาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
เมื่อถามว่าประธานสภาได้กำชับเรื่องความเรียบร้อยในการประชุมอย่างไรบ้าง นายกรวีร์ กล่าวว่า ประธานได้แสดงความเป็นห่วงจึงได้ย้ำถึงเนื้อหาสาระที่จะอภิปราย รวมไปถึงช่วงเวลาการประท้วงต่างๆ ให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่อยู่ในกรอบการอภิปราย เพราะถ้าหากเกิดการประท้วงเวลาที่แต่ละฝ่ายประท้วงก็จะหักของฝั่งนั้น ซึ่งตนคิดว่าเพื่อนสมาชิก อยากจะเห็นการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายทั้ง ครม. รัฐบาล และฝ่ายค้าน รวมถึง สว. เพื่อให้ข้อเสนอแนะต่างๆ มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ด้านนายวุฒิชาติ กล่าวว่า วุฒิสภาได้รับการจัดสรรเวลาเหมือนเดิม 4 ชั่วโมง หลังจากเรียกร้องขอเพิ่มเติมเนื่องจากมี สว. ลงชื่ออภิปรายถึง 70 คน เบื้องต้นเตรียมที่จะนัดประชุมวิปวุฒิสภาในวันที่ 8 เม.ย. เพื่อกำหนดประเด็นในการอภิปราย และผู้อภิปรายเพื่อตกลงว่าผู้อภิปราย ตามจำนวนที่ได้ลงชื่อไว้ลดความซ้ำซ้อนในประเด็นอภิปราย เพื่อให้มีเวลาการอภิปรายเพิ่มขึ้นและได้เนื้อหาสาระ ทั้งนี้เชื่อว่าการประชุมฯ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยหากทุกฝ่ายยึดระเบียบกติกาไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร และเชื่อว่าประธานรัฐสภาสามารถควบคุมการประชุมได้ดี ประเด็นที่สำคัญของ สว.ผู้อภิปรายจะต้องจับกลุ่มกันว่าใครจะเป็นผู้อภิปราย
ขณะที่ นายอรรถกร ยืนยันว่า การอภิปรายนโยบายรัฐบาลของพรรคไม่มีการออมมือ โดยเตรียมประเด็นในการทวงถามนโยบายของพรรครัฐบาลที่ได้หาเสียงเอาไว้กับประชาชน ทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ที่เคยประกาศเอาไว้ในช่วงหาเสียง พอส่งผลต่อความเชื่อมั่นและทำให้ทั้ง 2 พรรค สามารถตั้งรัฐบาลได้ โดยจะประเมินว่านโยบายที่นายกฯ และครม. ร่วมกันจัดทำและเสนอต่อรัฐสภาจะสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้มากน้อยแค่ไหน
“จากนี้จะไปหารือภายในพรรคฯครั้งหนึ่งในการจัดสรรผู้อภิปราย ซึ่งพรรคกล้าธรรมได้เวลาอภิปราย 3.30-4 ชั่วโมง ไปวางประเด็นไว้ทั้งเรื่องของวิกฤติพลังงาน ภาคการท่องเที่ยว-การเกษตร-การศึกษา และภาคสังคมในการดูแลผู้สูงอายุ ยืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ไม่มีออมมือ”นายอรรถกร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปธ.วิปรัฐบาล ย้อนเกล็ด 'เท้ง' อ้างระบอบสีน้ำเงินกินรวบประเทศ สมัยพรรคส้มชนะเลือกตั้งไม่เห็นพูดแบบนี้
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ
'โสภณ' ปัดขวางฝ่ายค้านชงตั้ง กมธ.ตรวจสอบ 'พรก.กู้เงิน' ย้ำไม่ใช่ญัตติด่วน
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านขอให้วางตัวเป็นกลางในการให้ใช้เวทีสภาฯ ตรวจสอบรัฐบาลถึงการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ขณะนี้ได้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่เรียบร้อยแล้ว
‘คลัง’ฟุ้งระบบลงทะเบียน‘ไทยช่วยไทย พลัส’แกร่ง รองรับสูงสุด7แสนสิทธิต่อวินาที
‘คลัง’ ฟุ้งระบบลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ สุดแกร่ง รองรับยอดลงทะเบียนสูงสุด 7 แสนสิทธิต่อวินาที มั่นใจปักธง 30 ล้านสิทธิครอบคลุมเพียงพอความต้องการประชาชน พร้อมการันตีร้านค้าไม่ต้องกังวลโดนภาษีย้อนหลัง
รัฐบาลโต้ 'ครม.เงา' ทุกเม็ด ยันล้างบางจีนเทา–นอมินี ก่อนฝ่ายค้านพูด
'รองโฆษกรัฐบาล' โต้ 'ครม.เงา' ปมจีนเทา–นอมินี ย้ำรัฐเดินหน้ากวาดล้างจริงก่อนฝ่ายค้านแถลง ชี้ข้อมูลอาชญากรรมไม่ควรเป็นเครื่องมือทางการเมือง
รัฐบาลปลื้ม ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสราบรื่น ขอ ปชช.อย่ากังวล ขึ้นตรวจสอบ 3 วัน กันสิทธิไว้แล้ว
รัฐบาล พอใจลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เรียบร้อย ไม่ล่ม พบระบบมีปัญหาเล็กน้อย แจง ‘สแกนใบหน้าไม่ผ่าน’ ไม่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการกดรับสิทธิ แต่เพราะใช้แอปฯ ครั้งแรก-เคยลบแอปฯ แนะยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM
'ภราดร' ไม่ฟันธงไทม์ไลน์แก้รธน. บอกต้องรอดูวาระ1อภิปรายอย่างไร แย้มคุย 'ชูศักดิ์' พร้อมเติมเสียง พท. ยื่นร่างได้
รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยังตอบชัดไม่ได้ ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 อภิปรายอย่างไร บอก ยังมีอีกหลายขั้นตอน เผย คุย ชูศักดิ์ แล้ว พร้อมเติมเสียงให้ พท.ยื่นร่างได้

