'พิพัฒน์' เผยข่าวดี! ครม. ไฟเขียวมาตรการเยียวยาขนส่ง อัดฉีดงบอุ้มรถกว่า 4.6 แสนคัน

12 เม.ย.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันเสาร์ว่า ที่ประชุมได้มีมติ “อนุมัติ” มาตรการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและรถโดยสารสาธารณะ ตามที่ตนและ กระทรวงคมนาคม โดยกรมขนส่งทางบก ได้เดินหน้าผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากช่วงวิกฤตพลังงานที่ส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของมาตรการนี้ ไม่ได้มีเพียงเพื่อช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องและสามารถนำรถออกมาวิ่งให้บริการต่อไปได้เท่านั้น แต่เป้าหมายสูงสุดคือการปกป้องพี่น้องประชาชน โดยการันตีว่าประชาชนจะต้อง “ไม่ต้องจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้น” ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้แบ่งกลุ่มการดูแลออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อให้เกิดความครอบคลุมและเกิดประโยชน์สูงสุด ดังนี้

  1. กลุ่มรถโดยสารและรถรับจ้างสาธารณะที่ใช้น้ำมัน (มาตรการดูแลค่าเดินทาง)
    รัฐบาลจะเข้าไปช่วยพยุงต้นทุนให้รถกว่า 180,332 คัน เพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ และประชาชนได้จ่ายค่าตั๋วในราคาเดิม โดยครอบคลุมรถประเภทต่างๆ ได้แก่
  • รถทัวร์ บขส. และรถร่วมฯ: อุดหนุนส่วนต่างค่าโดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ (6 – 19 เม.ย.) การันตีตั๋วราคาเดิม เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างสบายใจ
  • รถตู้ รถมินิบัส และรถสองแถว (ใน กทม.): รับเงินอุดหนุน 5,040 บาท/คัน
  • รถตู้และรถมินิบัส (ระหว่างจังหวัด): รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 700 บาท/วัน/คัน (โดยจะมีการตรวจสอบระยะวิ่งจริงผ่านแอปพลิเคชัน)
  • รถรับจ้างไม่ประจำทาง (เช่น รถนำเที่ยว, รถรับส่งพนักงาน): รับเงินอุดหนุน 5,040 – 7,000 บาท/คัน
  • รถแท็กซี่: รับเงินอุดหนุน 5,040 บาท/คัน
  • รถจักรยานยนต์สาธารณะ (มอเตอร์ไซค์รับจ้าง): รับเงินอุดหนุน 840 บาท/คัน
  1. กลุ่มรถบรรทุกสินค้า (มาตรการตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค) เพื่อเป็นการตัดวงจรไม่ให้ต้นทุนค่าขนส่งถูกผลักภาระไปบวกเพิ่มในราคาสินค้าตามท้องตลาด กระทรวงคมนาคมจะเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระค่าขนส่งให้กับกลุ่มรถบรรทุกกว่า 287,175 คัน แบ่งเป็น

รถบรรทุกที่ไม่ได้ติดตั้ง GPS: รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท/คัน
ในช่วงท้าย นายพิพัฒน์ ได้ย้ำถึงพี่น้องผู้ประกอบการและผู้ขับรถที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ ขอให้เตรียมตัวลงทะเบียนรับสิทธิ์ เพื่อนำเงินไปหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ระหว่างวันที่ 16 – 19 เมษายน 2569 นี้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีระยะเวลาการช่วยเหลือครอบคลุม 42 วันเต็ม (ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569) ทั้งนี้ ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถติดตามข้อมูล รายละเอียด และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก (www.dlt.go.th) รวมถึง FacebookPage กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News

รถบรรทุกที่ติดตั้ง GPS: รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 6,000 บาท/คัน (ตรวจสอบระยะวิ่งจริงผ่านแอปพลิเคชัน)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายกระทรวง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) เสนอ ให้นายภูมิวิศาล เกษมศุข ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (

ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน 5 จังหวัด ลุยสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงโคราช-หนองคาย

ครม.อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอโนนสูง อำเภอคง อำเภอบัวใหญ่ อำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา อำเภอพล อำเภอโนนศิลา อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด

เช็กมติ ครม. แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงหลายกระทรวง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติตามที่สำนักนายกรัฐมนตรี เสนอรับโอน นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (นักบริหารระดับสูง)

เช็กมติ ครม. แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงหลายกระทรวง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายภราดร ปริศนานันทกุล) เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี (นร.) ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 3 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้