"นพ.วรงค์" แถลงจี้รัฐบาลอนุทิน เร่งดัน พ.ร.บ.การแบ่งปันผลประโยชน์ข้าว แก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำแบบยั่งยืน
23 เมษายน 2569 - ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงเรียกร้องไปยังรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำอย่างยั่งยืน
นพ.วรงค์ กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำเป็นปัญหาทุกปี แต่ละปีจะเกิดปัญหานี้ 2 รอบด้วยกัน อย่างรอบปัจจุบันเป็นรอบนาปรัง ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน และคาดว่าในรอบข้าวนาปี โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ก็จะเกิดขึ้นประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งพี่น้องเกษตรกรชาวนาจะเจอปัญหานี้มาตลอด นั่นคือข้าวเปลือกราคาตกต่ำตามฤดูกาล โดยประชาชนจะประสบกับปัญหา ข้าวสารแพง ข้าวเหนียวข้าวเปลือกราคาถูก พูดง่ายๆคือ คนไทยทานข้าวสารแพง แต่ชาวนาขายข้าวเปลือกราคาถูก
ทั้งนี้ อีกปัญหาที่เกษตรกรต้องเจอนั่นก็คือข้าวสารที่ส่งออกต่างประเทศราคาถูก ซึ่งกลไกตลาดของประเทศไทยนั้นอิงจากราคาข้าวสารที่ส่งออกไปยังต่างประเทศราคาถูก มากำหนดซื้อราคาข้าวเปลือกจากพี่น้องเกษตรกรชาวนา โดยอ้างกลไกตลาดโลก บวกกับช่วงฤดูข้าวเปลือกออกผลผลิตเยอะ จึงทำให้ข้าวเปลือกราคาตกต่ำ ซึ่งนี่คือปัจจัยพื้นฐานที่ตนอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าเมื่อไหร่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
"ซึ่งทุกยุคทุกสมัยทุกรัฐบาล ใช้โครงการจำนำข้าว สุดท้ายเจ๊ง บางรัฐบาลใช้โครงการประกันรายได้ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่เป็นการเอาภาษีมาอุดรูรั่ว ผมจึงอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาล นายกฯอนุทิน ว่าถึงเวลาแล้วครับ ที่จะต้องแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกแบบยั่งยืน" นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกแบบยั่งยืนก็คงหนีไม่พ้นการใช้กระบวนการแบ่งปันผลประโยชน์ข้าว โดยตนขอยกเครดิตให้นายกฯอนุทิน ถึงแม้ตนจะเป็นฝ่ายค้าน ด้วยคำพูดที่ว่าการแบ่งปันผลประโยชน์ข้าวมันจะนำไปสู่ความยั่งยืน โดย พ.ร.บ.การแบ่งปันผลประโยชน์ข้าว พ.ศ. .... ที่นายกฯอนุทินได้เสนอต่อสภาฯ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 ซึ่งตนขอย้ำว่าวันนี้ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ตนจึงอยากผลักดันพ.ร.บ. การแบ่งปันผลประโยชน์ข้าว พ.ศ. ....เข้าสู่สภาฯ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกแบบยั่งยืน เพราะสาระสำคัญของกฎหมายนี้จะมีการกำหนดสัดส่วนผลตอบแทนที่ชัดเจนระหว่างชาวนา โรงสี และผู้จำหน่าย รวมถึงการแบ่งปันผลประโยชน์จากผลพลอยได้อื่นๆ เช่น แกลบ รำ และปลายข้าว ซึ่งที่ผ่านมาตกอยู่ในมือคนอื่น ให้กลับคืนสู่ชาวนา ซึ่งจะทำให้การทำนาได้รับการคุ้มครองว่าต้องมีกำไร และชาวนาจะได้รับเงิน 2 รอบ เหมือนระบบอ้อย ซึ่งจะสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้ชีวิตชาวนาอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ระบบการได้รับเงิน 2 รอบของชาวนาตามร่างกฎหมายนี้ จะประกอบด้วยเงินก้อนแรกเมื่อส่งข้าวเข้าโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ และเงินรอบที่สองจากการเกลี่ยผลประโยชน์จากผลพลอยได้อื่นๆ เช่น ปลายข้าว แกลบ และรำข้าว ซึ่งเป็นระบบที่คล้ายคลึงกับชาวไร่อ้อยที่มักไม่ค่อยประสบปัญหาราคาผลผลิต โดยในฐานะฝ่ายค้าน ตนพร้อมจะเป็นผู้ประสานงานและสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ในการผลักดันพระราชบัญญัติแบ่งปันผลประโยชน์ข้าวฉบับนี้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกร
สาระสำคัญแห่งร่าง พ.ร.บ. การแบ่งปันผลประโยชน์ข้าว พ.ศ. .... ประกอบด้วย 4 ข้อหลักคือ 1.การกำหนดอัตราส่วนผลตอบแทนที่ชัดเจน ซึ่งเป็นการแบ่งสัดส่วนกำไรระหว่างชาวนา โรงสี และผู้จำหน่ายข้าวสาร ให้มีความเป็นธรรมว่าแต่ละฝ่ายควรได้รับผลประโยชน์เท่าใด 2.การแบ่งปันผลประโยชน์จากผลพลอยได้ กำหนดให้มีการนำรายได้จากผลประโยชน์อื่น เช่น แกลบ รำ ปลายข้าว ข้าวท่อน และข้าวหัก ซึ่งเดิมทีผลประโยชน์ส่วนนี้มักตกเป็นของผู้อื่น มาแบ่งปันให้กับชาวนาด้วย
3.การคุ้มครองกำไรของชาวนา ฎหมายฉบับนี้จะให้ความคุ้มครองว่าการทำนาจะต้องมีกำไร เพื่อให้ชาวนาสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงเป็นครั้งแรก และ 4.ระบบการจ่ายเงิน 2 รอบ ชาวนาจะได้รับเงินก้อนแรกเมื่อส่งข้าวเข้าโรงสี และจะได้รับเงินรอบที่สองจากการเกลี่ยผลประโยชน์ของผลพลอยได้ (เช่น แกลบ รำ) อีกครั้ง ซึ่งเป็นระบบที่คล้ายคลึงกับระบบแบ่งปันผลประโยชน์ของอ้อย ช่วยลดปัญหาราคาผลิตผลตกต่ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลแจงยกเลิก MOU 44 เจรจากันเพียง 5 ครั้ง ไม่บรรลุเป้าหมาย ความขัดแย้งยังมีอยู่
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า วันเดียวกันนี้ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/ 2569 ได้มีมติยกเลิก MOU44 ตามนโยบายรัฐบาล ด้วยเหตุผล 1. MOU44 เป็นกรอบการเจรจาการบริหารทรัพยากรร่วมกัน ที่อยู่ใต้ทะเล ระหว่างไทย กัมพูชา แต่ 20 กว่าปีที่ผ่านมา มีการเจรจากันเพียง 5 ครั้ง
'ภราดร' เผยคืบหน้าคนละครึ่งพลัส รัฐจ่าย 60 ประชาชน 40
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้านโยบายไทยช่วยไทย พลัส หรือนโยบายคนละครึ่ง พลัส ว่าจะมีการจ่ายให้ประชนชนในอัตรา 60:40 (รัฐบาลจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%) ว่ารัฐจะจ่ายเงินให้ประชาชนก้อนเดียว หรือทยอยจ่าย 4 เดือน
'เอ็ดดี้' เตือนสติ 'ด้อมอนุทิน' รักหมดใจจนไม่ยอมตั้งคำถามตรวจสอบ ระวังซ้ำรอยยุคไทยรักไทย
นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่ได้รับใช้ใครหรือพรรคใด แต่ผมรับใช้ความจริง ผมพยายามไม่ลำเอียงในการวิจารณ์การเมือง
นักลงทุนเชื่อมั่นรัฐบาลอนุทิน ! 'ยุทธพร' ชี้ Moody’s ปรับ Outlook ไทยเป็น Stable เปรียบเหมือนให้ใบรับรองเศรษฐกิจ สะท้อนเสถียรภาพ-นโยบายต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงประเทศ
รศ.ดร.ยุทธพร อิสระชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เปิดเผยความเห็นกรณี Moody’s Investors Service ประกาศปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของประเทศไทยจาก “เชิงลบ” (Negative) เป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 พร้อมคงอันดับเครดิตที่ระดับ Baa1
'ณัฐพงษ์' เตือนรัฐบาลอนุทินกู้เงิน ต้องชี้แจงประชาชนให้ชัด อย่าหนีกระทู้ถามในสภาฯ
"ณัฐพงษ์" เตือนรัฐบาลหากจะกู้เงิน ควรใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ ต้องแจงให้ชัด ใช้เวทีในสภามาตอบกระทู้ถามสมาชิก ระบอบการเมืองปัจจุบันสะท้อนชัดเจนละเว้นพวกพ้อง-ทำลายล้างฝั่งตรงข้าม
นายกฯ สั่ง รมต. ลงพื้นที่ไปหาประชาชนเอง ไม่ต้องให้มาหาถึงทำเนียบ
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้กล่าวต่อ ครม.ทุกคนว่า ขอให้ทำงานอย่างเต็มที่ เร่งสร้างผลงานดูแลพี่น้องประชาชน ขณะนี้ในบางพื้นที่ที่มีข้อเรียกร้องหรือเสียงสะท้อนจากพี่น้องกลุ่มต่างๆ และที่มารวมตัวกันชุมนุมนั้น

