พฤติกรรม สส.ส้ม?

กี่รอบ-กี่ครั้งแล้วจำไม่ได้!

ผมหมายถึงการให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมต.ยุติธรรม ถึงขั้นตอนการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร ที่กำหนดออกจากเรือนจำในวันที่ 11 พ.ค.นี้น่ะ

ล่าสุด..ก็พูดอีกแล้ว.. “ขณะนี้มีการยื่นเรื่องเข้ามาแล้ว และจะมีการประชุมในวันที่ 29 เม.ย.นี้..

การยื่นเรื่องดังกล่าวเป็นการขอพักโทษตามขั้นตอนปกติ โดยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ 3 คณะแล้ว และเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรมในการลงนาม”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขั้นตอนดังกล่าวไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด ทราบเพียงไทม์ไลน์และขั้นตอนการดำเนินการ

พร้อมยืนยันไม่ได้มีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ เมื่อถามว่า นายทักษิณจะต้องสวมกำไลอีเอ็มหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ต้องรอพิจารณาจากความเห็นที่เสนอขึ้นมา

ส่วนกรณีมีการประเมินหรือไม่ว่า หากนายทักษิณออกจากเรือนจำจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การเมืองอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ตนไม่ทราบ

คือ..ขยันพูด-ให้สัมภาษณ์ ทั้งๆ ที่ (บางเรื่อง) ยังไม่รู้รายละเอียด จนให้สงสัยปนรำคาญและอยากถาม..

รัฐมนตรีไม่มีงานอื่นทำแล้วเหรอ ถึงได้พูดแต่เรื่องการพักโทษของนายทักษิณตั้งแต่เริ่มนั่งเก้าอี้น่ะ..หือ?

เนี่ย..ขนาดรู้ตัว “ไม่ได้มีส่วนร่วม” แต่ก็ยังเจื้อยแจ้วให้นักข่าวฟังได้ทุกครั้งที่เจอคำถาม มันไม่เห็นจะต้อง “ปู (ทาง)” อะไรมากมายขนาดนั้น..

ถ้าขั้นตอนทุกอย่างถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมาย ก็ออกมาเถอะ ไม่มีใครไปยืนขวางประตูคุกหรอก นอกเสียจากเล่นเล่ห์เพทุบายให้ถูกจับได้ (อีกครั้ง)..คณะ คปท.เขาไม่ยอมแน่!

ฉะนั้น..รัฐมนตรียุติธรรมไม่ต้องกังวลใจ หรือใส่ใจกับเรื่องของนายทักษิณให้มากไป หันไปจี้ไชเอากับหน่วยงานดีเอสไอจะดีกว่า เพราะสารพัดคดียังคาราคาซัง..

ทั้งการสืบสวนคดีนอมินีจีนโยงตึก สตง.ถล่ม ทั้งคดี “น้ำมันล่องหน” กว่า 50-60 ล้านลิตร..อย่าเชื่องช้า ต้องเร่งสรุปเสียที!

เอ้า..นี่ไม่ได้สังเกต ก็เพิ่งมารู้จากคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ตอนนี้ก็เป็น “ราษฎรเต็มขั้น” ไม่มีตำแหน่งใดๆ ในพรรคประชาชน กระนั้นก็ยังมีความปรารถนาดีต่อเพื่อน สส.และพรรค

จึงได้โพสต์ข้อความเตือนสติเสียยาวเยียด แต่ผมมาสะดุดตากับท่อนที่ว่า.. “ผมอยากเห็น สส.ของพรรคลงไปทำงานร่วมกันกับประชาชน ตลอดจนภาคีเครือข่ายต่างๆ อย่างใกล้ชิด

และร่วมกันขับเคลื่อนวาระเชิงประเด็น หรือวาระเชิงพื้นที่อย่างแข็งขัน นอกสภาก็ทำงานทางความคิด และสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนในกลุ่มที่เกี่ยวข้องอย่างแนบแน่น

ในสภาก็ใช้กลไกต่างๆ ของสภา ตลอดจนกลไกทางกฎหมาย การเชื่อมโยงกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญต่างๆ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างจริงจัง

มากกว่าการสร้างคอนเทนต์ ทำตัวเป็นอินฟลูฯ ถ่ายเซลฟี ว่าวันนี้มาทำอะไรที่สภา ห้องทำงานเป็นอย่างไร สวยไหม

วันนี้นั่งในสภากับใคร ชุดที่ใส่มาเป็นชุดไหน วันนี้กินอะไร กำลังจะไปดูงานที่ไหน ห้องพักที่โรงแรมเป็นไง

ผมอยากเห็น สส.ที่ใช้กลไกของอำนาจนิติบัญญัติที่มีในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน และติดตามเรื่องให้ถึงที่สุด มากกว่าการเอามาพูดในสภาไม่กี่นาที แล้วก็ปล่อยจอย

หรือไม่ก็แค่ไปถ่ายรูปชี้โน่นชี้นี่ แค่ฟ้องว่าฉันเจอปัญหาแล้วนะ แต่ไม่ได้วางแผนต่อว่าจะทำอะไรต่อไปที่ดีไปกว่าการถ่ายรูปอัปสเตตัสในเฟซบุ๊ก หรือถ่ายคลิปลงติ๊กต๊อก”

อ๋อๆ..สส.พรรคประชาชนเขาเป็นกันอย่างนี้นี่เอง ก็ต้องขอบคุณคุณวิโรจน์ที่บรรยายเสียจนทำให้นึกเห็นภาพ แต่แม้จะทำงานในสภาไม่เป็น เก่งแต่ในโซเชียล

ผมก็ยังเห็นควรให้มีข้าวปลาอาหารเลี้ยง (น้อยลงหน่อย) ในสภาอยู่ดี อย่าตัดงบทั้งหมดทิ้งเลย..

สงสาร สส.จนๆ (บางคน) ด้วยเถอะ!.

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใครจะรับเป็นภาระ?

“การมีอาหารกลางวันและเครื่องดื่มดูแลสมาชิก ไม่ใช่เรื่องของเงินเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเรื่องของเกียรติยศและศักดิ์ศรีของสถาบันนิติบัญญัติ... หากจะประหยัดจริง ก็ควรใช้วิธีลดปริมาณหรือลดจำนวนมื้อลง แทนการตัดงบทั้งหมดทิ้งไป”

หนังไทยพัฒนายาก?

เข้าฉายในเน็ตฟลิกซ์แล้วครับ! คุณมานพ อุดมเดช ผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นลายครามส่งข้อความทางไลน์ไปบอกให้ผมงงๆ ก่อนจะถาม.. “หนังเรื่องไรเหรอ”?

ไม่สม.. ‘ฐานันดรสี่’

“พระปกเกล้าโพลสำรวจล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล มีความนิยมเหลือเพียง 8% เท่านั้น มีนัยว่าคนไทยคงไม่ต้องการนายกฯ แบบนี้แล้ว ใครเอาอนุทินมาเป็นนายกฯ ควรพิจารณาด่วน”

กรรมชี้เจตนา!

ตั้งใจจะเป็นยามเฝ้ากรุงเทพฯ.. แต่เพราะถูกกำหนด.. วันที่ 14 เมษา. ผมจึงต้องนั่งรถ (ตู้) ติดสอยห้อยตามพรรคพวกกันไปถึงโขงเจียม จ.อุบลราชธานีนู่น!

หยุดซู่ซ่าได้แล้ว!

“ผมพูดส่วนตัวนะ ถ้าผมไปทำแบบนี้นะ ผมไม่ปล่อยให้รอด ถ้าผมทำนะ” เนี่ย..ผมก็จะรอดูว่า “พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 ที่พูดประโยคนี้ในการแถลงข่าวคดีคนร้ายยิงถล่มรถคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส จะ “รอด” หรือไม่?

สาดตัวอักษรพร้อมสาดน้ำ

อยู่ยามเฝ้ากรุงเทพฯ อีกเช่นเคย! แต่..ก็ไม่เคยเหงา กลับรู้สึกดีเสียด้วยซ้ำที่ระหว่างวันที่ 13-15 เมษา.ของทุกปี ถนนทุกสายในเมืองหลวง-มหานครจะโล่ง-รถจะน้อย..