
วิโรจน์ จี้กรมทางหลวงชนบทแจง มีถนนเส้นไหนต้องลดไฟถนน ข้องใจที่ผ่านมาหรือมีความถี่มากเกินไปเกินมาตรฐานสากล
26เม.ย.2569-นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก “Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” เรื่อง การที่กรมทางหลวงชนบท จะลดไฟบนถนน นั้นคุ้มกับความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือไม่ ถ้ากรมทางหลวงชนบทชี้แจงว่า ต่อให้ลดไฟ ความสว่างก็ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานสากล ก็ต้องตอบคำถามว่าที่ผ่านมา ติดไฟถี่เกินไปทำไม เนื้อหาระบุ
จากกรณีที่กรมทางหลวงชนบท เสนอให้มีการลดใช้ไฟฟ้าแสงสว่างถนน ในเส้นทางที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยจะเริ่มตั้งแต่ 1 พ.ค.69 เนื่องจากข้อมูลทางสถิติ พบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางจราจรที่เกิดขึ้นในตอนกลางคืน นั้นมีมากกว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในตอนกลางวัน เพราะด้วยความมืด กว่าที่ผู้ขับขี่จะทราบว่าภัยกำลังมาถึงตัว จึงทำให้ระยะเบรกสั้นกว่าตอนกลางวัน ด้วยความง่วงอาจจะทำให้ปฏิกิริยาของผู้ขับขี่ช้าลง ประสิทธิภาพการมองเห็นก็ชัดน้อยกว่าตอนกลางวัน
ในแต่ละปี ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละประมาณ 17,000-17,500 ราย เป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตอนกลางคืนประมาณ 9,000-10,000 คน อุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 5-6 แสนล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 3%-6% ของ GDP ดังนั้นหาก 60% เป็นอุบัติเหตุทางจราจรที่เกิดขึ้นในตอนกลางคืน ก็ประเมินได้ว่าเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในยามวิกาล นั้นมีมูลค่าความสูญเสียราว 3-3.6 แสนล้านบาท
หากประเมินว่า ความมืด และแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ มีอิทธิพลประมาณ 20%–30% ก็ประเมินได้ว่าความไม่สว่าง อาจสร้างได้ความสูญเสียได้มากถึง 6 หมื่น ถึง 1 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งไม่น่าจะคุ้ม เมื่อเทียบกับค่าไฟฟ้าที่กรมทางหลวงชนบทสามารถประหยัดได้
ดังนั้นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด จะต้องแก้ไขโดยที่ไม่ทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้น และสามารถประหยัดพลังงานได้จริงๆ ซึ่งก็คือ การเปลี่ยนจากไฟสีส้ม HPS มาเป็นไฟ LED โดยถ้าจะให้ดีที่สุด ก็คือใช้ไฟ LED แบบ Solar Cell ที่มีคุณภาพ มีความคงทน ซึ่งก็เป็นแนวคิดที่ดี แต่อยู่ดีๆ ก็มีชุดคำอธิบายออกมาว่า การลดไฟส่องสว่างของกรมทางหลวงชนบท นั้นจะไม่ทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น ถนนหนทางยังมีความสว่างเป็นไปตามมาตรฐานสากล
ผมก็เลยฉุกคิดว่า “อ้าว! งั้นก็แสดงว่าที่ผ่านมา กรมทางหลวงชนบท ติดโคมไฟส่องสว่างถี่กว่ามาตรฐานสากล หรือไม่”
จึงเป็นคำถามที่อยากให้กรมทางหลวงชนบทชี้แจงเพิ่มเติม ว่ามีถนนเส้นไหนบ้าง ที่กรมทางลวงชนบทติดโคมไฟส่องสว่าง ที่มีความถี่มากเกินไป มีความสว่างเกินมาตรฐานสากล และที่ผ่านมากรมทางหลวงชนบททำเช่นนั้นไปทำไม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พริษฐ์' ขู่ กกต. หากยกคำร้องฮั้ว สว. 229 ราย ไม่จบแน่ 'ม.157' รออยู่
‘พริษฐ์’ ลั่นหาก 14 ก.ย.นี้ กกต. ไม่ส่งฟ้องศาล 229 คนเอี่ยวฮั้วสว.ไม่จบง่าย ลั่น เจอกันเวทีสภาขอตอบคำถามให้ได้ ชวนคิดเอกสารพยานกลับคำให้การหลุดหรือปล่อยแซะ หลายคนพูดเรื่องเหนือดวงแต่กลัวบางสีอยู่เหนือกฎหมาย
ฝ่ายค้านลุยยื่นซักฟอก ก.ย.นี้ ล็อกเป้าถล่ม 'อนุทิน-ไชยชนก'
“พริษฐ์” ยันฝ่ายค้านยื่นซักฟอกภายใน ก.ย.นี้ ล็อกเป้า “อนุทิน–ไชยชนก” ถลกโกงสอบท้องถิ่น–ฮั้ว สว.–AI Passport แย้ม มีเรื่องใหม่ที่ไม่เคยเปิด อุบโยง “คนที่บุรีรัมย์” ลั่น หากมีหลักฐานว่ารับใช้ใคร ก็ต้องอภิปรายด้วย
'ธนพร' ซัดม็อบสีส้ม 13 ก.ย. แค่คนแพ้ เกมอำนาจ เตือนอย่าเล่นนอกกติกา กดดัน กกต.จนบ้านเมืองไร้ขื่อแป สะกิด เล่นแรง ระวังโดน VAR แจกใบเหลือง-แดง
รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงการนัดชุมนุมและเดินขบวนในวันที่ 13 กันยายนว่า การชุมนุมโดยสงบถือเป็นสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนสามารถแสดงความเห็นหรือความไม่พอใจได้ แต่ต้องตั้งคำถามให้ชัดว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตัดสินใจไปตามความประสงค์ของผู้ชุมนุมหรือไม่
กระทุ้ง 'อ้วน-พท.' เคลียร์ปมรัฐบาลอิ๊งค์จุ้น 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "คดีฮั้ว สว. DSI ถูกรัฐบาลอุ๊งอิ๊งแทรกแซง?" โดยระบุว่า
ประท้วงวุ่น! 'ไอติม' ไล่ต้อน กกต. ใช้งบหนุนอาชญากรรมทางประชาธิปไตย
ประท้วงวุ่น! สส.ภูมิใจไทย ลุกประท้วง “พริษฐ์” อภิปรายงบกกต. ไร้ประสิทธิภาพ ไม่มั่นใจนำไปใช้ปกป้องประชาธิปไตยหรือสนับสนุนอาชญากรรมประชาธิปไตย เหน็บ “ผลลัพธ์แบบนี้ตั้งแค่งบค่าโทรศัพท์ไปที่บุรีรัมย์ก็ได้คำตอบ” ด้าน “ศุภชัย” ซัด ไม่อยากเถียงกับเด็ก เตือนอย่าฮึกเหิมให้มาก
ปชน. ตัดงบศาลรัฐธรรมนูญ 7.9 ล้าน ใช้ภาษีสร้างเครือข่ายระดับสูง ประชาชนได้อะไร
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ขอตัดลดงบประมาณของศาลรัฐธรรมนูญ ในหลักสูตรอบรมหลักสูตร หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย(นธป.) 7,915,000 บาท เพราะเป็นเงินภาษีประชาชนที่ถูกนำมาใช้สร้างเครือข่ายระดับผู้นำ

