
‘นันทนา’ นำ สว.อิสระ ผนึกกำลังล่าชื่อตามมาตรา 236 ร้องศาลไต่สวน ป.ป.ช. ทนไม่ไหวปล่อยผีคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ด้าน ‘หมอเปรม’ กระทุ้ง ‘โสภณ’ อย่าให้วงจรอุบาทว์แทรกแซง ขู่ไม่ส่งต่อลุยสอบประธานด้วย
27 เม.ย. 2569 – ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. รวมถึง สว. อิสระ แถลงข่าวการเริ่มลงชื่อตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เสนอต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ส่งไปยังประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
นางสาวนันทนา กล่าวว่า จากบทบาทของ ป.ป.ช. ที่ประชาชนได้รับทราบในช่วงเวลานี้ ส่งผลให้เกิดข้อกังขาในการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. หากย้อนกลับไปในคดีต่าง ๆ ที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช. ทั้งกรณีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ป.ป.ช. ก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง เช่นเดียวกับคดีของนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จนหมดอายุความ คดีสินบนสวนปาล์มอินโดนีเซีย ไม่มีความผิด กรณี ป.ป.ช. 3 คน พัวพันสินบน 246 ล้านบาท ซึ่งเป็นทองคำ ไม่ทราบว่าคดีไปถึงไหน ล่าสุดคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าซุกหุ้น แต่ ป.ป.ช. เชื่อว่าเจตนาดี ไม่มีความผิด
นี่คือตัวอย่างผลงานของ ป.ป.ช. ที่น่าจะเป็นผลให้ดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือ CPI ของไทยตกต่ำลงทุกปี ล่าสุดได้ 33 คะแนน จาก 100 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 116 จาก 180 ประเทศ และจะตกต่ำไปกว่านี้อีกหรือไม่ ถ้า ป.ป.ช. เชื่อนักการเมืองได้ง่ายขนาดนี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับคดี 44 สส. ที่ ป.ป.ช. ดำเนินการอย่างรวดเร็ว และยื่นคำร้องที่ล้อไปกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น กลุ่ม สว. อิสระ จึงรวมตัวกันเพื่อจะสนับสนุนคำร้องของฝ่าย สส. ตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยต้องมี สส. และ สว. รวมกัน 1 ใน 5 หรือ 140 รายชื่อ ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ให้นำส่งไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน นี่คือช่องทางเล็ก ๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปิดให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระองค์กรเดียวที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดช่องให้มีการตรวจสอบ
“จึงหวังว่าประธานรัฐสภาจะไม่ดึงเช็งดึงเรื่อง แล้วใช้ดุลพินิจในการไม่ส่งเรื่อง พร้อมหวังว่า ประธานรัฐสภา จะรีบนำคำร้องนี้ ไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบ ป.ป.ช. ให้โปร่งใสชัดเจน หากพวกเราช่วยกันทำกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะ ป.ป.ช. ที่เป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริตโดยตรง เราสามารถรู้ระบบกลไกอุปถัมภ์ ทำให้ ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระ ที่ตรวจสอบนักการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และเชื่อว่าดัชนี CPI ปีหน้าจะยกระดับขึ้นมา สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักลงทุน” นางสาวนันทนา ระบุ
นางสาวนันทนา ยังกล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เปิดโอกาสให้ประธานสภาใช้ดุลพินิจส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชนได้ยื่นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนการใช้ดุลพินิจของประธานรัฐสภาแล้ว และขณะนี้เราไม่สามารถยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ ดังนั้น การแก้รายมาตราจะเป็นทางออกของประเทศ จึงเรียกร้อง ประธานรัฐสภาให้รีบบรรจุการแก้รัฐธรรมนูญ และเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อเราจะได้เดินหน้าตรวจสอบองค์กรอิสระ แม้จะเป็นช่องทางเล็กน้อย แต่ดีกว่าถูกปิดกั้น
ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ กล่าวว่า การใช้อำนาจ 1 ใน 5 เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประธานรัฐสภา ต้องเปิดทางให้มีการตรวจสอบ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ก็เป็นผู้แทนราษฎรในยุคเดียวกับตนที่เคยเป็น จึงอยากจะฝาก
“พี่โสภณครับ พี่อย่าไปดึงเวลานะครับ ไม่ใช่พอมีคนลงนามแล้ว ก็ไปตรวจสอบลายเซ็น ตรวจแล้วตรวจอีก เหมือนอย่างที่ท่านประธานวุฒิสภาให้ตรวจสอบรายชื่อ จนมีการล็อบบี้ให้ตกไปในคดี ฮั้ว สว. ถ้าพี่โสภณสามารถที่จะเป็นทางผ่านของอำนาจสมาชิกรัฐสภาได้ พี่โสภณก็จะเป็นประธานรัฐสภาที่ถือว่าเปิดทางให้กระบวนการได้เดินทางไปอย่างราบรื่น แต่ถ้าพี่ไม่ไม่ทำหรือดึงเช็งไว้ด้วยเทคนิคต่างๆ ที่เรารู้กันอยู่ จะเป็นการเปิดทางให้เกิดการแทรกแซงของวงจรอุบาทว์ เพราะฉะนั้น จึงเป็นโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับพี่โสภณ ในฐานะที่เราเคยร่วมสภาด้วยกันมา อย่าไปฟังพวกอำนาจมืดต่างๆ ที่ผ่านสีน้ำเงินคอนเน็กชันหรือบุรีรัมย์คอนเน็กชัน ถ้ากระบวนการครั้งนี้ตกไปจะส่งผลร้ายแรงมากต่อระบบการตรวจสอบ” นพ.เปรมศักดิ์ ระบุ
นพ.เปรมศักดิ์ ฝากถึงนายโสภณว่า ขอให้ท่านได้ดำเนินการส่งต่อไปที่ประธานศาลฎีกา ให้กระบวนการได้ตั้งกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นทางออกเดียวที่ยังมีอยู่ในขณะนี้ ถ้าไม่ดำเนินการ ตนจะไม่ยอมหยุด จะยื่นตรวจสอบการดำเนินงานของประธานรัฐสภาต่อไปด้วย
นอกจากนี้ ตนขอฝากไปถึงบุคคลในเงามืดว่าจะทำลายองค์กรอิสระไปถึงไหน จะทำลายระบบตรวจสอบไปถึงไหนถึงจะสาแก่ใจ และทำให้ระบบตรวจสอบต้องหยุดลง เพียงแค่ว่าจะดำรงอำนาจครอบงำบ้านเมืองต่อไป ขณะนี้ เกิดความระส่ำระส่ายมาก อยู่ในการบริหารบุคคลของ ป.ป.ช. มีการแต่งตั้งรองเลขาธิการขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่าง ปรากฏว่า ป.ป.ช. แต่งตั้งผู้ช่วยเลขาลำดับท้ายๆ มาเป็นรองเลขาธิการในตำแหน่งที่ว่าง ผู้อาวุโสต่างก็หงายท้องเป็นแถบ ทำให้ระบอบธรรมาภิบาลของ ป.ป.ช. หายไป และทำให้เกิดการแทรกแซงคดี ล้วงเอาคดีต่างๆมาดำเนินการอย่างย่ามใจ แล้วจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร ไม่อย่างนั้น จะเป็นการอวสานการตรวจสอบของ ป.ป.ช.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปธ.วิปรัฐบาล' ไร้ปัญหา พรรคส้มตั้ง ครม.เงา ขอให้สร้างสรรค์ประชาชนได้ประโยชน์
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ถึงกรณีพรรคประชาชนเตรียมตั้งครม.เงาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านและเป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านจะได้มีผู้รับผิดชอบโดยตรงในการติดตามประเด็นต่างๆ ของคณะรัฐมนตรี โดยจะต้องดูว่าเนื้อหาสาระการทำงานของครม.เงาจะเป็นอย่างไร
ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน. ชี้ปม ป.ป.ช. ปล่อยผี 'คดีศักดิ์สยาม'
'ศรีสุวรรณ' บุกร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลวินิจฉัยปม ป.ป.ช. ยกคำร้อง 'ศักดิ์สยาม' ไม่จงใจซุกหุ้นขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยศาล รธน. หรือไม่
'ปธ.สภาฯ' เตรียมนำรายชื่อ 'ณัฐพงษ์' ทูลเกล้าฯ รับตำแหน่ง 'ผู้นำฝ่ายค้าน' 27 เม.ย.นี้
ประธานสภาผู้แทนราษฎร เตรียมนำชื่อ 'ณัฐพงษ์' หัวหน้าพรรคประชาชน ขึ้นทูลเกล้าฯ ดำรงตำแหน่ง ผู้นำฝ่ายค้าน
'ไอติม' ส่งต่องาน 'โฆษกปชน.' มั่นใจ 'ลิซ่า' สื่อสารเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้
'ไอติม' มั่นใจ 'ภคมน' จะเป็นกำลังสำคัญของพรรคประชาชนในการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
‘เท้ง’เย้ยรบ.เปราะใน
"ปชน." เคาะ "ณัฐพงษ์" นั่ง หน.พรรคเหมือนเดิม นำทัพรีเซตพรรคสู้ระบอบอุปถัมภ์-กินรวบ
ส้มท้าชนชัชชาติ โหมเปิดตัว 'ผู้ว่าฯประชาชน' พ.ค.
“ณัฐพงษ์” แจงเปลี่ยนตัวว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา เหตุเจ้าตัวลังเล ชี้ พรรคต้องคำนึงถึงโหวตเตอร์เป็นหลัก จ่อเปิดตัวผู้สมัครชิงผู้ว่าฯกทม.-ทีมสก.ต้นเดือนหน้า

