'หมอวรงค์' ติง 'รมว.พลังงาน' แก้ปัญหาราคาไฟฟ้าแบบ 'ขั้นบันได' ไม่ตอบโจทย์ประเทศ ลามต้องรับมือสินค้าบริการส่อพุ่ง แนะเปิดประมูล 'พลังงานสะอาด' เอาราคาเข้าแข่งขัน ลั่นอย่าไปเกรงใจ 'กลุ่มทุน'
29 เม.ย.2569 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงกรณีการปรับราคาค่าไฟของรัฐบาล และปัญหาน้ำมันว่า ในเรื่องราคาไฟฟ้า ที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) วานนี้ (28 เม.ย.) จะมีการปรับราคาแบบขั้นบันได หากใช้ไฟต่ำกว่า 200 หน่วย จะคิดเงินไม่เกิน 3 บาท 200-400 หน่วย คิดที่ 3.95 บาท และหากเกิน 400 หน่วย จะคิดที่ 5 บาทขึ้นไป แต่ทราบว่าผ่านการพิจารณาของ ครม.เฉพาะขึ้นแรก ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย แม้รัฐบาลพยายามจะอุ้มช่วยรายย่อย แต่ตนคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำยังไม่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาราคาไฟฟ้าของประเทศ ขอถามตรงๆไปยังรมว.พลังงาน และฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าบริสุทธิ์ใจ จริงใจในการแก้ปัญหาดังกล่าวจริงหรือไม่
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า หากจริงใจตนขอเสนอทางออกเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาทั้งเรื่องราคา และเป้าหมายนำไปสู่ไฟฟ้าสะอาดของประเทศไทย ยอมรับว่าเรื่องไฟฟ้ามีทุนใหญ่เข้ามาครอบงำ ไฟฟ้าที่ผลิตจากฟอสซิล ไม่ว่าจะเป็น LNG รวมถึงฟอสซิลตัวอื่น โดยเฉลี่ยหน่วยหนึ่งตก 4.75บาท ถือว่าราคาสูงมาก แต่กระแสโลกต้องการไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่มีแนวโน้มราคาถูกลง ดังนั้นทิศทางไฟฟ้าที่ผลิตจากฟอสซิล โดยเฉพาะจากLNG ในอนาคตไปต่อไม่ได้อยู่แล้ว เพราะโลกไม่ต้องการ จุดที่ผิดพลาดอยากเสนอไปยังรมว.พลังงาน ในอดีตที่ผ่านมาทุกครั้งที่มีการประมูลไฟฟ้าสะอาด เช่น โซล่าร์เซลล์ โซล่าร์ฟาร์ม เป็นต้น จะเกิดการกึ่งล็อกสเปก มีการกำหนดราคารับซื้อ หรือบล็อคราคาไว้เรียบร้อยแล้ว มันไม่มีการประมูลแข่งขัน นอกจากรู้จักคณะกรรมการ รู้จักรัฐมนตรี หรือเป็นของนายทุนใหญ่ ผลประโยชน์เกิดเฉพาะคนไม่กี่กลุ่ม
"วันนี้ทางออกของประเทศ ง่ายที่สุดคือเปิดโอกาสให้มีการประมูลแข่งขัน โดยเอาราคาเป็นตัวแข่งขัน เพียงแต่ต้องกำหนดไว้ว่าศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าของไฟฟ้าสะอาดต้องได้24ชั่วโมง ผมกล้ายืนยันว่าไฟฟ้าจะถูกลงแน่นอน ถ้ารัฐมนตรีบริสุทธิ์ใจจริงต้องทำลายระบบผูกขาดให้ได้ ไม่ต้องไปเกรงใจกลุ่มทุนต่างๆ อย่าให้เขามาล็อกสเปก ให้เทคโนโลยีแต่ละส่วนได้พัฒนา และเกิดการแข่งขันกันเอง ไม่จำเป็นต้องกำหนเราคาแบบขั้นบันได ประชาชนต้องการมีไฟฟ้าใช้ ไม่ได้สนใจว่าไฟฟ้าดวงนี้จะผลิตจากโซล่าร์เซลล์ ถ่านแบตเตอรี่ พลังงานลม แก๊สชีวภาพ หรือชีวมวล" นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายเกินไป แต่ไฟฟ้าภาพรวมทั้งหมด 70 เปอร์เซ็นต์เป็นไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรม กับธุรกิจ ไฟฟ้าครัวเรือนใช้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ภาพรวมรายใหญ่อุ้มรายย่อย แต่อย่าลืมว่านักธุรกิจมีหรือจะยอมขาดทุน สิ่งที่เกิดขึ้นในการทำตามสเต็ปขั้นบันได สุดท้ายแล้วเขาต้องเอาต้นทุนไฟฟ้าไปโปะอยู่ในสินค้าและบริการ ต้องเตรียมพร้อมรับมือราคาสินค้าและบริการที่จะแพงขึ้นอีกครั้ง หลังจากน้ำมันที่ขึ้นราคาไปก่อนหน้านี้
นพ.วรงค์ ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับปัญหาราคาน้ำมัน ที่ทางรมว.พลังงาน และฝ่ายที่เกี่ยวข้องแถลงด้วยท่าทีเอาจริงเอาจัง ตนจึงมาติดตามใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1.ที่เคยแถลงว่ามีน้ำมันที่ถูกผลิตเพิ่มและนำออกจากคลังสำรองกว่า 700 ล้านลิตร มีการตรวจสอบไปถึงไหนแล้ว 2.กองทุนน้ำมัน มีเจตนาเพื่อเยียวยาพี่น้องประชาชนไม่ให้ซื้อน้ำมันในราคาที่แพงเกินความจำเป็น และได้เคยให้ข้อมูลว่ามีการนำกองทุนน้ำมันไปเอื้อผลประโยชน์ให้กับผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ตามมาตรา 7 ในพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 สิ่งเหล่านี้คือการทุจริตกองทุนน้ำมันหรือไม่ กระทรวงพลังงานมีการตรวจสอบอย่างไรบ้าง 3.ผู้ค้ารายใหญ่มีการกักตุนน้ำมัน ในคืนวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ตัวเลขเฉพาะแค่คลังในอำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบ 29,400,000 ลิตร และยังมีอีกหลายแห่งที่มีการตรวจพบ กระทรวงพลังงานมีการตรวจสอบอย่างไรบ้าง และมีการดำเนินการแล้วไปอย่างไร
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า 4.เรือขนถ่ายน้ำมันจากโรงกลั่นหายไประหว่างเดินทาง 57 ล้านลิตร โดยล่าสุดมีข้อมูลออกมาว่ามีการใช้เอกสารใบกำกับการขนส่งทางเรือผิดปกติ ไม่เป็นไปตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน เหตุใดความผิดจึงเปลี่ยนไปและน้อยลงจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏก่อนหน้านี้ ทั้งที่ปัญหาแอบขนส่งน้ำมันไปต่างประเทศ หรือกักตุนน้ำมันมัน เป็นเรื่องใหญ่มาก อย่างไรก็ตาม ตนยังเชื่อมั่นรมว.พลังงาน แต่ไม่เชื่อมั่นระบบโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพราะมีการกินรวบ จึงขอให้รมว.พลังงานติดตามเรื่องนี้ และชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ เพราะสิ่งเหล่านี้คือผลประโยชน์มหาศาลหลักหมื่นล้านบาท ยืนยันว่าหากเข้าใจพลังงานของประเทศอย่างชัดเจนทั้งระบบ การติดตามปัญหาจะเป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'มัลลิกา' บุกชิม 'ข้าวแกง 10 บาท' ของ 'หมอวรงค์' เอ่ยปากชม อร่อย ช่วยเซฟเงินประชาชน
'มัลลิกา' บุกชิม 'ข้าวแกง 10 บาท' ของ 'หมอวรงค์' เอ่ยปากชม! อร่อย สะอาด ประหยัด ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าประชาชน
กฟผ. ชู UGT Platform ทางเลือกไฟฟ้าสีเขียวหนุนธุรกิจไทยสู่ Net Zero
ในปี 2568 ประเทศไทยได้เริ่มเดินหน้า "การให้บริการไฟฟ้าสีเขียว" หรือ UGT (Utility Green Tariff) อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นประเทศแรก ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่มีความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานสะอาด 100% (RE100
รู้จัก“โรงไฟฟ้า SMR ” บทใหม่ความมั่นคงของพลังงานสะอาดไทย
ท่ามกลางความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงานฟอสซิล วิกฤตสภาพอากาศ และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
'หมอวรงค์' วอน 'รัฐบาล' ทบทวนเอ็มโอยูนำเข้าข้าวโพดมะกัน
'หมอวรงค์' วอน 'รัฐบาล' ทบทวน MOU นำเข้าข้าวโพด GMO 1 ล้านตัน อีกครั้งหนึ่ง หวั่นกระทบต่อภาคเกษตรกรไทย
โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าหนองแขม พร้อมเดินเครื่อง! ซีแอนด์จีฯ เชื่อมโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ตอกย้ำศักยภาพ Waste-to-Energy ไทย
บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน (รองรับขยะสูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) ได้สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ
โฆษกรัฐบาล เผยต่างชาติสนลงทุนพลังงานสะอาดไทย ดันขึ้นฐานสีเขียวของภูมิภาค
โฆษกรัฐบาลเผยนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนธุรกิจพลังงานสะอาดในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังนายกฯ นำเสนอศักยภาพประเทศระหว่างเยือนฝรั่งเศส

