‘พริษฐ์’ ห่วงกู้ 4 แสนล้าน ‘หว่านแห-ตีเช็คเปล่า’ ชี้เลี่ยงสภา จับตาแลนด์บริดจ์

‘พริษฐ์’ กังวล พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเยียวยา ปชช.ไม่พุ่งเป้าเหมือนหว่านแห-สอดไส้โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานเหมือนการตีเช็คเปล่า เลี่ยงการตรวจสอบของสภา แนะ ทำเป็น พ.ร.บ. พร้อมชวนประชาชนจับตาโครงการแลนด์บริดจ์ อาจไม่โปร่งใส-ดำเนินการเร่งรัด-ไม่ได้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล

5 พฤษภาคม 2569 - เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปฝ่ายค้าน ว่า อยากชวนประชาชนจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีมติยืนยันว่าจะมีกฎหมายฉบับใดบ้างที่ค้างจากสภาชุดที่แล้วได้ไปต่อ ซึ่งตนเห็นว่ามีหลายฉบับที่มีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เช่น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ร่างพ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (พีอาร์ทีอาร์) ที่มีส่วนทำให้อากาศของเราบริสุทธิ์ และสามารถแก้ไขปัญหา PM 2.5 และมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมได้ ร่างพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลสามารถใช้แก้ไขปัญหาการผูกขาด หรือส่งเสริมการแข่งขันในตลาดได้ ถ้าตลาดมีการแข่งขันหรือการผูกขาดที่น้อยลงก็จะแปรมาเป็นค่าของชีพที่สูงขึ้นให้กับประชาชน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่มีส่วนทำให้สิทธิของผู้ใช้แรงงานใกล้เคียงกับมาตรฐานสากลมากขึ้น ทั้งชั่วโมงทำงาน วันลา และสัญญาจ้างที่เป็นธรรม ซึ่งก็ต้องรอดูว่าครม.จะมีมติยืนยันกฎหมายฉบับใดบ้าง

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ทางวิปรัฐบาลออกมายืนยันว่า ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นหนึ่งในกฎหมายที่จะถูกยืนยัน ซึ่งฝ่ายค้านจะตรวจสอบอย่างใกล้ชิด หากร่างกฎหมายฉบับใดที่ครม.ไม่มีมติยืนยันในวันนี้ และฝ่ายค้านเห็นว่า ครม.ควรจะยืนยัน เราก็จะซักถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทำคำชี้แจงกลับไปให้ครม.ทบทวนการตัดสินใจ เพราะหากไม่ยืนยันวันนี้ ก็จะมีการประชุมครม.ในวันที่ 12 พ.ค. ซึ่งก็จะยังอยู่ในกรอบ 60 วัน

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน จำนวน 4 แสนล้านบาทที่ฝ่ายค้านให้ความสนใจ ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในวันนี้ โดยวงเงินดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 2 แสนล้านบาท ที่จะใช้ในการเยียวยาประชาชนจากวิกฤตพลังงาน และอีก 2 แสนล้านบาท เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งพรรคประชาชนมีความกังวลใจ เพราะครึ่งหนึ่งเป็นการเยียวยาแบบหว่านแห สุ่มเสี่ยงตกหล่น โดยเรื่องของการเยียวยาเราเห็นตรงกันว่า ด้วยวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องมีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า เรามีความกังวลในรายละเอียดคือ แม้ว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะพูดมาโดยตลอดว่า ต้องการเยียวยาแบบพุ่งเป้า แต่โครงการที่เห็นโดยเฉพาะไทยช่วยไทยพลัสที่ต่อยอดมาจากคนละครึ่ง เป็นโครงการในลักษณะหว่านแห ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และหากขั้นตอนในการลงทะเบียนเป็นใครลงก่อนได้ก่อน ก็เป็นการสุ่มเสี่ยงว่าไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ประชาชนที่เดือดร้อนที่สุด และแม้จะมีโครงการดังกล่าว แต่ก็เห็นว่าอาจจะมีบางกลุ่มที่ตกหล่นจากมาตรการต่างๆ อยู่ เช่นภาคขนส่งและภาคประมง ซึ่งทั้งสองภาคจะเข้าพบทีมครม.เงาในวันที่ 6 พ.ค. เพื่อสะท้อนถึงประสิทธิภาพมาตรการของรัฐบาล

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ถ้ารัฐบาลเดินหน้าด้วยโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในลักษณะที่ประชาชนต้องออกส่วนหนึ่ง 40% ซึ่งอาจจะไม่ได้เหมาะสมกับเป้าหมายหลักที่ต้องการเยียวยาและลดค่าของชีพของประชาชน ซึ่งโครงการที่มีลักษณะให้ประชาชนช่วยออก ที่ผ่านมามักจะใช้เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายมากกว่า แต่ปัญหาที่เราเผชิญอยู่เป็นปัญหาเรื่องต้นทุนและค่าครองชีพ จึงคิดว่าการออกโครงการในรูปแบบนี้อาจจะไม่เหมาะสมที่สุด

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง 2 แสนล้านบาท เป็นโครงการตีเช็คเปล่าที่พยายามจะหลีกหนีการตรวจสอบของสภา ก็ตั้งคำถามว่าเหตุใดก้อนนี้ ถึงไปรวมอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะตามรัฐธรรมนูญ ถ้าจะออกเป็น พ.ร.ก.ต้องเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านวิกฤตพลังงานน่าจะจัดเป็น พ.ร.บ.เพื่อเสนอเข้าสภาจะเหมาะสมกว่า ซึ่งการออกเป็น พ.ร.บ.ไม่ได้ทำให้ล่าช้าจนเกินไป ทำให้สภาได้ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการได้ จึงกังวลใจว่าเป็นการฉวยโอกาส เอาก้อนที่สองนี้ ไปรวมใน พ.ร.ก.เงินกู้ เป็นการตีเช็คเปล่า หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาหรือไม่

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันในเรื่องของกลไก แต่ในเชิงหลักการมองว่าก้อนที่สอง เป็นก้อนที่มีความสุ่มเสี่ยง จะไม่เข้านิยามคำว่าเร่งด่วน ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและมองว่าขั้นตอนที่เหมาะสมกว่าคือการเอาก้อนนี้มาเสนอเป็น พ.ร.บ.เพื่อให้สภาได้ทำหน้าที่ตรวจสอบได้

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ สิ่งที่เรากังวลคือโครงการแลนด์บริดจ์ ที่เรายังกังวลในเรื่องของความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือกระบวนการที่ตั้งข้อสังเกตว่าการนำเสนอนโยบายอาจมีความไม่โปร่งใส เพราะไม่ได้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ดำเนินการอย่างเร่งรัด โดยชวนประชาชนจับตาเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ 2 ประเด็น คือ 1.พ.ร.บ.เอสอีซี ที่เนื้อหามีความคล้ายคลึงกับ พ.ร.บ.อีอีซี โดยพรรคประชาชนไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดจาก พ.ร.บ.อีอีซี ขึ้นซ้ำรอยกับ พ.ร.บ.เอสอีซี จึงเตรียมเสนอญัตติกรรมาธิการการศึกษาผลกระทบจากกฎหมายอีอีซึ เพื่อประกอบวิเคราะห์กับร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี ทั้งประเด็นเรื่องเงินลงทุนที่ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย หรือผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในพื้นที่ 2.จับตาว่ารัฐบาลจะนำร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี เข้าที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบหรือไม่ เพราะมีการจัดทำตั้งแต่สภาชุดก่อน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘พริษฐ์’ จี้ ‘มงคล’ ตอบคลิปโพย สว. ซัดเงียบก็เท่ากับคำตอบ

สส.พริษฐ์ ตั้งคำถามถึง “มงคล สุระสัจจะ” หลังปฏิเสธตอบกรณีคลิปโพยเลือก สว. ชี้การไม่ตอบอาจเป็นคำตอบในตัวเอง พร้อมกดดัน กกต. เร่งชี้แจงข้อสงสัยคดีฮั้ว สว. ก่อนถก กม

นายกฯ สั่งในห้องประชุมครม. เดินหน้าต่อ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หลังมีผลบังคับใช้แล้ว

รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ก่อนเริ่มการประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้แจ้งเรื่องพระราชกำหนด

เปิด 2 กฎหมายลูก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน วางกรอบใช้เงิน-ประเมินผลเข้มทุก 6 เดือน

รายงานข่าวจากทำเนียบแจ้งว่าจากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมามีมติเห็นชอบร่างพระราชกำห

‘เอกนิติ’ แจงออก พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน เพราะจำเป็นเร่งด่วน-เงินที่มีอยู่ไม่พอ!

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงถึงการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงิ

ครม. ไฟเขียวให้สกนช. กู้ 2 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมัน