'เอกนิติ' ชี้นโยบายเศรษฐกิจมาถูกทาง สถาบันจัดอันดับเครดิตของญี่ปุ่นไม่ห่วงรัฐบาลกู้ 4 แสนล้าน

“เอกนิติ” ชี้นโยบายเศรษฐกิจมาถูกทาง หลัง เครดิตเรตติ้งญี่ปุ่น “R&I” คงเครดิตฯไทยระดับ A- หนุน “ไทยแลนด์ 10 พลัส” ปูทางสู่ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต ทั้ง AI และ EV ระบุเครดิตเรตติ้งญี่ป่นไม่ห่วงประเด็นรัฐบาลกู้เงินเพิ่ม หลังตัวชี้วัดทางการคลังยังแกร่ง

16 พฤษภาคม 2569 - จากกรณี เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา สถาบันจัดอันดับความเชื่อถือ R&I (Rating and Investment Information) ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นประกาศ อันดับความเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ A- พร้อมคงมุมมองความเชื่อถือในระดับที่มีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่ากรณีที่ R&I คงอันดับความเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ A- สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดยในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการประกาศนโยบายไทยแลนด์พลัส (Thailand 10 Plus) ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาใน 10 ด้านหลักที่สอดคล้องกับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next Generation Industry) โดยเฉพาะในกลุ่ม AI และ EV ซึ่งจะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อน และการเติบโตเศรษฐกิจในระยะยาวได้

นอกจากนี้ R&I ได้พิจารณาถึงแผนการคลังระยะปานกลาง ของรัฐบาล ที่ตั้งเป้าจะลดการขาดดุลการคลังให้ต่ำกว่า 3% ให้ได้ตามกรอบความยั่งยืนทางการคลัง แม้ว่าในปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่ประมาณ 64% แต่ทางสถาบันฯ R&I ไม่ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดหาเงินกู้ของรัฐบาลไทยในอนาคต

เนื่องจากโครงสร้างหนี้ส่วนใหญ่ของไทยเป็นหนี้ในประเทศ (Domestic Debt) ประกอบกับไทยยังมีตัวชี้วัดด้านปัจจัยต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ทั้งดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุล ระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูง และการเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) อย่างต่อเนื่อง

“การที่สถาบันจัดอันดับความเชื่อถือระดับโลกยังคงเชื่อมั่นในประเทศไทย เป็นเครื่องยืนยันว่านโยบายการปรับโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจและการบริหารจัดการการเงินการคลังของรัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว แม้จะอยู่ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ตามที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงก็ตาม”นายเอกนิติ
อย่างไรก็ตามในรายงานของ R&I มีประเด็นเรื่องการปฏิรูปการจัดเก็บภาษีเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว เช่น การลดภาระกองทุนน้ำมันและการพิจารณาเรื่องปฏิรูปภาษี ทั้งนี้ในเรื่องของภาษีนั้นรัฐบาลขอยืนยันว่ายังไม่มีนโยบายที่จะดำเนินการเรื่องนี้ โดยรัฐบาลตระหนักและเห็นใจประชาชนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพ และจะยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลช่วยเหลือประชาชน ลดค่าครองชีพและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจควบคู่กันไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการการประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือเศรษฐกิจไทยของสถาบัน R&I ในครั้งนี้ถือเป็นสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำแห่งที่ 2 ที่มีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย หลังจากมูดี้ส์อินเวสเตอส์เซอร์วิส ได้มีการปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยจาก“เชิงลบ” (Negative) เป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปูทาง FTA เชื่อมความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–บังกลาเทศ

ITD จัดประชุมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการค้า การลงทุน ไทย–บังกลาเทศ เร่งปูทาง FTA เชื่อมเศรษฐกิจอ่าวเบงกอล–อาเซียน ย้ำความร่วมมือระหว่างกันมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หวังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ

ส้ม-ฟ้าจับมือประสาน ล้มพ.ร.ก.กู้4แสนล้าน หวังโค่นรัฐบาลสีน้ำเงิน

เป็นอันว่า เส้นทางการออก พระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. ... วงเงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องเจอสภาวะชะงักงันกลางทาง

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

กู้ 4 แสนล้านบาท! โจทย์ของชาติ ต้องไม่ถูกลากเป็นเกมการเมือง

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ขยับขึ้น และราคาพลังงานที่กดทับต้นทุนของแทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงร้านค้ารายย่อยในชุมชน

'อนุทิน' โพสต์ภาพถก 'เอกนิติ-ปกรณ์' ย้ำ Thai People First

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ภาพใน Facebook ส่วนตัว ระหว่างการหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลั

เตะตัดขา กู้4 แสนล้าน พรรคส้มยังแทงกั๊ก จับมือ ปชป. พลิกแฟ้มคดี ศาลรธน.ชี้พ.ร.ก.โมฆะ

ลูกแอ็กชันของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีมติให้ สส.ของพรรคร่วมกันเข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเห็นชอบ