ลูกอีช่างติ! บิ๊กพรรคส้ม ไม่ปลื้มGDPไทยโต 2.8% เพราะขาดดุลจีน ทุนใหญ่โต ทุนเล็กเจ๊ง เกษตรกรแย่

19 พ.ค. 2569- วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า 3 สัญญาณอันตรายใต้จีดีพี +2.8%

โรงงานขนาดเล็กทยอยปิดตัว

ขาดดุลจีนเป็นประวัติการณ์

ภาคเกษตรอ่วมอรทัย

วันนี้สภาพัฒน์เปิดตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ของไทยว่ามีการขยายตัว 2.8%

ถ้าเทียบกับประเทศอาเซียนอื่นๆ อาจจะดูไม่สูง (สิงคโปร์ 4.6% มาเลเซีย 5.4% เวียดนาม 7.8%) แต่ถ้าเทียบกับตัวเราเองไตรมาสก่อนที่โต 2.5% ก็ต้องนับว่าเป็นการเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น

โดย “ตัวเอก” ประจำไตรมาสนี้คือ “การลงทุนภาคเอกชน” ที่ขยายตัว 10.1% เมื่อถัวกับการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัว 9.4% ทำให้การลงทุนรวมของไทยเติบโตถึง 9.9% นับเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี

ที่น่าดีใจคือ พอดูไส้ในก็เป็นแรงผลักจากการลงทุนในหมวดเครื่องจักร ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ดีของการลงทุนแบบมีคุณภาพ

ส่วน “ตัวรอง” สำคัญประจำไตรมาสคือ การท่องเที่ยว ที่มูลค่าบริการขึ้นมาแตะระดับใกล้ 5 แสนล้านบาท ฟื้นกลับมาใกล้กับช่วงก่อนโควิดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ดอกจันสำคัญในการอ่านเศรษฐกิจไตรมาสแรก (ของทั้งโลก) คือ ผลของสงครามตะวันออกกลางเริ่มส่งผลจริงจังนับจากกลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมา เราจึงต้องให้ความสำคัญกับ “สัญญาณเตือนภัย” ที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางตัวเลขบวกเป็นพิเศษ เพราะมีความเสี่ยงที่สัญญาณลบเหล่านี้จะยิ่งรุนแรงขึ้นตั้งแต่ไตรมาสสองเป็นต้นไป


1.ใต้ตัวเลขจีดีพีโต 2.8% ในไตรมาสแรก มีสัญญาณเตือนภัย 3 เรื่อง ดังนี้ครับ

โรงงานไซส์ใหญ่ขยาย แต่โรงเล็กทยอยปิด ผลิตรถยนต์ดิ่ง

สัญญาณเตือนภัยอย่างแรกคือ นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส หรือตั้งแต่ปลายปี 2566 ที่เรามีจำนวนโรงงาน “ปิดกิจการ” มากกว่า “เปิดกิจการ”
แม้โดยรวมจะพบว่าโรงงานขนาดใหญ่และขนาดกลางจำนวนมากยัง “ขยายกิจการ” ได้อยู่ แต่โรงงานขนาดเล็ก (ที่จ้างงานไม่เกิน 50 คน) กลับทยอยปิดจนมากกว่าจำนวนที่เปิดใหม่แล้ว โดยเฉพาะโรงงานที่ทำโลหะและยานยนต์

สอดคล้องกับ “สัญญาณลบ” ใต้ตัวเลขส่งออกที่ดูดี เพราะภาคการผลิตที่มี local content สูงอย่างรถยนต์นั่ง อากาศยาน เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ผลิตภัณฑ์ไม้ ทั้งหมดที่ว่ามานี้ มีตัวเลขส่งออกติดลบตั้งแต่ระดับ -6% (เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า) ไปจนถึง -43% (รถยนต์นั่ง)

2.ส่งออกโตจริง แต่นำเข้าโตยิ่งกว่า ไทยขาดดุลจีนเป็นประวัติการณ์

แทบทุกไตรมาส เราจะเห็นแต่พาดหัว “ไทยส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์” ซึ่งก็จริง เพราะไตรมาสแรกของปีนี้ ตัวเลขส่งออกของไทยก็สูงขึ้นมาแตะระดับ 2.9 ล้านล้านบาท สูงขึ้นเกือบ 8% ไม่เคยสูงเท่านี้มาก่อน

แต่การค้าระหว่างประเทศต้องดูสองด้านเสมอ เพื่อให้เห็นภาพเศรษฐกิจที่เป็นจริงและรอบด้าน

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ในขณะที่ตัวเลขส่งออกเราถีบตัว มูลค่าการนำเข้าของไทยก็ทะยานสูงเช่นกัน โดยไตรมาสแรกอยู่ที่ระดับ 3.3 ล้านล้านบาทแล้ว โตระดับ 21%

นำเข้าสูงเป็นประวัติการณ์ยิ่งกว่าการส่งออก

ตัวเลขนำเข้าของไทยตอนนี้เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส จนทำให้เน็ตๆ แล้ว สามเดือนแรกของปีนี้ ไทยขาดดุลไปแล้ว -336,517 ล้านบาท
เรียกว่าเพียงแค่สามเดือนแรก ยอดขาดดุลของเราก็สูงกว่าปี 68 ทั้งปี (-310,285 ล้านบาท) แล้ว

ถ้านับเฉพาะการค้ากับจีนอย่างเดียว ตัวเลขขาดดุลของเราปีนี้ก็มีแนวโน้มทำ new high

เฉพาะไตรมาสแรกปี 69 ไทยขาดดุลจีน -679,737 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าปีก่อนถึง 40%

เทียบกับปี 68 ทั้งปี ไทยขาดดุลจีน -2,265,158 ล้านบาท

ย้อนไปปี 67 ทั้งปี ไทยขาดดุลจีน -1,619,180 ล้านบาท

สูงขึ้นเป็นสถิติใหม่ทุกปี แต่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนพูดถึงหรือสแกนไปดูให้ละเอียดว่าส่งผลกับภาคการผลิตและแรงงานไทยอย่างไร

3.รายได้เกษตรกรลดลง 4 ไตรมาสติดต่อกัน

ที่น่ากังวลที่สุดและควรได้รับการดูแลจริงจังกว่านี้คือ ภาคเกษตรไทย

ดัชนี “ราคาสินค้าเกษตร” ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ฉุดให้ “รายได้เกษตรกร” ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ด้วยตัวเลข -6% แย่ลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนที่ -13%

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะราคาสินค้าเกษตรสำคัญๆ ของไทยต่างเผชิญปัญหาราคาตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นยางพารา (-12%) สุกร (-15%) ข้าวเปลือก (-7%) อ้อยโรงงาน (-22%) ปาล์มน้ำมัน (-14%)

สอดคล้องกับมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรที่ลดลงต่อเนื่องมาแรมปี โดยเฉพาะ 3 ตัวหลัก คือ ข้าว (-16%) ยาง (-22%) และผลไม้ (-14%)


ใต้ตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกที่ขยายตัว 2.8% และตัวเลขการลงทุนที่น่าดีใจ เราต้องเฝ้าระวังและลงไปจัดการกับ 3 สัญญาณลบที่เริ่มก่อตัว คือ โรงงานขนาดเล็กที่ทยอยปิด มูลค่าการนำเข้าที่สูงเป็นประวัติการณ์ และภาคเกษตรที่ราคาและรายได้ดิ่งเหวต่อเนื่อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชงศาลฎีกาฟัน 14 ปปช.

“ณัฐพงษ์” นำทีมยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปัดตกคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น ตั้ง 4 ข้อกล่าวหา หวัง “โสภณ” ใช้ดุลพินิจส่งเรื่องเร็ว “นันทนา” ต้องลบครหาระบอบสีน้ำเงิน “ศรีสุวรรณ” ยื่นฟัน “ไชยชนก” ผุดโครงการ TH-AI Passport

'เท้ง' หอบหลักฐานมัด ป.ป.ช. 4 ข้อหา ยื่นปธ.สภาส่งศาลฎีกา ปมตีตกศักดิ์สยาม

'เท้ง' นำทีมยื่นคำร้องประธานรัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้งกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ปฏิบัติมิชอบปัดตกคดี 'ศักดิ์สยาม' ตั้ง 4 ข้อกล่าวหา ปชป. เผยส่งคำร้องเพิ่มปมขัดกันแห่งผลประโยชน์ 'สว.นันทนา' บี้เร่งส่งลบครหาระบอบสีน้ำเงิน

‘ปิยบุตร’ วอนแยกความเห็นของตนออกจากพรรคส้ม

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า มีผู้วิจารณ์ และก่นด่าการแสดงความเห็นของผมกันมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี

'ศึกสุรพล' วันที่ 'ค่ายส้ม' รบกันหนักกว่ารบคู่แข่ง!

การดึง “สุรพล นิติไกรพจน์” เข้ามาเป็น ประธานที่ปรึกษาแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน เดินเลยคำว่าข่าวการแต่งตั้งบุคลากรธรรมดาไปไกลแล้ว ปฏิกิริยาหลังจากนั้นกลายเป็นระเบิด

'ดร.โจ' ยำ 'ไทยช่วยไทยพลัส' แค่กระตุ้นเศรษฐกิจแบบวันช็อต ไม่เหลืออะไรไว้ ริด่ายันคนละครึ่งยุคลุงตู่

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า เป็นก