“วันวิชิต” ชี้ “ไทยช่วยไทยพลัส” กระตุ้นเศรษฐกิจ 2 ต่อ เติมเงินฐานราก-เร่งกำลังซื้อ แนะรัฐใช้โอกาส 4 เดือน วางรากฐานเศรษฐกิจอนาคต

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นกรณีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หรือ “คนละครึ่งพลัส” เตรียมเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้ว่า

มาตรการดังกล่าวถือเป็น “นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 ต่อ” ที่มีเป้าหมายทั้งการช่วยเหลือประชาชนฐานราก และการเร่งการใช้จ่ายภายในประเทศไปพร้อมกัน

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยเวลานี้ แม้ตัวเลขมหภาคหลายด้านจะเริ่มฟื้นตัว ทั้ง GDP การส่งออก หรือภาคการลงทุน แต่หากมองลงไปในรายละเอียดระดับชีวิตประจำวัน จะพบว่ายังมี “ความฝืดเคือง” ซ่อนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผลกระทบจากค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อันเป็นผลจากต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“เราอย่าไปมองแค่ตัวเลข GDP หรือยอดส่งออกเป็นสารัตถะเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองลงไปถึงเศรษฐกิจฐานราก การใช้จ่ายภาคครัวเรือน และชีวิตจริงของประชาชนด้วย เพราะตัวเลขภาพใหญ่ดีขึ้น ไม่ได้แปลว่าทุกครอบครัวจะกลับมามีกำลังซื้อเหมือนเดิมแล้ว” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว

อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต ระบุว่า จุดสำคัญของโครงการไทยช่วยไทยพลัส คือการ “เติมความเชื่อมั่น” ให้ประชาชนกลับมาใช้จ่ายอีกครั้ง เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง ผู้คนจำนวนมากเลือกเก็บเงินและชะลอการใช้จ่าย ซึ่งยิ่งทำให้เศรษฐกิจหมุนช้าลง

“ผมจำได้ว่าในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีโครงการคนละครึ่ง ส่วนในรัฐบาลอนุทิน 1 ก็มีมาตรการลักษณะเดียวกัน ซึ่งทั้งสองช่วงมันช่วยกระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายได้จริง มันทำให้คนรู้สึกอยากใช้เงิน กล้าจับจ่ายมากขึ้น และเมื่อเงินเริ่มหมุน ระบบเศรษฐกิจก็เริ่มคึกคัก” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว

พร้อมอธิบายว่า การใช้จ่ายของประชาชนจะนำไปสู่การเร่งผลิตสินค้า การจ้างงาน และการบริโภคในระบบ ซึ่งสุดท้ายจะทำให้เงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่เศรษฐกิจในวงกว้าง ถือเป็นกลไกสำคัญในการประคองเศรษฐกิจฐานรากในช่วงที่โลกยังเผชิญความผันผวนสูง

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.วันวิชิต มองว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องคิดต่อจากนี้ คือ “หลังครบ 4 เดือนแล้วจะเดินต่ออย่างไร” เพราะมาตรการกระตุ้นระยะสั้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีการต่อยอดเชิงโครงสร้างควบคู่กันไป

“เงินก้อนนี้จะสะพัดแน่นอน และจะช่วยให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคักได้ระดับหนึ่ง แต่โจทย์สำคัญคือ หลังจาก 4 เดือนนี้ รัฐบาลจะต่อยอดอย่างไรให้การอัดฉีดรอบนี้ กลายเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจระยะยาว ไม่ใช่แค่กระตุ้นแล้วจบไป เพราะสุดท้ายประเทศไทยต้องมีแผนอนาคตรองรับต่อจากมาตรการระยะสั้นด้วย” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวทิ้งท้าย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แถลงมติครม. เห็นชอบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อุ้ม 43 ล้านคน วงเงิน 1.7 แสนล้าน รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมทั้งนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ภายหลังผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

'ภราดร' ยันรัฐบาลเดินหน้า พรก.กู้เงิน ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส 25 พ.ค.นี้ ชี้ศาล รธน. ไม่มีคำสั่งให้ชะลอ

"ภราดร" ยันรัฐบาลเดินหน้ากู้เงินได้ เหตุศาลไม่ได้ให้ชะลอหรือหยุด คลังเตรียมชี้แจงภายใน 7 วัน บอกไม่กระทบลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย