‘เอกนิติ’ นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดบัตรคนจน สรุปตัวเลขชงครม. เล็งดึงคนวืดเข้า60/40

‘เอกนิติ’ เตรียมนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลุยสรุปตัวเลขคัดกรองผู้รับบัตรก่อนชง ครม. และเดินหน้าประกาศผลคัดกรอง 17 ก.ค. 69 ด้าน ‘คลัง’ รับมีผู้ถือบัตรรายใหม่เพิ่มขึ้นแน่ พร้อมเตรียมระบบดึงคนวืดบัตรคนจนเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40

2 ก.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 ก.ค. 2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีการพิจารณาข้อสรุปและรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทะเบียนผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณารับทราบต่อไป

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียดของตัวเลขทั้งหมดเกี่ยวกับการลงทะเบียนเพื่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ลงทะเบียนใน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม จำนวน 13.18 ล้านราย พบว่ามีการลงทะเบียนยืนยันสิทธิราว 12.7 ล้านราย กลุ่มที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของกระทรวงมหาดไทย จำนวน 1.04 ล้านราย และกลุ่มเปราะบาง ตกหล่น จากการลงพื้นที่สำรวจของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ราว 5.4 ล้านราย โดยจะต้องสรุปเพื่อเสนอ ครม. และประกาศผลการคัดกรองในวันที่ 17 ก.ค. 2569

“สิ่งที่ยืนยันได้ตอนนี้ คือ มีผู้ถือบัตรรายใหม่เข้ามาเป็นจำนวนมากแน่ ๆ จากกลุ่มที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของมหาดไทยและกลุ่มตกหล่น โดยยืนยันว่ากระทรวงการคลังมุ่งเน้นในเรื่องดึงคนเดือดร้อนให้เข้ามารับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ได้ เพราะที่ผ่านมาจะมีประเด็นอยู่ตลอดว่าคนที่เดือดร้อนจริงเข้าไม่ได้ เพราะไม่ได้เปิดลงทะเบียนเสียที วันนี้เปิดแล้ว เราก็ต้องเอาเขาเข้ามา ต้องรีบทำ ยืนยันว่าเราไม่ได้เน้นตัดคนออก เราไม่ได้เน้นที่งบประมาณเป็นที่ตั้ง​ แม้ท้ายที่สุดงบประมาณไม่พอก็จะต้องไปหาจัดสรรมาเพิ่มได้ แต่ธงที่ชัดเจนของรัฐบาลคือดึงคนที่เดือดร้อนเข้ามา” โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ

สำหรับกลุ่มที่ไม่ผ่านการคัดกรองโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ขณะนี้ได้มีการเตรียมระบบไว้แล้ว โดยจะให้มาใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ต่อ ซึ่งจะเป็นการให้รับสิทธิต่อเนื่อง เพราะมองว่ากลุ่มนี้ก็เป็นคนที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลตั้งใจจะดูแลกลุ่มนี้ต่ออยู่แล้ว

นายวินิจ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ได้รับสิทธิแต่ไม่ได้มีการใช้จ่าย ราว 3.5 แสนราย ว่า ยืนยันว่าจะไม่มีการตัดสิทธิกลุ่มดังกล่าว เพราะวัตถุประสงค์ของโครงการเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตพลังงานในช่วง 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.69) ดังนั้นแม้ว่าจะมีบุคคลที่ไม่มีการใช้จ่าย ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะเงินไม่ได้หายไปไหน โดยกระทรวงการคลังจะดึงเม็ดเงินส่วนนี้เข้าสู่ระบบก่อน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แม่ค้าตลาดเทศบาลบุรีรัมย์ บ่นอุบคนซื้อน้อยผิดคาด แม้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เริ่มรอบใหม่

ร้านค้าในตลาดสดเทศบาลนครบุรีรัมย์ โอดสั่งของมาเพิ่มไว้ขายรองรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส รอบเดือนใหม่ แต่ผิดคาดคนซื้อเบาบาง คาด ปชช.อาจไม่มีเงินเติมเข้าแอปเป๋าตัง ซ้ำราคาของแพงขึ้น ขณะร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนค่าขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรหดหาย ทั้งยังถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการลดราคาน้ำมัน และสินค้า