TSB ร่วมกับ ก.ทรัพย์ฯ ขับเคลื่อนวันสิ่งแวดล้อมโลก สู้วิกฤตโลกเดือด

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นางสาวนภสร ลำธารทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาดและแบรนด์ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB จับมือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดบูธกิจกรรมภายในงาน Global Call for Climate Action : ร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน ร่วมสร้างประเทศไทยสู้โลกเดือด เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ โดยภายในงานนี้ได้รับเกียรติจากนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ TSB ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ลดมลพิษและภาวะโลกร้อน ผ่านการจัดบูธนิทรรศกาล ส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด ระบบ EV100% พร้อมนำบัตรโดยสาร HOP CARD บัตรชำระค่าโดยสารแทนเงินสด มาทำกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุก เพื่อกระตุ้นการเดินทางด้วยขนส่งสารธารณะ รถ-เรือพลังงานสะอาด ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เพื่อสนองนโยบายพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ-สิ่งแวดล้อม ด้วยการปรับลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดมลพิษในอากาศ และต้นเหตุหนึ่งของฝุ่น PM2.5 เพื่อส่งเสริมการเดินทางอย่างยั่งยืน

โดยที่ผ่านมา TSB ได้ผลักดันการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถเมล์โดยสารพลังงานไฟฟ้า กับบริการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ในเส้นทางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จนรับรางวัลโล่เกียรติยศ องค์กรผู้พัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก Climate Action Innovator จาก TGO Forum & TCNN Conference พร้อมกับได้การรับรองระดับ 5 ดาว ในโครงการ Sustainable Tourism Acceleration Rating จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. ด้วยธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สนับสนุนการเดินทางที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมนี้ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยในปีนี้ได้มีผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรร่วมกันถกประเด็น ผ่านการเสวนา ในหัวข้อ "ปรับ เปลี่ยน ลงมือทำอย่างไร สู้วิกฤตโลกเดือด" เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' เผยรับรายงานอธิบดีกรมป่าไม้ ลุยจับขบวนการตัดไม้ป่าลำปาง ย้ำรัฐบาล 'อนุทิน' เดินหน้าปราบบุกรุกป่า-ทำลายทรัพยากรอย่างเด็ดขาด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ถึงผลการปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่จังหวัดลำปาง

เทศบาลนครรังสิต จับมือ TSB ขับเคลื่อนสมาร์ตซิตี้ ปั้นรังสิตโมเดลพัฒนาขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด

นายกเทศมนตรีนครรังสิต จับมือ ไทย สมายล์ บัส แลกเปลี่ยนข้อมูลการเดินทางเพื่อเชื่อมโยงแอป “Rangsit City App นำทาง” พร้อมศึกษาระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด ผลักดันสู่เมืองอัจฉริยะเพื่อชาวนครรังสิต

กวาดล้างขบวนการค้าไม้เถื่อน! 'รมว.สุชาติ' สั่งอธิบดีกรมอุทยานฯ เดินหน้าขยายผลจับกุมกลุ่มนายทุนข้ามชาติ ย้ำ! ปราบปรามผู้กระทำผิดเด็ดขาดตามนโยบายรัฐบาล

จากการติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มขบวนการดังกล่าวมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง พบข้อมูลแน่ชัดว่ากลุ่มอาชญากรกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมลักลอบเข้าไปตัดไม้มีค่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงพื้นที่ป่าที่ไม่มีเอกสารสิทธิครอบครอง ก่อนจะทำการแปรรูปและใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ลำเลียงไม้เถื่อนเหล่านั้นออกจากพื้นที่ป่าเพื่อส่งขายต่อ

TSB จับมือ มทร.พระนคร เดินหน้าสร้างระบบนิเวศ Smart Mobility ของประเทศไทย

บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ผู้นำด้านระบบขนส่งสาธารณะพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย เดินหน้าสร้าง Smart Mobility Ecosystem ผ่านความร่วมมือกับภาคการศึกษา

'รมว.สุชาติ' สั่งหยุดทันที! หลังพบปล่อยตะกอนไหลลงทะเล เสี่ยงกระทบระบบนิเวศชายฝั่ง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีตะกอนจากพื้นที่เอกชนไหลลงสู่ทะเลบริเวณเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พร้อมสั่งให้ระงับการปล่อยตะกอนลงทะเลโดยทันที เพื่อป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

'รมว.สุชาติ' เดินหน้ารับรองสิทธิประชาชน เร่งปลดล็อกที่ดินทำกิน ตามนโยบายรัฐบาล มอบ อส.12 กว่า 1,500 ครัวเรือน ขับเคลื่อนนโยบาย 'คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน'

นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนความขัดแย้งระหว่างคนกับป่า ให้เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ภายใต้แนวคิด “คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” โดยการมอบหนังสือรับรอง อส.12 ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยหรือทำกิน แต่เป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิตให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีรายได้ที่มั่นคง และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ