วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) จังหวัดอุบลราชธานี
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน สร้างเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน ประชาชน เพื่อให้มีส่วนช่วยขยายผลสร้างการรับรู้ในการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อในสื่อออนไลน์ โดยในครั้งนี้เป็นการจัดอบรมเพื่อสร้างเครือข่ายต่อต้าน “เฟกนิวส์” ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เป็นช่องทางสำคัญที่ประชาชนสามารถติดตามข่าวสาร แจ้งเบาะแสและตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวลวงต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ รวมทั้งยังเป็นเครือข่ายในการเผยแพร่ความรู้ และต่อต้านข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับสังคมโดยรวม ซึ่ง AFNC ได้ทำความตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ สร้างเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน ภาคประชาชน กว่า 400 หน่วยงาน
ในส่วนผลการดำเนินงานของ AFNC ในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 ได้คัดกรองข้อความทั้งหมด 24.4 ล้านข้อความ โดยได้รับการตรวจสอบแล้วแบ่งเป็น 1.ข่าวจริง จำนวน 1,027 เรื่อง 2. ข่าวปลอม/บิดเบือน จำนวน 954 เรื่อง
ขณะที่การเผยแพร่ข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ ยังเป็นช่องทางให้ “สแกมเมอร์” ใช้ในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ ทำให้สูญเสียเงิน และข้อมูลส่วนบุคคล โดยข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือศูนย์ AOC 1441 (ข้อมูลตั้งแต่ 1 พ.ย.66 - 31 พ.ค.69) พบว่าพื้นที่ภาคอีสานใน 20 จังหวัด มีสถิติการหลอกลวงจำนวน 126,591 เคส มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 7.7 พันล้านบาท
สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี มีสถิติการหลอกลวงจำนวน 8,833 เคส มีมูลค่าความเสียหายกว่า 478 ล้านบาท อยู่ในอันดับ 4 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาจาก จ.นครราชสีมา จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี โดยมีประเภทการหลอกลวงที่พบมากที่สุดคือ 1.คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ จำนวน 4,166 เคส (มูลค่าเสียหาย 40 ล้านบาท) 2.คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ 1,190 เคส (มูลค่าเสียหาย 117 ล้านบาท) และ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 1,037 เคส (มูลค่าเสียหาย 79 ล้านบาท)
ขณะเดียวกันภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ติดต่อกับแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง คือ เรื่องการเผยแพร่ข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความปลอดภัยแนวชายแดน โดยจากสถิติพบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 มีข้อความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเป็นจำนวนกว่า 3.9 ล้าน ข้อความ และได้รับการตรวจสอบแล้วแบ่งเป็น 1.ข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือน จำนวน 220 เรื่อง 2. ข่าวจริง จำนวน 224 เรื่อง
“กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันต่อต้านการเผยแพร่ข่าวปลอม พร้อมทั้งร่วมสร้างความตระหนักรู้ ให้ประชาชนได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์เพื่อมุ่งลดผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน” รมช.ดีอี กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ลั่นรัฐบาลปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ ยึดทรัพย์ไม่เกรงใจใคร
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ออกส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐฯขอให้ตรวจสอบและพิจารณาคว่ำบาตร 28 รายชื่อ ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีรายชื่อของนายวรภัค ธันยาวงษ์
ดีอี เดินหน้าบูรณาการสกัดอาชญากรรมออนไลน์ เร่งขับเคลื่อน National Anti-Fraud Master Plan ยกระดับระบบป้องกันภัยออนไลน์ทั้งประเทศ
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 4/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 2/2569
'อนุทิน' ลุยทวงภาษีพิเศษสหรัฐฯ ชี้ 'วรภัค' โดนสอบสแกมเมอร์ ไม่เกี่ยวรัฐบาลนี้
“อนุทิน” จ่อทวงสัญญา “ทรัมป์” คิดภาษีพิเศษทำตามแถลงการณ์ร่วม บอกเห็นแล้ว ชื่อ “วรภัค” โผ่ 1 ใน 28 ลิสต์จ่อคว่ำบาตร
'วรภัค' โต้เอี่ยวสแกมเมอร์ พร้อมยื่นหลักฐานแจงสหรัฐฯ ยันไม่ได้ถูกคว่ำบาตร
นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า ชื่อของผมปรากฏอยู่ในหนังสือของประธานคณะกรรมาธิการ บางคณะของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งส่งถึงกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นั้น" .
'กรณ์' จี้ถาม ก.ล.ต. เหตุใดต้องรอสหรัฐฯ เปิดฉากตรวจสอบอดีต รมต. ยุคอนุทิน
นายกรณ์ จาติกวณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โพสต์ที่แล้ว ผมพูดถึงเอกสารจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ประเทศไทยควรติดตาม วันนี้ขอลงรายละเอียดครับ จดหมายลงวันที่ 15 กันยายน 2026 ลงนามโดย Brian Mast ประธาน
ข่าวดี! ตั้งระบบกลางสกัดเงินมิจฉาชีพแจ้งครั้งเดียวตามเงินทันอายัดเร็วได้เงินคืน
รัฐบาลเร่งตั้ง 4 ระบบกลางสกัดเงินมิจฉาชีพ เชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงาน 'แจ้งครั้งเดียว–ตามเงินทัน–อายัดเร็ว' เพิ่มโอกาสผู้เสียหายได้เงินคืน

