มาถูกทาง! 'อ.ปิ' หนุนตั้ง 'ครม.เศรษฐกิจพลัส' ดึงเอกชนร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ชี้ควรมีผู้เชี่ยวชาญช่วยรัฐบาลคิด และต้องฟังผู้ประกอบการ

ภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งแรก ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และประกาศยกระดับบทบาท กรอ. ให้ทำหน้าที่เสมือน “คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพลัส” โดยเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจมากขึ้นนั้น

อ.ปิ อาจารย์ปิยวัฒน์ ปิ่นประชาสรร อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แสดงความเห็นสนับสนุนแนวทางดังกล่าว โดยระบุว่า ถือเป็นการปรับวิธีคิดในการบริหารเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน เพราะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่สามารถอาศัยภาครัฐเป็นผู้กำหนดนโยบายเพียงฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป

“วันนี้หมดเวลาที่ภาครัฐจะคิดเอง ทำเอง และตัดสินใจเองทั้งหมดแล้ว เพราะผู้ที่อยู่หน้างานจริงคือภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ เกษตรกร และแรงงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายโดยตรง หากไม่รับฟังเสียงของคนเหล่านี้ นโยบายจำนวนมากอาจไม่ตอบโจทย์ความเป็นจริง”  อาจารย์ปิยวัฒน์ กล่าว

การเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาอยู่ในกลไกตัดสินใจตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยให้รัฐบาลได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน เห็นปัญหาจริง และสามารถออกมาตรการได้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวนจากการแข่งขันทางการค้า เทคโนโลยี และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์

“ภาครัฐมีหน้าที่กำหนดทิศทางและกติกา แต่ภาคเอกชนคือคนที่ลงสนามแข่งขันจริง ถ้าจะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ก็ต้องฟังคนที่เผชิญปัญหาจริงทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้นทุนพลังงาน กฎระเบียบ การส่งออก การลงทุน หรือแรงงาน“

แนวคิดของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ กรอ. ประชุมอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน หรือทุก 6 สัปดาห์ เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน เพราะจะทำให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมีความต่อเนื่อง ไม่ต้องรอให้เกิดวิกฤตแล้วค่อยเรียกประชุมเป็นครั้งคราว

“สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การตั้งคณะกรรมการ แต่ต้องทำให้เวทีนี้เป็นพื้นที่รับฟังอย่างแท้จริง และสามารถผลักดันข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติได้รวดเร็ว หากทำได้จริง กรอ. จะกลายเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อมระหว่างรัฐบาลกับภาคธุรกิจ และทำให้การบริหารเศรษฐกิจของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ในยุคที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น ประเทศที่ประสบความสำเร็จล้วนใช้แนวทาง “รัฐ-เอกชนร่วมคิด ร่วมทำ” มากกว่าการบริหารแบบรวมศูนย์ ดังนั้นการยกระดับ กรอ. เป็น “ครม.เศรษฐกิจพลัส” จึงถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเปิดรับความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว เมื่อมีแนวคิดที่ดีแล้ว ต้องตามดูผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมกันต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปกรณ์' เร่งรื้อ 100 กฎหมาย ลดต้นทุนธุรกิจ อีก 1-2 เดือนเห็นผล

'ปกรณ์' เร่งรื้อกฎหมายกว่า 100 ฉบับ ตามข้อเสนอเอกชน ลดต้นทุนธุรกิจ เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ เน้นท่องเที่ยว อุตสาหกรรม อีก 1-2 เดือนเห็นผล

นายก​ฯ​ นำประชุม กรอ.นัดพิเศษถกมาตรการป้องกันน้ำท่วม- น้ำแล้ง

นายก​ฯ​ นำประชุมกรอ.นัดพิเศษกำหนดแนวทาง​- มาตรการ​ ป้องกันน้ำท่วม- น้ำแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ หวังนำไปสู่การปฏิบัติ​ทันทวงที​ โอดน้ำกั้นไม่ได้นั่น​คือธรรมชาติ​ แต่ต้องสร้างความพร้อม

'ธนพร' เผยที่มา ครม.เศรษฐกิจพลัส ดึงเอกชน ร่วมหารือ สะท้อนรัฐบาล ยึดหลักสากล โปร่งใส เปิดกว้าง

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ แสดงความเห็นต่อแนวทางการทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่เปิดให้ภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) หรื

ครม.เศรษฐกิจพลัส! 'นายกฯ' ถก 'กรอ.' นัดแรก ดึงเอกชนร่วมกลั่นกรองเรื่องศก. ก่อนนำเข้า ครม.

นายกฯ ถก กรอ. นัดแรก ยกเป็น ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ดึงเอกชนเข้าร่วม ให้กลั่นกรองเรื่องศก. ก่อนนำเข้าครม.ได้