'ยุทธพร' ชี้รัฐบาลเปี่ยมเสถียรภาพ พลังสภาแน่นปึ๊ก เสียงเกิน 300 ฝ่ายค้านเอาลงยาก ลุ้นอยู่ครบเทอม

 รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์เสถียรภาพรัฐบาล ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองและกระแสการเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยประเมินว่า สถานการณ์ของรัฐบาลในเวลานี้ยังไม่ได้อยู่ในภาวะน่ากังวล โดยเฉพาะเสถียรภาพในสภาที่มีเสียงสนับสนุนมากกว่า 300 เสียง ขณะที่ยังไม่เห็นรอยร้าวสำคัญภายในพรรคร่วมรัฐบาล

รศ.ดร.ยุทธพร ระบุว่า หากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ซึ่งคาดว่าอาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนหรือตุลาคม โอกาสที่จะใช้การลงมติในสภาเพื่อโค่นรัฐบาลยังถือว่าต่ำมาก เพราะรัฐบาลไม่ได้อยู่ในสภาพ เสียงปริ่มน้ำ และไม่มีความจำเป็นต้องหางูเห่า หรือดึงเสียงฝ่ายค้านเข้ามาเสริม ขณะที่ประเด็นซักฟอก เชื่อว่าไม่มีของใหม่ รัฐบาล เห็นข้อมูล และน่าจะเตรียมตัวตอบได้ไม่ยาก

“ในสภาไม่ต้องกังวล 300 กว่าเสียง ผมว่ายังไงก็คงไปกันต่อ ที่สำคัญภูมิใจไทยกุมเสียงเกือบ 200 เสียง ถือว่า กำหนดเกมเบ็ดเสร็จ แถมมีฝ่ายที่รอเข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ยิ่งง่าย ต่อการบริหารจัดการ”

ส่วนกระแสข่าวเรื่องพลิกขั้วรัฐบาล รศ.ดร.ยุทธพร มองว่า ในสภาพความเป็นจริงยังไม่เห็นปัญหารอยร้าวที่มีน้ำหนักเพียงพอจะกระทบเสถียรภาพรัฐบาล โดยความสัมพันธ์ระหว่างแกนนำและบุคคลสำคัญของพรรคร่วมยังมีโอกาสเดินหน้าร่วมกันต่อสูง

ส่วนความพยายามของฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รศ.ดร.ยุทธพร เห็นว่า ปัญหาสำคัญคือ ประเด็นที่จะใช้โจมตีรัฐบาลจำนวนมากถูกเปิดไพ่ ไปก่อนแล้ว

ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ที่มา สว. THAI Passport การสอบทุจริตท้องถิ่น การแก้รัฐธรรมนูญ ตลอดจนประเด็นทางการเมืองอื่นๆ ล้วนถูกนำเสนอผ่านการไลฟ์สด การแถลงข่าว และเวทีต่างๆ ของฝ่ายค้านมาอย่างต่อเนื่องทำให้รัฐบาลสามารถคาดเดาประเด็นและเตรียมข้อมูลชี้แจงได้ล่วงหน้า

“รัฐบาลวันนี้ไม่ต้องรอข้อสอบรั่ว เพราะข้อสอบเหล่านี้ฝ่ายค้านเปิดอยู่ประจำ รัฐจึงไม่มีประเด็นให้ต้องกังวล”

ดังนั้น โจทย์สำคัญจึงกลับไปอยู่ที่ฝ่ายค้านว่า จะสามารถนำเสนอ ข้อมูลใหม่ หลักฐานใหม่ หรือสิ่งที่เป็น ‘หมัดเด็ด–หมัดน็อก’ ได้หรือไม่ เพราะหากเป็นเพียงการนำเรื่องเดิมที่สังคมรับรู้มาอภิปรายซ้ำ ก็ยากที่จะสร้างแรงกระเพื่อมจนเปลี่ยนแปลงสมการทางการเมือง

รศ.ดร.ยุทธพร ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากฝ่ายค้านให้น้ำหนักกับเทคนิคการเมือง เช่น การพยายามกดดันพรรคร่วมรัฐบาล จับตาว่า ส.ส.คนใดจะยกมืออย่างไร หรือพยายามใช้การอภิปรายเป็นเครื่องมือดึงพรรคร่วมออกจากรัฐบาล มากกว่าการนำเสนอเนื้อหาและหลักฐานใหม่ ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพของการตรวจสอบลดลง

รวมถึงการให้น้ำหนักกับการเมืองบนโซเชียลมากเกินไป จนกลายเป็น “การเมืองแบบ Influencer” ซึ่งอาจสร้างกระแสหรือสร้างการจดจำได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเปลี่ยนกระแสบนโลกออนไลน์ให้กลายเป็นเสียงโหวตในสภาได้

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า แม้ฝ่ายค้านจะเคลื่อนไหวต่อเนื่องและสร้างประเด็นโจมตีรัฐบาลมาเป็นระยะ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่สามารถทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอนได้อย่างมีนัยสำคัญ

รศ.ดร.ยุทธพร มองว่า หากฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลที่หนักแน่นกว่าเดิม การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็อาจไม่สร้างผลทางการเมืองมากนัก และรัฐบาลมีโอกาสผ่านการลงมติสูง

อย่างไรก็ตาม แม้ “เสถียรภาพในสภา” จะยังแข็งแรง แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญมากกว่าคือ “เสถียรภาพนอกสภา” โดยเฉพาะเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน

เพราะรัฐบาลอาจมีเสียงเกิน 300 เสียงและไม่มีปัญหาเรื่องการลงมติ แต่หากเศรษฐกิจไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของประชาชน ความขับข้องใจทางเศรษฐกิจอาจกลายเป็นตัวเร่งแรงกดดันจากภายนอกสภาได้

ดังนั้น สิ่งที่จะเป็นตัวชี้ขาดอายุของรัฐบาลในระยะยาวจึงไม่ใช่เพียงการเอาชนะฝ่ายค้านในสภา แต่คือความสามารถในการสร้างผลงาน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและทำให้นโยบายต่างๆ ส่งถึงประชาชนได้จริง

เมื่อถามว่ารัฐบาลชุดนี้มีโอกาสอยู่ครบวาระ 4 ปีหรือไม่ รศ.ดร.ยุทธพร ประเมินว่า อย่างน้อยในช่วง 2 ปีแรก นับว่าไปต่อได้ ส่วนหลังจากนั้นต้องดูผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

ภาพรวมในเวลานี้จึงยังไม่เห็นสัญญาณปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาล ทั้งจำนวนเสียงในสภาที่ยังแข็งแรงและความสัมพันธ์ของพรรคร่วมที่ยังไม่มีรอยร้าวสำคัญ ขณะที่สังคม ก็ยังไม่ส่งสัญญาณ ต่อต้าน จนรัฐบาล อยู่ลำบาก คือ ยังมีเสียงที่หนุน และต้าน ที่คานกันอยู่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'

แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ

ผู้นำฝ่ายค้าน คุยลั่นซักฟอกรัฐบาล ตีแผ่ระบอบสีน้ำเงินกำลังกัดกินประเทศ

'เท้ง' เตรียมถกพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นซักฟอก อุบล็อกเป้าใครบ้าง บอกขอคุยพรรคอื่นก่อน บอก คดีฮั้ว สว.ต้องบี้ก่อน กกต.มีมติ 31 ส.ค.นี้ ลั่น พร้อมตีแผ่ระบอบสีน้ำเงินกัดกินประเทศ

คนไทยไม่ได้กินหญ้า! 'โรม-ไอซ์' ซัด 'อนุทิน' อย่าโกหกประชาชน บอกรังเกียจ 'ฮั้ว สว.'

“โรม” สวนนายกฯ คดีฮั้ว สว.หลอกตัวเองได้ แต่หลอกประชาชนไม่ได้ ชี้ข้อหาซ่องโจรยังน้อยไป ลั่นลุยเปิดโปงต่อเนื่อง ขณะที่“ไอซ์” ฝากถึง “นายกหนู“ คนไทยกินข้าว ไม่ได้กินหญ้า หลังบอกรังเกียจฮั้ว สว. แนะลองเปิดเฟซบุ๊กฝ่ายค้านดูจะได้รู้ พร้อม ยืนยัน-นั่งยัน-นอนยัน ไม่สนับสนุนให้ใครก็ตามไปร้อง ม.112

'อนุทิน' ลั่นรัฐบาล-รมต.พร้อมตอบศึกซักฟอกทุกข้อหากอภิปรายผลงาน!

'อนุทิน' ไม่กังวล 'เท้ง' ซักฟอก บอกถ้าฮั้วสว.มีจริงน่ารังเกียจ แต่ยืนยันไม่เกี่ยวข้อง หากฝ่ายค้านอภิปรายผลงาน รมต.พร้อมตอบ

'อนุ กมธ.ดิจิทัล' แนะรัฐเปลี่ยนโดเมนระบบลงทะเบียน TH-AI Pass หวั่นถูกโจรกรรมข้อมูล

นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน และอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย กล่าวถึงกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport ล่วงหน้า ว่า ตอนแรกมีการเปิดให้ลงทะเบียนในชื่อ de.aipass.net ซึ่งตนมีความกังวลว่า การที่ใช้ “.net” นั้น ใครก็สามารถจดโดเมนเนมได้ง่าย

'เท้ง' ชวน 'สุชาติ' เดินรับฟังปัญหาอีอีซี ย้ำต้องไร้ทุนเทา ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่า ประชาชนในปราจีนบุรีให้ความห่วงใย